เขียนบล็อกทำไม เขียนเพื่ออะไร
มีใครเคยนึกหรือไม่ว่า มีเหตุผลใดจึงต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งตกแต่งและเขียนบล็อก ทั้งที่คนจำนวนไม่น้อยหรือาจจะส่วนมากในบรรดาคนที่เรียกว่าบล็อกเกอร์ ไม่รู้เรื่องการทำบล็อก ไม่รู้จักโดเมน โฮสต์ และโค้ดใดๆมาก่อน แต่เมื่อมาเป็นบล็อกเกอร์ ต่างก็ดิ้นรนเสาะหาความรู้เรื่องการทำบล็อกอย่างที่ไม่เคยนึกมาก่อนว่าตัวเองจะทำได้เช่นนี้
ผมเองก็จัดเป็นคนหนึ่งในหมู่คนส่วนเหล่านี้ หากถามถึงความคิดก่อนที่จะมาเขียนบล็อก ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะใส่ใจให้ความสำคัญแก่บล็อกมากถึงขนาดนี้
การเขียนเขียนบล็อกนั้นแต่ละคนก็มีเหตุผลไปคนละอย่างสองอย่าง เช่นเดียวกับการทำสิ่งต่างๆในชีวิต สำหรับตัวผมเองนั้น เหตุผลที่เขียนบล็อกก็มีอยู่หลายข้อ เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงคอยสังเกตคนอื่นๆที่เขียนบล็อกว่า เขามีวัตถุประสงค์อะไรในการเขียนบล็อก ด้วยการจับใจความเอาจากเนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในบล็อกเป็นหลัก ทั้งบล็อกไทยบล็อกฝรั่ง ซึ่งเนื้อหาที่ปรากฏในแต่ละบล็อกนั้น ก็ทำให้พอจะสรุปได้ว่า เจ้าของบล็อกหรือบล็อกเกอร์วัตถุประสงค์เช่นไรในการเขียนบล็อก ซึ่งผมพอจะประมวลออกมาเป็นข้อๆได้ดังนี้
1.เพื่อต้องการสื่อสารความคิดสู่สาธารณะ ปกติคนเรานั้น มีความต้องการที่จะสื่อสารความคิด ความรู้สึก ทัศนคติของตนเองสู่สาธารณะอยู่แล้ว แต่ช่องทางในการสื่อสารในอดีตนั้นมีอย่างจำกัด และเป็นช่องทางที่คนธรรมดาไม่สามารถจะใช้ได้อย่างสะดวกง่ายดาย อันได้แก่ สื่อสารธารณะหลักคือ หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ เมื่อเกิดบล็อกขึ้นมาทำให้เปิดช่องทางการสื่อสารให้แก่คนธรรมดาได้กว้างขวางขึ้น บล็อกจึงเป็นเวทีหรือช่องทางในการสื่อสารของคนธรรมดา (เรียกรวมว่าปัจเจกชน) ที่สามารถสื่อสารความคิด ความเชื่อ ความเห็น ทัศนะคติของตนออกไปสู่สาธารณะอย่างแทบจะไม่มีข้อจำกัด
2.เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้สู่สาธารณะ มีบล็อกเป็นจำนวนมากที่เสนอ ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ด้านต่างๆโดยบล็อกเกอร์ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ในสาขาอาชีพของตน ได้อาศัยบล็อกเป็นเวทีในการเผยแพร่ภูมิปัญญาของตนสู่สาธารณะ เพื่อสร้างให้เกิดการเรียนรู้ และนำเอาความรู้ใช้ประโยชน์ บล็อกเหล่านี้ส่วนมากแล้วเป็นนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญในองค์กรต่างๆ
3.เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ปัจจุบันบล็อกที่มุ่งเน้นในการแสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจมีเป็นจำนวนมาก เริ่มตั้งแต่การขายสินค้าที่เป็นผลผลิตของตนเอง ไปจนถึงการเป็นตัวแทนจำหน่ายให้แก่ผู้อื่น ซึ่งวิธีการแสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจผ่านบล็อกนั้นนับวัน แต่จะขยายตัวและมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เช่น บล็อกการตลาด การหารายได้ผ่านอินเตอร์เน็ตทั้งหลายทั้งปวงนั่นเอง
4.เพื่อเป้าหมายจำเพาะเจาะจง มีบล็อกเป็นจำนวนไม่น้อยที่บล็อกเกอร์ต้องการนำเสนอเนื้อหาเพื่อเป้าหมายเป็นการเฉพาะเจาะจง ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม สิ่งแวดล้อม บล็อกประเภทนี้มักมีเนื้อหาแสดงให้เห็นถึงความคิด ความเชื่อของผู้จัดทำหรือบล็อกเกอร์ต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดอย่างแรงกล้า เช่น บล็อกของผู้นิยมชมชอบในตัวของ พ.ตท.ทักษิณ ชินวัตร บล็อกของผู้สนับสนุนการเคลื่อนไหวของฝ่ายพันธมิตรฯลฯ เป็นต้น ซึ่งบล็อกในลักษณะดังกล่าวนับว่าเป็นการแสดงออกโดยชัดเจนของผู้เป็นเจ้าของหรือบล็อกเกอร์
นี่เป็นการประมวลจากเนื้อหาของบล็อกที่เคยอ่านทั้งของไทยและต่างประเทศ ไม่ว่าจะมีเนื้อหาอะไรก็สังเคราะห์เข้ากับอย่างหนึ่งอย่างใดในสี่อย่างนี้ได้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นไปในลักษณะใดก็ล้วนแต่แสดงให้เห็นถึงพลังสร้างสรรค์และพลังปัญญาของคนธรรมดา ที่มีทางออกในการสื่อสารความคิด ความเชื่อของตนสู่สาธารณะ การเกิดขึ้นของบล็อกจึงเป็นการเกิดขึ้นของนักคิด นักเขียน นักกิจกรรมของสังคม แม้จะผู้ที่ใช้ไปในทางไม่ดีจำนวนหนึ่ง แต่โดยส่วนมากแล้ว นับได้ว่าบล็อกเป็นช่องทางที่ทำประโยชน์แก่มนุษเราไม่ทางใดก็ท่างหนึ่ง
แล้วคุณล่ะครับ เคยสงสัยไหมว่า ทำไมต้องมานั่งเขียนบล็อก ขียนไปเพื่ออะไรกัน.

เหตุผลที่ อยากจะเก็บเรื่องราวดีๆที่ไปพบเจอมา เอามาเผยแพร่ให้คนอื่นได้รู้ด้วย อิอิ
ผมทำเว็บมานาน ข้อมูลเยอะ สุดท้ายก็ต้องหันมาใช้ WordPress ทำเว็บเข้าเต็ม ๆ เพื่อช่วยให้การจัดการข้อมูลต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น จากที่เคยเขียนบทความการติดตั้ง WordPress ตั้งแต่ปี 49 ลองมาเรื่อย ๆ จนเข้ามาทำด้วย WordPress ก็ต้นปี 51
ผมก็ทำเกี่ยวบทความสอนซอฟท์แวร์เป็นหลัก พอใช้ WordPress นี่ก็จั่วไปได้ทุก ๆ เรื่องไม่จำกัดเรื่องแน่นอน
ครับนายโอ บล็อก 108 มีของดีมากจริงๆด้วยนา…
ครับคุณลิงกินผัก ที่ xirbit.com ก็เป็นที่หนึ่งที่สามารถหาความรู้เรื่อง WP ได้มาก เป็นการให้ความรู้อย่างหนึ่งนะครับ
ไม่รู้ว่าของผมจะจัดอยู่ในประเภทไหนดี ลุงโกศลช่วยโยนเข้าไปสักหมวดได้มั้ยครับ
รู้สึกว่ามันจับฉ่ายเหลือเกินครับ ^^
ผมเองก็เริ่มเขียนบล็อกได้ไม่นาน ก็นับได้ว่าไม่มีความรู้เรื่องเกี่ยวกับ blog เลยสักนิดเดียว แต่ก็ได้จดโดเมน โดเมนที่จดดันมาเจ้งอีกเอาเป็นเกือบท้อเหมือนกัน แต่ยังดีที่ได้คุณ mapandy มาช่วยแก้ปัญหาหลาย ๆ เรื่อง(ยังไงก้ขอขอบคุณไว้ที่นี่ด้วยครับ) แต่ตอนนี้ก็ยังจับทางไม่ได้ว่าอยู่กลุ่มไหน ยังไงวาน คุณโกศล ช่วยแนะนำครับ
ขอแสดงความคิดเห็นสำหรับบล็อกของ NaiNhum กับ aunpsycho นะครับ
ทั้งสองบล็อกผมคิดว่าอยู่ในประเภทแรก คือ ต้องการสื่อสารกับสาธารณะ ประกอบด้วยพื้นฐาน 2 ประการ คือ 1)ต้องการแสดงความคิด ความรู้ ข้อมูลที่มีอยู่ รวมถึง มุมมอง ทัศนคติ ต่อสิ่งต่างๆ ออกสู่สาธารณะ 2)แสดงฐานะตัวตนให้สาธารณะรับรู้ว่ามี NaiNhum มี aunpsycho อยู่ในโลกนี้
การแสดงฐานะหรือตัวตนให้สาธารณะรู้ว่าเรามีอยู่ เป็นการเริ่มต้นสื่อสารกับโลกภายนอกตัวตนของเรานะครับ เพื่อให้สาธารณะ “รับรู้” การมีอยู่ของเรา ซึ่งจะมากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถสื่อสารกับสาธารณะได้ดีเพียงใด และสารที่เราส่งออกไปนั้นเป็นที่สนใจหรือเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะแค่ไหน
หากประกอบกันได้อย่างเหมาะสมกลมกลืนทั้ง 2 ปัจจัย คือ ความสามารถในการสื่อสารกับสารที่เราสื่อแล้วไซร้ สาธารณะย่อมจะรับรู้การมีอยู่ของเราได้มาก
นั่นว่ากันตามหลักการนะครับ
ทีนี้ โดยเนื้อหาแล้ว ทั้งบล็อกของ NaiNhum และบล็อกของ aunpsycho จัดอยู่ในประเภทสัพเพเหระ (สับ-เพ-เห-ระ) หรือภาษาฝรั่งเรียกว่า Variety หากมองในแง่การทำสื่อสิ่งพิมพ์ สิ่งพิมพ์ประเภทนี้ทำยาก เพราะต้องมีส่วนผสมของเรื่องราวทั้งหลายแหละมากมาย แต่ถ้าทำได้ก็จะมีกลุ่มเป้าหมายกว้างมาก ดังนั้น หากเขียนดีและมีเนื้อหาเยี่ยม (ความสามารถในการสื่อสาร+เนื้อสารดี)ก็จะทำให้ติดลมบน ซึ่งต่อไปทั้งสองบล็อกคงมี traffic ตรึม ทำลายสถิติ PageRank ตัวเองเป็นแน่แท้
ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกบล็อกก็มีส่วนผสมของทั้ง 4 แบบ แต่จะมากน้อยไปทางใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับความรู้ ความคิด และจุดประสงค์ของเจ้าของว่าต้องการแบบใด ซึ่งต่อไปทั้ง NaiNhum และ aunpsycho อาจพัฒนาไปแบบที่ 2,3 หรือ 4 ก็ได้
ขอให้โชคดีครับ Traffic เยอะๆ PagRank แรงๆแล้วก็อย่าลืมแวะมาที่โกศลทอล์คเด๊อ อ้าว โฆษณาบล็อกซะแล้ว จบดีกว่า.
เยี่ยมครับพี่โกศล
ขอบคุณครับคุณทรงชัยที่แวะมาเยี่ยม ผมกำลังอยู่ในขั้น “วิเคราะห์เจาะลึก Songchaiblog” อยู่นะครับ เสร็จแล้วจะเอามาเผยแพร่แก่แฟนๆทั้งหลาย ในฐานะที่เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจอันเอกอุ
[...] ก็มีเรื่องโกศลทอล์คอยากทำ *เขียนบล็อกทำไม เขียนเพื่ออะไร *โกศลทอล์คทำบล็อกภาษาอังกฤษระดับ [...]