<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BlogologyNet.com &#187; PTV</title>
	<atom:link href="http://blogologynet.com/tag/ptv/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blogologynet.com</link>
	<description>บล็อกศาสตร์และสื่อมวลชนออนไลน์,ทฤษฎีบล็อก,การเขียนบล็อก,บล็อกเกอร์,สื่อมวลชนออนไลน์,นิเทศศาสตร์ออนไลน์,สื่อสารมวลชนออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Sun, 11 Jul 2010 03:32:48 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>สงครามข่าวสารของเอเอสทีวีกับพีทีวี</title>
		<link>http://blogologynet.com/astv-and-ptv</link>
		<comments>http://blogologynet.com/astv-and-ptv#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 Jul 2008 16:58:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[สื่อสารมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[ASTV]]></category>
		<category><![CDATA[การสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[พีทีวี]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามข่าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[เอเอสทีวี]]></category>
		<category><![CDATA[PTV]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://citizenjournal.kosolnet.com/?p=98</guid>
		<description><![CDATA[
ภาพจาก thaiinsider.info
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;
หลังจากพรรคไทยรักไทย โดยการนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ชนะการเลือกตั้งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเมื่อปี 2544 ด้วยการนำเสนอนโยบายประชานิยมภายใต้แนวคิด “คิดใหม่ ทำใหม่” ที่ถูกใจคนไทยในขณะนั้น ซึ่งเพิ่งฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจปี 2540 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่และได้รับจับตามองว่าจะเป็นผู้นำคนใหม่ของเอเชีย เทียบชั้นเดียวกับนายลีกวนยู อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งสิงคโปร์ และ ดร.มหาธีร์ โมฮัมเหม็ด นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในขณะนั้น แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องการบริหารประเทศไม่โปร่งใส มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีการคอรัปชั่นโครงการต่างๆ ใช้อำนาจทางรัฐสภาโดยอาศัยเสียงข้างมากดำเนินการทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของตนและพวกพ้อง แม้การขึ้นดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง จากการเลือกตั้งปี 2548 พร้อมด้วยคะแนนเสียงในสภาท่วมท้นจนจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ แต่ข้อสงสัยในเรื่องการใช้อำนาจเผด็จการทางรัฐสภาเพื่อสร้างประโยชน์แก่ตนเองก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น นำไปสู่การเคลื่อนไหวของภาคประชาชนเพื่อต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพรรคไทยรักไทย โดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่มีการเคลื่อนไหวอย่างเป็นขบวนการ และมีประชาชนเป็นจำนวนมากสนับสนุน

แม้หลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้หยุดเคลื่อนไหว เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณและกลุ่มผลประโยชน์ที่เรียกว่า “ระบอบทักษิณ” ถูกโค่นล้มไปแล้ว แต่เมื่อพรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2551 จนได้เป็นรัฐบาล กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงกลับมาเคลื่อนไหวใหม่เพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณอีกครั้งหนึ่ง เพราะเชื่อว่าพรรคพลังประชาชนคือตัวแทนของระบอบทักษิณ
การเคลื่อนไหวต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" style="float: left; margin: 10px 20px; border: 0px;" src="http://thaiinsider.info/portal/images/stories/samak_grov/jakkaprob_astv_ptv.jpg" alt="" width="294" height="176" /><br />
<strong>ภาพจาก thaiinsider.info</strong><br />
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p style="text-align: justify;">หลังจากพรรคไทยรักไทย โดยการนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ชนะการเลือกตั้งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเมื่อปี 2544 ด้วยการนำเสนอนโยบายประชานิยมภายใต้แนวคิด “คิดใหม่ ทำใหม่” ที่ถูกใจคนไทยในขณะนั้น ซึ่งเพิ่งฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจปี 2540 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่และได้รับจับตามองว่าจะเป็นผู้นำคนใหม่ของเอเชีย เทียบชั้นเดียวกับนายลีกวนยู อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งสิงคโปร์ และ ดร.มหาธีร์ โมฮัมเหม็ด นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในขณะนั้น แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องการบริหารประเทศไม่โปร่งใส มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีการคอรัปชั่นโครงการต่างๆ ใช้อำนาจทางรัฐสภาโดยอาศัยเสียงข้างมากดำเนินการทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของตนและพวกพ้อง แม้การขึ้นดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง จากการเลือกตั้งปี 2548 พร้อมด้วยคะแนนเสียงในสภาท่วมท้นจนจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ แต่ข้อสงสัยในเรื่องการใช้อำนาจเผด็จการทางรัฐสภาเพื่อสร้างประโยชน์แก่ตนเองก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น นำไปสู่การเคลื่อนไหวของภาคประชาชนเพื่อต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพรรคไทยรักไทย โดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่มีการเคลื่อนไหวอย่างเป็นขบวนการ และมีประชาชนเป็นจำนวนมากสนับสนุน<br />
<span id="more-98"></span><br />
แม้หลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้หยุดเคลื่อนไหว เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณและกลุ่มผลประโยชน์ที่เรียกว่า “ระบอบทักษิณ” ถูกโค่นล้มไปแล้ว แต่เมื่อพรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2551 จนได้เป็นรัฐบาล กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงกลับมาเคลื่อนไหวใหม่เพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณอีกครั้งหนึ่ง เพราะเชื่อว่าพรรคพลังประชาชนคือตัวแทนของระบอบทักษิณ</p>
<p style="text-align: justify;">การเคลื่อนไหวต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และการเคลื่อนไหวสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือที่รู้จักกันว่า “ฝ่ายไม่เอาทักษิณ” กับ “ฝ่ายเอาทักษิณ” กลายเป็นความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดช่วงระยะเวลา 5-6 ปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งดังกล่าวได้แบ่งแยกคนไทยออกเป็นฝักฝ่ายอย่างชัดเจน<br />
ในการเคลื่อนไหวของแต่ละฝ่าย ต่างอาศัยสื่อเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข่าวสารของฝ่ายตนสู่ประชาชน โดยเฉพาะสื่อทีวีที่สามารถเผยแพร่ข่าวสารได้ตามเวลาที่เกิดขึ้นจริง ( Real Times) โดยข่าวสารมีทั้งภาพและเสียง ทำให้สร้างอารมณ์ร่วมและความเห็นความคล้อยตามได้เป็นอย่างดี ดังนั้น สื่อทีวีจึงเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้ และได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเคลื่อนไหวทางการเมืองไปโดยปริยาย</p>
<p style="text-align: center;"><strong>1. ASTV อาวุธของฝ่าย “ไม่เอาทักษิณ”</strong></p>
<p style="text-align: justify;">กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยมีสื่อมวลชนในเครือหนังสือพิมพ์ผู้จัดการเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข่าวสาร เริ่มต้นด้วยการขุดคุ้ยความไม่ชอบมาพากลของการบริหารราชการแผ่นดินของของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ทำให้ประเทศชาติสูญเสียประโยชน์ ผสานกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเป็นขบวนการ จนนำไปสู่การรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 โดยคณะทหารที่เรียกตัวเองว่า คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) นำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลนำโดย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ จัดตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ร่างและประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ปี 2550 ตามมาด้วยการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2551 ซึ่งพรรคพลังประชาชนที่เชื่อกันว่า เป็นพรรคการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกโค่นล้มไปเป็นฝ่ายชนะได้เสียงข้างมาก ทำให้ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนได้เป็นนายกรัฐมนตรี</p>
<p style="text-align: justify;">นายสมัคร สุนทรเวช เคยประกาศก่อนจะเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชนในช่วงก่อนการเลือกตั้งว่า ตนจะทำงานแทน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยรับเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และสมาชิกพรรคพลังประชาชนก็ล้วนแต่เป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็นพรรคการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกยุบไปหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549</p>
<p style="text-align: justify;">ผู้นำคนหนึ่งของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย คือนายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นเจ้าของสื่อเครือผู้จัดการ มีสื่อทุกชนิดทั้งวิทยุ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ จึงได้ใช้สื่อทุกชนิดที่มีอยู่สนับสนุนการเคลื่อนไหวของฝ่ายตน ด้วยการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของกลุ่มพันธมิตรฯผ่านสื่อเพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่แตกต่างจากสื่อของฝ่ายสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยเฉพาะโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี (ASTV) ถูกใช้เป็นเครื่องมืออย่างเป็นรูปธรรมที่สุด ด้วยการเปิดช่องสัญญาณถ่ายทอดการเคลื่อนไหวจากพื้นที่จริง ยิงสัญญาณผ่านดาวเทียมให้ผู้ชมได้รู้ข่าวสารอย่างทันเหตุการณ์</p>
<p style="text-align: justify;">อิทธิพลของ ASTV นั้น ทางฝ่ายพันธมิตรประชาธิปไตยเชื่อกันว่า ได้ส่งผลสะเทือนต่อการรับรู้ข่าวสาร ความคิด ความเชื่อของประชาชนในชนบทที่เลือกรับข่าวสารผ่าน ASTV เป็นอย่างมาก โดยเห็นได้จากการเคลื่อนไหวต่อต้านระบอบทักษิณครั้งใหม่ ที่มุ่งโค่นล้มรัฐบาลพรรคพลังประชาชนที่นำโดยนายสมัคร สุนทรเวช ที่เชื่อว่าเป็นตัวแทนของระบอบทักษิณนั้น มีประชาชนจากจังหวัดต่างๆที่จัดตั้งเป็นกลุ่มพันธมิตรฯประจำจังหวัด ได้เข้าร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีการเคลื่อนไหวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมที่สุดของการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯจังหวัดก็คือ การชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยคือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ให้ออกจากพื้นที่ โดยเกิดขึ้นที่จังวัดกระบี่เป็นครั้งแรก และต่อมาที่จังหวัดต่างๆในภาคอีสาน โดยกลุ่มพันธมิตรฯประกาศว่าจะกระทำเช่นนี้เรื่อยไป จนกว่าคณะรัฐบาลที่เป็นตัวแทนของระบบทักษิณลาออก</p>
<p style="text-align: justify;">ปรากฏการณ์พันธมิตรฯจังหวัดต่างๆดังกล่าว หากเกิดขึ้นเพราะการรับรู้ข่าวสารผ่านสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ASTV จริง นับได้ว่า การใช้สื่อโทรทัศน์ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ผลตามเป้าหมายเป็นอย่างยิ่ง</p>
<p style="text-align: center;"><strong>2. PTV อาวุธของฝ่าย “เอาทักษิณ”</strong></p>
<p style="text-align: justify;">ฝ่ายสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้จัดตั้งสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีทีวี (PTV) ขึ้นในช่วงของรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เพื่อเป็นเครื่องมือเผยแพร่ข่าวสารของกลุ่มตน ขณะเดียวกันก็เคลื่อนไหวทางการเมืองในนาม แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) โดยมองว่า ฝ่ายที่ต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นฝ่ายเผด็จการ เพราะสนับสนุนการโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งด้วยการรัฐประหารซึ่งเป็นเผด็จการ ดังนั้น ทั้ง คปค. ก็ดี รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ดี กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็ดีล้วนแต่เป็นฝ่ายเผด็จการในมุมมองของ นปก. ทั้งสิ้น แต่การดำเนินงานของสถานีโทรทัศน์ PTV ต้องยุติลงหลังจากดำเนินการได้ไม่นาน เนื่องมาจากปัญหาด้านกฎหมาย ทางกลุ่ม นปก. จึงหันไปใช้สื่อสิ่งพิมพ์ซึ่งมีทั้งหนังสือพิมพ์รายวันและรายสัปดาห์แทน</p>
<p style="text-align: justify;">เมื่อรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เข้าบริหารราชการแผ่นดิน ได้ปรับเปลี่ยนสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยของกรมประชาสัมพันธ์ หรือช่อง 11 เป็นสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที (NBT) เพื่อเป็นคู่แข่งขันกับสถานีโทรทัศน์สาธารณะไทยคือทีบีเอส (PBS) ที่รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ยึดกิจการของสถานีโทรทัศน์ไอทีวี (ITV) ซึ่งกลุ่มธุรกิจที่ตระกูลชินวัตรเป็นเจ้าของที่ทำผิดสัญญาต่อรัฐแล้วนำไปปรับเปลี่ยนเป็นสถานีโทรทัศน์สาธารณะ รัฐบาลพรรคพลังประชาชนไม่สามารถจะจัดการเปลี่ยนแปลงแทรกแซงสถานี PBS ได้เพราะติดขัดเรื่องกฎหมาย จึงจัดตั้งสถานี NBT ขึ้นมา โดยมี นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และเป็นหนึ่งในอดีตแกนนำ นปก. เป็นผู้รับผิดชอบ และว่าจ้างพนักงานของสถานีโทรทัศน์ ITV เดิมบางส่วน มาเป็นพนักงานของ NBT โดยหวังที่จะให้เป็นคู่เปรียบเทียบกับสถานีโทรทัศน์ PBS อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงการแสดงท่าทีของฝ่าย “เอาทักษิณ” ซึ่งมีอำนาจทางการเมืองในฐานะรัฐบาล ที่มีต่อฝ่าย “ไม่เอาทักษิณ” ที่ตนเห็นว่าเป็นเผด็จการที่ได้จัดตั้งสถานีโทรทัศน์ PBS ขึ้น<br />
สถานีโทรทัศน์ NBT หรือช่อง 11 เดิม จึงเป็นเครื่องมือของรัฐบาลที่เป็นตัวแทนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในสายตาของฝ่ายพันธมิตรฯ ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้แก่รัฐบาล ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วก็เป็นภารกิจที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เดิม ได้ดำเนินงานมาตลอดนับตั้งแต่ก่อตั้งเป็นต้นมา ไม่ว่าพรรคการเมืองใดเป็นรัฐบาล ล้วนแล้วแต่ใช้สถานีโทรทัศน์แห่งนี้เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลทั้งสิ้น</p>
<p style="text-align: justify;">เมื่อเดือนกรกฎาคม 2551 สถานีโทรทัศน์ PTV ได้ถูกรื้อฟื้นกิจการขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โดยกลุ่ม นปก. เดิมที่มีนายวีระ มุสิกพงศ์ อดีตหนึ่งในแกนนำ นปก. เป็นผู้นำในการดำเนินงาน PTV ครั้งใหม่ โดยกำหนดบทบาทของสถานีโทรทัศน์ PTV ให้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านตรงกันข้ามกับสถานีโทรทัศน์ ASTV ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย การกลับมาดำเนินงานของสถานีโทรทัศน์ PTV ครั้งใหม่นี้ แม้ไม่ได้ดำเนินงานเต็มรูปแบบ ไม่ได้ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง แต่ก็มีนัยอันสำคัญยิ่งในการส่งผ่านความคิดสู่ฝ่าย”เอาทักษิณ” เป็นการกลับเข้าสู่ “สงครามข่าวสาร” ที่ ดูเหมือนว่า ฝ่าย นปก. เพลี่ยงพล้ำให้แก่ฝ่ายพันธมิตรฯ ตลอดมา</p>
<p style="text-align: justify;">การกลับมาดำเนินงานของสถานีโทรทัศน์ PTV ก็เป็นสัญญาณให้ฝ่าย “เอาทักษิณ” ได้ทราบว่า การต่อสู้ยังไม่จบสิ้นลงง่ายๆ เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมแล้ว PTV ก็พร้อมที่จะกลับมาดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบเพื่อเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข่าวสารไปถึงกลุ่มผู้สนับสนุน เช่นเดียวกับ กลุ่ม นปก. ที่แม้จะไม่การเคลื่อนไหวอย่างเป็นรูปธรรมเหมือนในช่วงรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่เมื่อถึงเวลา กลุ่ม นปก. ก็พร้อมที่จะกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งหนึ่ง โดยมี PTV และอาจมี NBT เป็นแนวร่วม เพราะผู้ปฏิบัติงาน ของ NBT ส่วนหนึ่งมาจากสถานีโทรทัศน์ ITV เดิมดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น</p>
<p style="text-align: justify;">คำถามต่อไปมีอยู่ว่า เมื่อใดจึงจะเป็นเวลาอันเหมาะสมที่ PTV กับ นปก. จะดำเนินการเคลื่อนไหวอย่างเต็มรูปแบบ คำตอบย่อมหาได้จากการเคลื่อนไหวที่ผ่านมาของทั้งสองฝ่าย เมื่อใดฝ่ายที่มีความคิดเดียวกันมีอำนาจทางการเมืองก็จะยุติบทบาทการเคลื่อนไหวลงชั่วคราว ดังเช่น กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ยุติบทบาทลงในช่วงรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่ กลุ่ม นปก. ออกมาเคลื่อนไหวอย่างเต็มรูปแบบและได้จัดตั้ง PTV และสื่อสิ่งพิมพ์ขึ้นเป็นเครื่องมือสื่อสารของตน ต่อมาเมื่อรัฐบาลพรรคพลังประชาชนนำโดยนายสมัคร สุนทรเวช เข้าบริหารประเทศ กลุ่ม นปก. ก็ยุติบทบาทลง แต่กลุ่มพันธมิตรฯ ออกมาเคลื่อนไหวอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับใช้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ASTV เป็นเครื่องมือเผยแพร่ข่าวสารอย่างเต็มรูปแบบ ดังที่ปรากฏในปัจจุบัน</p>
<p style="text-align: center;"><strong>3. ประชาชนได้อะไรจากสงครามข่าวสาร</strong></p>
<p style="text-align: justify;">สงครามข่าวสารของทั้งสองฝ่ายยังดำเนินต่อไป ตราบใดที่ความขัดแย้งยังไม่ยุติ เราคงจะได้เห็นการใช้สถานีโทรทัศน์เป็นอาวุธในการต่อสู้ด้านข่าวสาร ซึ่งอาจจะไม่ใช่ ASTV หรือ PTV ตลอดไป เพราะเมื่อเหตุการณ์พัฒนาไปสู่จุดๆหนึ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้ อาจมีการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์อื่นที่มีลักษณะเดียวกันเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข่าวสาร ตามความจำเป็นในสถานการณ์นั้นๆ เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารมีการพัฒนาให้ใช้งานง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขนาดเล็กลง การติดตั้งไม่มีความยุ่งยากซับซ้อน และมีราคาถูกลง จึงสามารถจัดตั้งขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p style="text-align: justify;">หากมองข้ามความขัดแย้งทางการเมืองก็จะเห็นได้ว่า การเกิดขึ้นของสถานีโทรทัศน์ ASTV ก็ดี PTV ก็ดี หรือสถานีโทรทัศน์ลักษณะเดียวกันที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ทำให้สังคมและประชาชนมีโอกาสที่จะได้รับประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารอยู่ไม่น้อย เพราะทั้งสองฝ่ายที่พยายามเสนอข้อมูลข่าวสารเพื่อโน้มน้าวประชาชนให้เห็นด้วยกับฝ่ายตนมากที่สุด ย่อมจะต้องเสาะหาข้อมูล ข่าวสาร หลักฐานที่หนักแน่นมานำเสนอ เพื่อให้ประชาชนผู้รับข่าวสารพิจารณา</p>
<p style="text-align: justify;">แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ การเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น มักมีการปลุกเร้าอารมณ์ให้ฮึกเหิม ด้วยการกล่าวโจมตีฝ่ายตรงกันข้ามโดยใช้ข้อมูลแต่เพียงด้านเดียว คือด้านที่เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตนและเป็นโทษแก่ฝ่ายตรงกันข้าม รวมไปถึงการปลุกเร้าให้เกลียดชังฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับฝ่ายตน จนอาจนำไปการใช้ความรุนแรงต่อกัน ดังที่เคยขึ้นกับสังคมไทยในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 หรือที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆทั่วโลก</p>
<p style="text-align: justify;">แต่อย่างไรก็ตาม หากไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น การต่อสู้กันด้วยข้อมูลข่าวสาร แม้จะมีการใส่ร้ายป้ายสีกันไปด้วย แต่สังคมก็ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารใหม่ๆเพิ่มขึ้น สำหรับผู้ที่ไม่ได้ยืนอยู่ข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หากรับรู้ข้อมูลข่าวสารจากทั้งสองฝ่าย แล้วนำมากลั่นกรองไตร่ตรองชั่งน้ำหนักหาความจริง ก็ย่อมจะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ อันจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์แก่สังคมในทางหนึ่งทางใดได้เช่นกัน.</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>โกศล อนุสิม<br />
</strong>๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑</p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=98&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_98" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-and-communications" title="ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ (29 February 2008)">ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ</a> (2)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/launching-media-blog" title="แตกบล็อกออกไปเป็น &#8220;สื่อและสาร&#8221; (21 June 2010)">แตกบล็อกออกไปเป็น &#8220;สื่อและสาร&#8221;</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/jakkapop-and-communication-fail" title="เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข (21 May 2008)">เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข</a> (4)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/samak-and-media" title="หลุมพรางดักสื่อของสมัคร สุนทรเวช (26 June 2008)">หลุมพรางดักสื่อของสมัคร สุนทรเวช</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-of-wars" title="สงครามผ่านสื่อ : ผู้บริโภคคือเหยื่อที่แท้จริง (15 March 2008)">สงครามผ่านสื่อ : ผู้บริโภคคือเหยื่อที่แท้จริง</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/astv-and-ptv/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
