<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BlogologyNet.com &#187; Thai PBS</title>
	<atom:link href="http://blogologynet.com/tag/thai-pbs/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blogologynet.com</link>
	<description>บล็อกศาสตร์และสื่อมวลชนออนไลน์,ทฤษฎีบล็อก,การเขียนบล็อก,บล็อกเกอร์,สื่อมวลชนออนไลน์,นิเทศศาสตร์ออนไลน์,สื่อสารมวลชนออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Sun, 11 Jul 2010 03:32:48 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>สื่อรัฐและสื่อที่จัดตั้งโดยรัฐปลอดการเมืองได้จริงหรือ?</title>
		<link>http://blogologynet.com/nbt-thai-pbs-media-of-state</link>
		<comments>http://blogologynet.com/nbt-thai-pbs-media-of-state#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 03 Apr 2008 09:12:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[สื่อสารมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทีวีไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็นบีที]]></category>
		<category><![CDATA[NBT]]></category>
		<category><![CDATA[Thai PBS]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mediatalkblog.wordpress.com/?p=44</guid>
		<description><![CDATA[
 ภาพเปิดงานสถานีโทรทัศน์ NBT (ซ้าย) และ Thai PBS (ขวา) ภาพจาก กรุงเทพธุรกิจ
 &#8230;
มีคำถามถึงสื่อเกิดใหม่ของไทยว่าจะดำรงฐานะความเป็นกลาง ความตรงไปตรงมา และความเป็นอิสระของสื่อได้มากน้อยเพียงใด  ซึ่งสื่อเกิดใหม่ที่ว่านั้นเป็นสื่อที่จัดตั้งโดยรัฐ คือ สถานีวิทยุโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) หรือ &#8220;ทีวีไทย&#8221; ซึ่งแปรรูปมาจากสถานีโทรทัศน์ไอทีวี (ITV) โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นทีวีสาธารณะดังเช่นสถานี BBC ของอังกฤษ ใช้งบประมาณจากรัฐบาล 4,000 ล้านบาทจัดตั้งขึ้นในสมัยรัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ และสถานีโทรทัศน์ของรัฐคือช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ที่ปรับเปลี่ยนเป็นสถานีโทรทัศน์แนวใหม่  และตั้งชื่อใหม่ว่า &#8220;เอ็นบีที&#8221; (NBT) ภายใต้รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช โดยมีวัตถุประสงค์ให้สื่อมวลชนของรัฐทำงานอย่างมีคุณภาพ และให้บริการสาธารณะ ภายใต้ภาพลักษณ์ใหม่ที่ทันสมัย
ทั้งสองสถานีโทรทัศน์ต่างมุ่งที่จะทำหน้าที่สื่อมวลชนเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนมากที่สุด โดยธรรมชาติหรือบทบาทของสื่อนั้น เป็นที่ยอมรับกันในเบื้องต้นว่า  ต้องมีความเป็นกลาง ทำหน้าที่เสนอข้อมูลข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา และมีอิสระปราศจาการครอบงำของอำนาจใดๆ โดยเฉพาะอำนาจทางการเมือง  นี่คือหลักการสากลของสื่อทุกประเภท  และย่อมรวมไปถึงสถานีโทรทัศน์ Thai PBS และ NBT ด้วย
แต่หลักการดังกล่าวนั้นจะดำรงอยู่คู่กับสื่อทั้งสองแห่งได้มากเพียงใด  นานแค่ไหน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img border="0" vspace="15" align="top" width="300" src="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/04/media-thai.jpg" hspace="15" alt="Thai PBS and NBT" height="200" /></p>
<p align="center"> ภาพเปิดงานสถานีโทรทัศน์ NBT (ซ้าย) และ Thai PBS (ขวา) ภาพจาก กรุงเทพธุรกิจ</p>
<p align="center"><font color="#ffffff"> &#8230;</font></p>
<p align="justify"><strong>มีคำถามถึงสื่อเกิดใหม่ของไทยว่าจะดำรงฐานะความเป็นกลาง ความตรงไปตรงมา และความเป็นอิสระของสื่อได้มากน้อยเพียงใด </strong> <strong>ซึ่งสื่อเกิดใหม่ที่</strong>ว่านั้นเป็นสื่อที่จัดตั้งโดยรัฐ คือ สถานีวิทยุโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส (<a href="http://www.thaipbs.or.th/">Thai PBS</a>) หรือ <strong>&#8220;ทีวีไทย&#8221;</strong> ซึ่งแปรรูปมาจากสถานีโทรทัศน์ไอทีวี (ITV) โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นทีวีสาธารณะดังเช่นสถานี <a href="http://www.bbc.co.uk/">BBC</a> ของอังกฤษ ใช้งบประมาณจากรัฐบาล 4,000 ล้านบาทจัดตั้งขึ้นในสมัยรัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ และสถานีโทรทัศน์ของรัฐคือช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ที่ปรับเปลี่ยนเป็นสถานีโทรทัศน์แนวใหม่  และตั้งชื่อใหม่ว่า &#8220;<strong>เอ็นบีที&#8221;</strong> (<a href="http://nbt.prd.go.th/home7.jsp">NBT</a>) ภายใต้รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช โดยมีวัตถุประสงค์ให้สื่อมวลชนของรัฐทำงานอย่างมีคุณภาพ และให้บริการสาธารณะ ภายใต้ภาพลักษณ์ใหม่ที่ทันสมัย</p>
<p>ทั้งสองสถานีโทรทัศน์ต่างมุ่งที่จะทำหน้าที่สื่อมวลชนเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนมากที่สุด โดยธรรมชาติหรือบทบาทของสื่อนั้น เป็นที่ยอมรับกันในเบื้องต้นว่า  ต้องมีความเป็นกลาง ทำหน้าที่เสนอข้อมูลข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา และมีอิสระปราศจาการครอบงำของอำนาจใดๆ โดยเฉพาะอำนาจทางการเมือง  นี่คือหลักการสากลของสื่อทุกประเภท  และย่อมรวมไปถึงสถานีโทรทัศน์ Thai PBS และ NBT ด้วย</p>
<p>แต่หลักการดังกล่าวนั้นจะดำรงอยู่คู่กับสื่อทั้งสองแห่งได้มากเพียงใด  นานแค่ไหน ก็ยากที่จะคาดเดา  เพราะสังคมไทยมักอนุญาตให้อำนาจทางการเมือง ซึ่งก็คือรัฐบาลผ่านทางข้าราชการ ใช้อำนาจดำเนินการในทุกเรื่องได้อย่างแทบจะไม่มีการตรวจสอบ  ดังนั้น จึงไม่มีอะไรจะรับประกันได้ว่า  สื่อทั้งสองแห่งจะไม่ถูกแทรกแซง ครอบงำ ชี้นำ หรือบงการโดยอำนาจทางการเมือง</p>
<p><span id="more-57"></span></p>
<p>ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ปรากฏว่าอำนาจทางการเมืองได้แผ่ขยายครอบงำ ชี้นำ จนกระทั่งบังคับให้สื่อทำตามความต้องการโดยอาศัยอำนาจที่กฎหมายกำหนดไว้  หากสื่อใดไม่ยินยอมปฏิบัติตาม ก็จะดำเนินการขัดขวาง ทำลาย สื่อนั้นทั้งโดยตรงและโดยอ้อม  ดังจะเห็นได้จากกฎหมายฉบับต่างๆเกี่ยวกับสื่อที่ให้อำนาจแก่รัฐบาลอย่างเต็มที่ อาทิ พระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช 2484 ก็ดี ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 42 (ปร.42) ก็ดี ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือปิดกั้นหรือทำลายสื่อที่มีความเป็นกลาง ความตรงไปตรงมา และมีความเป็นอิสระ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ที่เป็นหนึ่งในสื่อกระแสหลัก ถูกสั่งปิดไปเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาที่กฎหมายดังกล่าวมีผลใช้บังคับ</p>
<p>แม้ในปัจจุบันอำนาจรัฐในลักษณะเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่เรียกกันว่ากฎเหล็กจะไม่มีแล้ว  แต่รูปแบบการใช้อำนาจรัฐก็แปรเปลี่ยนไปตามสภาพการณ์ของสังคม โดยการใช้อำนาจด้วยการบังคับเอาดื้อๆเหมือนสมัยก่อนไม่ปรากฏให้เห็น  หากแต่จะปรากฏในรูปการแทรกแซง ชี้นำ ด้วยกลวิธีที่แยบยลขึ้น  แม้แต่องค์กรอิสระต่างๆ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และองค์กรในลักษณะเดียวกันอื่นๆ ก็เชื่อว่าถูกแทรกแซงและชี้นำโดยอำนาจทางการเมืองในบางช่วงบางตอน  เช่นนี้  ในอนาคตข้างหน้า  สื่อที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐเพื่อให้เป็นสื่อสาธารณะอย่างเช่น Thai PBS และสื่อของรัฐที่ถูกแปรรูปให้เป็นสื่อสาธารณะเช่น NBT หรือชื่อเดิมคือสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์  จึงไม่อาจรับประกันได้ว่า  จะไม่ถูกแทรกแซงโดยอำนาจทางการเมือง ทั้งโดยตรงและผ่านข้าราชการที่เป็นตัวแทนในการกำกับดูแลสื่อดังกล่าว</p>
<p>แน่นอนว่า สังคมไทยย่อมจะได้ประโยชน์อย่างมากมายมหาศาล หากสื่อทั้งสองแห่งมีความเป็นกลาง ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และมีความเป็นอิสระอย่างแท้จริงตามบรรทัดฐานของสื่อ  โดยปราศจากอำนาจใดๆมาแทรกแซงชี้นำ  ดังเช่นสถานีวิทยุและโทรทัศน์ BBC ของอังกฤษ หรือสถานีวิทยุโทรทัศน์ <a href="http://www.nhkspg.co.th/">NHK</a> ของญี่ปุ่น ที่ได้สร้างมาตรฐานของสื่อที่แท้จริง จนกลายเป็นแม่แบบของสื่อสาธารณะของโลก  รวมถึง Thai PBS และ NBT ของไทยด้วย</p>
<p>แต่ถ้าปรากฏว่า ทั้ง Thai PBS และ NBT ทำได้แค่เปลี่ยนรูปแบบหากแต่เนื้อหายังคงเดิม คือเป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์ หรือกระบอกเสียงของผู้มีอำนาจทางการเมือง คือรัฐบาลรวมถึงข้าราชการ สังคมไทยก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไรกับการที่มีสื่อทั้งสองแห่งเกิดขึ้น  ทั้งยังจะเป็นภาระของคนไทยเพิ่มขึ้นอีกด้วย</p>
<p>ดังนั้น คำถามที่สำคัญจึงไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากถามว่า สื่อที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐคือ Thai PBS และสื่อของรัฐคือ NBT จะดำเนินบทบาทไปโดยปลอดจากอำนาจทางการเมืองได้จริงหรือไม่? ซึ่งคำตอบที่ได้จะนำไปสู่การกำหนดเนื้อหาว่าจะเป็นไปเพื่ออะไร เพื่อประโยชน์แห่งสาธารณะ หรือเพื่อประโยชน์แห่งกลุ่มคนเพียงหยิบมือ.</p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=57&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_57" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li>ไม่มีเรื่องในหมวดเดียวกัน เชิญอ่านเรื่องอื่นๆครับ</li>
	</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/nbt-thai-pbs-media-of-state/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
