หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 3

สกุลศรี ศรีสารคาม : สองตอนที่แล้ว พูดถึงหลักของการสื่อสารออนไลน์ ทั้งลักษณะของผู้รับสาร ผู้ส่งสาร สาร รวมถึงธรรมชาติของสื่อออนไลน์ในลักษณะ “Brevity” และ “Adapability” กันไปแล้ว คราวนี้มาดูหลักการของการสื่อสารมวลชนออนไลน์กันต่อในเรื่อง “Scannability”หรือ “การกวาดสายตาอ่านได้”

เนื่องจากสื่อออนไลน์มีธรรมชาติที่คนอ่านไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ หรือต้องใช้เวลากับสิ่งหนึ่งนานๆ ดังนั้น เมื่อเข้ามาเพื่ออ่านข้อความสักหนึ่งข้อความ ผู้อ่านต้องการทราบโดยรวดเร็วว่า บทความหรือเนื้อหาที่นำเสนอเกี่ยวกับอะไร มีเรื่องอะไรที่เขาจะอ่านในบทความได้บ้าง โดยลักษณะการอ่านก็คือ “การกวาดสายตา”

กวาดตา..ฉันก็เจอว่าจะอ่านอะไร

วิธีการทำให้อ่านง่านหรือ Scannability นั้น ก็สามารถทำได้ด้วย วิธีการเขียน (รออ่านต่อได้ในเรื่อง “หลักการเขียนเพื่อสื่อออนไลน์ ซึ่งจะเขียนอธิบายต่อโดยละเอียดใน Blog ต่อไป)

เช่น การเขียนหนึ่งความคิดต่อหนึ่งย่อหน้า การมีหัวข้อย่อยเพื่อแบ่งความคิด แบ่งเนื้อหาเป็นส่วนๆ มีรูปภาพประกอบ การใช้ keyword และการเน้นข้อความ ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้อ่านได้ง่าย …. ต้องคิดเสมอว่า 10 วินาทีแรก คุณต้องดึงดูดคนเข้ามาอ่านไว้ให้ได้ ซึ่งรูปลักษณ์ของการเขียนช่วยได้

จำไว้ว่า….วางรูปแบบการเขียนให้เขารู้ว่า “มีอะไร” “จะไปตรงไหนต่อ” “จะอ่านอะไรดี” ให้รู้ตั้งแต่แรกที่เข้ามากวาดสายตา….จะทำให้เขาอยากอ่านต่อ

อย่าวางเนื้อหาจนแน่นเกินไป…ไม่มีใครอยากอ่านสิ่งที่หนัก และ รกสายตา…มันเหนื่อยง่ายไป

มีรูปประกอบบ้าง เพื่อดึงดูดความสนใจ และ ช่วยอธิบายเรื่องให้ชัดเจนขึ้น

เขียนแล้ว … ต้องหาเจอ

หาเจอในที่นี้หมายถึง….

คนเข้ามาแล้ว หาเจอว่าจะอ่านอะไร..สามารถทำได้ด้วยการมี

  • keyword คำสำคัญๆ เป็นระยะ กวาดสายตาไปก็จะเห็นว่า โดยรวมแล้วเรื่องของเราเกี่ยวกับอะไร
  • มีการเน้นคำ หรือ ใช้สีที่แตกต่าง ในสิ่งที่ต้องการเน้น..หรือ คำเด่น..คำสำคัญต่างๆ เพื่อจะได้มองแล้วก็เจอโดยคร่าวๆ ก็จะรู้ว่า เรื่องเกี่ยวกับอะไร หรือถ้ากำลังหาหัวข้ออะไร ก็จะได้หาเจอว่าอยู่ตรงไหนง่ายๆ

ต่อจากนั้นก็คิดด้วยว่า…เขียนอย่างไรให้ คนอื่นหาเราเจอ

  • ตั้งชื่อเรื่องให้น่าสนใจ สะดุดตา และบอกเรื่องราวได้โดยสรุป
  • นำไปฝาก link ใน social bookmarking บ้าง จะได้มีคนเจอเรา
  • การมี keyword ในเรื่อง และ มี link ที่มีคุณภาพ ก็ช่วยให้ search engine หาเราเจอได้
  • ฝาก link ใน web directory ต่างๆ

(รออ่านเพิ่มเติมเรื่องเทคนิคการเขียนเพื่อสื่อออนไลน์ อย่างละเอียดได้ใน “การเขียนเพื่อสื่อออนไลน์”…เร็วๆ นี้)

หลักของการสื่อสารออนไลน์ที่ผู้สร้างสื่อเป็นโลกอินเตอร์เน็ตต้องคำนึงถึงอีกเรื่องคือ “Interactivity”

สื่อสารออนไลน์ คือ การมีปฏิสัมพันธ์ (Interactivity)

การมีปฏิสัมพันธ์ในที่นี้ หมายความถึง 2 ประการคือ “ให้อำนาจแก่ผู้รับสาร” และ “ทำให้เกิดการโต้ตอบ แลกเปลี่ยนความคิดความเห็น”

1. คนอ่านต้องมีอำนาจควบคุม ไม่ใช่เป็นเพียงผู้รับอย่างเดียว ใครป้อนอะไร ยังไง ก็รอรับอย่างนั้น แต่ผู้รับสื่อออนไลน์สามารถเป็นผู้ “เลือก” ว่าจะรับอะไร อย่างไร และ เมื่อไรได้ ดังนั้น ผู้สื่อสารออนไลน์ ก็ต้องคำนึงถึงการสร้างสื่อ หรือ ชิ้นงานที่ต้องการนำเสนอ ให้ตอบสนองลักษณะการเลือกได้นี้ เช่น

  • Link ทำให้คนสามารถเลือกได้ว่า จะรับสารอะไร เพียงแค่ click ไปสู่สิ่งที่เขาอยากอ่าน
  • การทำ Podcast เปิดโอกาสให้คนสามารถเลือกได้ว่า จะฟังเรื่องอะไรที่ต้องกับความสนใจ และ ไม่จำเป็นต้องฟังออนไลน์เท่านั้น แต่สามารถ download เก็บไว้ และ ฟังได้เมื่อเวลาที่ต้องการ
  • การนำเสนอ Video สามารถที่จะซอย Video ทั้งเรื่องออกเป็นประเด็นย่อยๆ เพื่อให้ผู้รับสารเลือกที่จะดูในสิ่งที่ต้องการดูได้เป็นส่วนๆ โดยอาจไม่ต้องดูทั้งเรื่อง หรือ แม้แต่จะทำให้ Download เพื่อเก็บไว้ดูภายหลังก็ได้ หรือ แม้แต่การชมออนไลน์ก็มี function ให้สามารถเลือก foward หรือ reply / play back ได้
  • ความสามารถในการจัดเก็บสารหรือสิ่งที่ต้องการรับตามความสนใจ เช่น การมี RSS Feed ที่เมื่อสมัครสมาชิก Feed ที่ต้องการรับข่าวสาร เนื้อหา หรือ สื่อนั้น ก็จะมีการอัพเดทให้ทราบ และ สามารถติดตามรับสารนั้นได้อย่างสม่ำเสมอ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปที่หน้าเว็บไซด์ต้นทางทุกครั้งก็ได้ สร้างความสะดวก และ ให้อำนาจในการควบคุมการรับมากขึ้น

2. สร้างการโต้ตอบ แลกเปลี่ยน และ สร้างเนื้อหาของตัวเอง จากเดิมที่การสื่อสารออนไลน์มีลักษณะของการที่ผู้ใช้รับสาร หรือ รับข้อมูลจากสิ่งที่เจ้าของเว็บไซด์จัดไว้ให้เท่านั้น ปัจจุบันในยุคของ Web 2.0 การสื่อสารออนไลน์เปลี่ยนไปในลักษณะการสื่อสารสองทางมากขึ้น คนสามารถเข้ามาแสดงความเห็น ตอบโต้ แลกเปลี่ยนเรื่องราวระหว่างกันได้ ผ่านระบบ การ Comment, Webboard, Chatroom สิ่งนี้ทำให้เกิดการพูดคุย การตอบโต้ และ การรวมกลุ่ม

นอกจากนั้น ผู้ใช้ ยังสามารถสร้างเนื้อหาของตัวเองตามที่ต้องการ หรือ ที่สนใจ เข้าไปในอินเตอร์เน็ตได้ด้วย เพราะฉะนั้น ผู้รับสาร ไม่ใช่ Passive User แต่กลายเป็น Active User ไป ผ่านเครื่องมืออย่าง Blog, Podcast, Youtube, Wikipedia, Social Networking เป็นต้น

ต้องนั้น จำไว้ว่า ในการจะทำให้คนสามารถ “ควบคุมการรับและสร้างสื่อ” รวมทั้ง “สร้างการโต้ตอบ” ในการสื่อสารออนไลน์นั้น การสร้างสื่อ จำเป็นต้องคำนึงว่าจะต้องสามารถ

download ได้ / email ได้ / blog ได้ / comment ได้ /

คนทำสื่อต้องคิดว่า เราจะตอบสนองสิ่งนี้ได้อย่างไร เช่น

  • เอาสื่อของเราไปไว้ในที่ที่คนจะดู จะหาเจอ เช่น วิดีโอ ก็ไว้ใน youtube เป็นต้น
  • สื่อมวลชนอาจให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึง วัตถุดิบ (raw material) ของงานสื่อตัวเองได้ เพื่อก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิด อภิปราย นำเสนอเรื่องที่เกี่ยวข้อง รวมถึงร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาเรื่องที่สมบูรณ์มากขึ้นได้ด้วย
  • การผลิตสื่อของสื่อมวลชนไม่ใช่เพียงการสร้างสื่อเดียวอีกต่อไป แต่เพื่อตอบสนองความต้องการของ user ในรูปแบบที่ต่างไป สื่อมวลชนควรสร้างสื่อในลักษณะ multimedia ในเรื่องๆ หนึ่งที่ทำ อาจทำเป็นทั้ง บทความ video, podcast, รูปภาพ และเปิดโอกาสให้คนรับสารเลือกรับในรูปแบบที่เขาต้องการได้
  • รวมถึง คนผลิตสื่อออนไลน์ต้องคิดค้นวิธีที่จะ “ดึงดูด” ผู้ใช้ให้เกาะติดสิ่งที่ต้องการนำเสนอ และ ติดตามเรื่องอื่นๆ ของเราให้ได้ เช่น การสร้างการมีส่วนร่วม ให้ส่งเรื่องราวของเขา ให้ร่วมตั้งคำถาม ให้ร่วมหาคำตอบ เป็นต้น

เมื่อคนควบคุมการสื่อสารได้ โดยสามารถแสดงความเห็น แลกเปลี่ยนความคิด พูดคุย และ สร้างเนื้อหาของตัวเองให้คนอื่นอ่านได้ ก็นำไปสู่ หลักสุดท้ายของการสื่อสารออนไลน์นั่นคือ “Community & Converstation”

สื่อสารออนไลน์ ชวนสนทนา (Conversation) สู่การสร้างชุมชน (Community)

ในเมื่อลักษณะของการสื่อสารออนไลน์ สามารถสร้างบนสนทนา เช่น ให้ comment ให้แลกเปลี่ยนความเห็น หรือ เสนอเรื่องของตัวเองให้คนอื่นได้ ก็ทำให้มีการสื่อสารกันอย่างกว้างขวาง บางครั้ง บางเรื่อง ยังนำไปสู่การสนทนาได้ทั้งในระดับตัวต่อตน เป็นกลุ่มเล็ก หรือ ขยายวงไปสู่การสร้างชุมชนออนไลน์ของคนที่ชอบอะไรๆ เหมือนกันได้ด้วย

ดังนั้น ในการสร้างสื่ออะไรก็ตามบนอินเตอร์เน็ตก็ต้องคำนึงถึงการเปิดโอกาสให้มีการสนทนาด้วย เพราะนั่นเป็นลักษณะพิเศษของการสื่อสารออนไลน์ รวมถึงสามารถขยายวงความรู้ ความสนใจให้กว้างขวางได้

คนบนเน็ตไม่ใช่แค่ผู้รับ แต่คือผู้ส่ง และ แหล่งข้อมูล

การสื่อสารบนอินเตอร์เน็ตทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ใกล้เคียงกับสื่อมวลชน เขาสามารถสร้างสื่อได้ด้วยตัวเอง ดังนั้น การเข้าถึงข้อมูล อำนาจในการผลิตสื่อ ของสื่อมวลชนเป็นข้อได้เปรียบที่น้อยลง คนทั่วไปมีบทบาทมากขึ้น และ อาจมีข้อมูลหรือสร้างสื่อที่ดีได้มากกว่าสื่อมวลชนด้วยซ้ำในบางเรื่อง

ดังนั้น การปรับตัวของคนสื่อก็คือ ต้องเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่าง “สื่อมวลชน” กับ “ชุมชนออนไลน์” ให้ได้ ทำได้ทั้งตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนาร่วมกับชุมชนออนไลน์ เช่น การเขียน blog ร่วมใน forum, webboard อัพเดทข้อมูลผ่าน twitter สร้างเครือข่ายผ่าน Social Network ต่างๆ …….

การขยายเครือข่ายเช่นนี้ จะมีประโยชน์ทำให้ มิติ ในการเข้าถึงข้อมูล และ การมองหาประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่องานสื่อสารมวลชนทำได้กว้าง และ หลากหลายมากขึ้นด้วย

อย่าลืมว่า การสื่อสารที่ดีควรทำสองทาง ถ้าสร้างสื่อให้มีคนมาตอบโต้เรา เราเองก็ต้องร่วมในการสนทนานั้น ถ้าให้คนมาแลกเปลี่ยนข้อมูล เราก็ต้องมีการตอบโต้กับเขา เพื่อให้การสนทนานั้นดำเนินต่อไป เป็นเครือข่ายที่ไม่จบสิ้น

ลักษณะนี้ สื่อมวลชนต้อง comment, respond, link, open up (อ้างจาก http://onlinejournalismblog.com/2008/09/18/basic-principles-of-online-journalism-c-is-for-community-conversation-pt2-conversation/) หากทำเช่นนี้ จะทำให้

  • เรื่องที่จะทำได้มาซึ่งข้อมูลที่หลากหลาย รวมถึง อาจได้ข้อมูลเชิงลึกจากคนในพื้นที่อย่างที่คุณอาจคิดไม่ถึง
  • การมีส่วนร่วม และ อัพเดทข้อมูล สื่อสารกันตลอดเวลา จะทำให้เราได้รับการแจ้งเรื่อง ณ เวลาที่เกิดบางสิ่งบางอย่างขึ้นจากแหล่งข่าวของเราในชุมชนออนไลน์อย่างรวดเร็วด้วย รวมถึงสามารถเข้าใจเรื่องราวของมันได้ชัดเจน เพราะว่ามีคนที่เกี่ยวข้องโดยตรง หรือ คนในพื้นที่ ถ่ายทอดสิ่งนั้นให้เรารู้ด้วยตัวเขาเอง
  • ในการอภิปรายเกี่ยวกับงานของขึ้น ก็เป็นการ ทำให้คนได้อ่าน ได้รู้สิ่งที่คุณทำ คุณเขียนไปพร้อมๆ กันด้วย

ทั้งหมดนี้คือหลักเบื้องต้นของสื่อออนไลน์ที่ “สื่อมวลชน” น่าจะรู้ไว้ เพื่อปรับตัวเองให้ตอบรับสื่อนี้ได้ และ ใช้เพื่อการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด

Link เพิ่มเติมที่น่าสนใจ

http://onlinejournalismblog.com/ : ข่าวสาร ความรู้เกี่ยวกับ Online Journalism

http://www.ojr.org/ : Online Journalism Review ข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับการสื่อสารออนไลน์

———————–

Sakulsri Srisaracamสกุลศรี  ศรีสารคาม อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์   ศิษย์เก่าวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เกียรตินิยม (วิทยุและโทรทัศน์) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,M.A. Journalism (International) University of Westminster, UK

ดู  Slides Presentation ของ สกุลศรี ศรีสารคาม เรื่องเกี่ยวกับ สื่อสารมวลชนได้ที่ slideshare.net/ajarnice

ดู บล็อก ของ สกุลศรี ศรีสารคาม ได้ที่  oknation.net/blog/ajarnice

บทความ ที่นำมาเผยแพร่ใน Blogologynet.com นี้ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนแล้ว


เรื่องในหมวดเดียวกัน

This entry was posted on Wednesday, August 26th, 2009 and is filed under สื่อสารมวลชน. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply

ยินดีต้อนรับทุกท่าน

.

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.blogologynet.com หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

.

บล็อกรายเดือน

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

คนร่วมคุย

eXTReMe Tracker
Free counter and web stats