<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BlogologyNet.com &#187; Kosol Anusim</title>
	<atom:link href="http://blogologynet.com/tag/kosol-anusim/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blogologynet.com</link>
	<description>บล็อกศาสตร์และสื่อมวลชนออนไลน์,ทฤษฎีบล็อก,การเขียนบล็อก,บล็อกเกอร์,สื่อมวลชนออนไลน์,นิเทศศาสตร์ออนไลน์,สื่อสารมวลชนออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Sun, 11 Jul 2010 03:32:48 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ความเห็นเรื่องสื่อ : เมื่อผมไม่เห็นด้วยกับ สนธิ ลิ้มทองกุล ผมก็ไม่เห็นด้วยกับ จักรภพ เพ็ญแข</title>
		<link>http://blogologynet.com/political-media</link>
		<comments>http://blogologynet.com/political-media#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 13 May 2008 01:30:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[สื่อสารมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[จักรภพ เพ็ญแข]]></category>
		<category><![CDATA[สนธิ ลิ้มทองกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[โกศล อนุสิม]]></category>
		<category><![CDATA[Kosol Anusim]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mediatalkblog.wordpress.com/?p=89</guid>
		<description><![CDATA[กรณีนักวิชาการอาวุโสสองท่าน คือ ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ แห่งคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับ ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ แห่งคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำจดหมายเปิดผนึก เตือนสติสื่อว่า อย่าใช้สื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง ยุยงให้เกลียดชังกัน ยั่งยุให้เกิดความรุนแรง  โดยไม่ระบุว่าเป็นสื่อใด ดังที่สังคมได้รับรู้และเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ต่อมาอยู่ในขณะนี้นั้น
เมื่ออ่านแล้วและตีความตามเนื้อหาที่ท่านอาจารย์ทั้งสองได้กล่าวไว้ ผม (ไม่เกี่ยวกับท่านอาจารย์ทั้งสองหรือใครคนใด) เข้าใจว่า สื่อดังกล่าวก็คือสื่อในเครือผู้จัดการ  ของ สนธิ ลิ้มทองกุล หนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เคลื่อนไหวทางการเมืองมาตั้งแต่สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มาจนถึงปัจจุบันที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี และสื่อในเครือผู้จัดการที่มีบทบาทเป็นเครื่องมือต่อสู้ทางการเมืองของพันธมิตรฯ ก็คือ ASTV News1 และหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน รวมถึงเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ผู้จัดการด้วย
การใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมืองนั้น สนธิ ลิ้มทองกุล ผู้เป็นเจ้าของ ได้ประกาศโดยเปิดเผยแล้วว่า ตนเลือกที่จะยืนอยู่ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและพรรคไทยรักไทย  ที่เว้นวรรคไปหลังการรัฐประหาร 9 กันยายน 2549 และกลับมาอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง 23 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กรณีนักวิชาการอาวุโสสองท่าน คือ <strong>ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์</strong> แห่งคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับ <strong>ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ </strong>แห่งคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำจดหมายเปิดผนึก เตือนสติสื่อว่า อย่าใช้สื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง ยุยงให้เกลียดชังกัน ยั่งยุให้เกิดความรุนแรง  โดยไม่ระบุว่าเป็นสื่อใด ดังที่สังคมได้รับรู้และเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ต่อมาอยู่ในขณะนี้นั้น</p>
<p>เมื่ออ่านแล้วและตีความตามเนื้อหาที่ท่านอาจารย์ทั้งสองได้กล่าวไว้ ผม (ไม่เกี่ยวกับท่านอาจารย์ทั้งสองหรือใครคนใด) เข้าใจว่า สื่อดังกล่าวก็คือสื่อในเครือผู้จัดการ  ของ<strong> สนธิ ลิ้มทองกุล</strong> หนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เคลื่อนไหวทางการเมืองมาตั้งแต่สมัย <strong>พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร</strong> เป็นนายกรัฐมนตรี มาจนถึงปัจจุบันที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี และสื่อในเครือผู้จัดการที่มีบทบาทเป็นเครื่องมือต่อสู้ทางการเมืองของพันธมิตรฯ ก็คือ ASTV News1 และหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน รวมถึงเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ผู้จัดการด้วย</p>
<p>การใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมืองนั้น สนธิ ลิ้มทองกุล ผู้เป็นเจ้าของ ได้ประกาศโดยเปิดเผยแล้วว่า ตนเลือกที่จะยืนอยู่ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและพรรคไทยรักไทย  ที่เว้นวรรคไปหลังการรัฐประหาร 9 กันยายน 2549 และกลับมาอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง 23 มกราคม 2551 ในชื่อพรรคพลังประชาชนและมี<strong>นายสมัคร สุนทรเวช </strong>เป็นตัวแทน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  ดังนั้น พันธมิตรประชาธิปไตย สนธิ ลิ้มทองกุล และสื่อในเครือผู้จัดการจึงกลับมาดำเนินงานทางการเมืองต่อ ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้ว<br />
<span id="more-725"></span><br />
โดยส่วนตัว แม้ผมจะไม่รู้จักกับ สนธิ ลิ้มทองกุล แต่ผมก็ชื่นชมแนวคิดในการสร้างและพัฒนาสื่อของไทย  ที่ต้องการจะสร้างเครือข่ายการสื่อสารไทยให้ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียและก้าวไปสู่ระดับโลก แม้จะพบกับปัญหาในช่วงวิกฤติปี 2540 จนต้องยุติโครงการนั้นลง  แต่ความคิดความฝันของเขาได้ทิ้งร่องรอยไว้ในสังคมไทย ซึ่งต่อไปภายหน้า อาจมีคนรุ่นใหม่มาสานต่อความคิดในการสร้างเครือข่ายสื่อสารของคนไทยจนสำเร็จก็ได้</p>
<p>แม้ว่าผมจะชื่นชมเขาในเรื่องดังกล่าว แต่ในการที่นำสื่อเข้าไปเป็นเครื่องมือในการเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น ผมไม่เห็นด้วย  การเลือกข้างของสื่อมีสิทธิ์ที่จะทำได้ก็จริงอยู่ แต่มันหมิ่นเหม่ต่อการเป็นเครื่องมือทางการเมืองของคนอีกกลุ่มหนึ่ง  แม้จะไม่โดยตรงแต่ก็อาจจะเป็นไปโดยอ้อม  และอาจทำให้ภาพสะท้อนที่ปรากฏผ่านสื่อมีความบิดเบี้ยวผิดไปจากความเป็นจริงได้  ดังที่เกิดขึ้นในกรณี วิทยุชุมชนเจ้าฟ้า เอฟเอ็ม 97.75 ที่เผยแพร่คำพูดในเชิงปลุกปั่นให้ใช้ความรุนแรงต่อ <strong>โชติศักดิ์ อ่อนสูง</strong> ที่ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงหนัง  แต่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบและยุติการจัดรายการวิทยุดังกล่าวแล้ว[<a href="http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000054449">อ่านที่นี่</a>]</p>
<p>นี่กระมังที่นักวิชาการอาวุโสทั้งสองท่านได้ทำจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องและเตือนสื่อให้เลิกเป็นเครื่องมือในการยุยงให้เกิดความรุนแรง  ในประเด็นนี้ ผมเห็นด้วยว่า มีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นได้ แม้จะโดยไม่ตั้งใจก็ตาม ดังนั้น หากใครเรียกร้องให้ สนธิ ลิ้มทองกุล เลิกใช้สื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง ผมก็ขอร่วมเรียกร้องด้วย</p>
<p>เมื่อผมไม่เห็นด้วยกับ <strong>สนธิ ลิ้มทองกุล</strong> ผมก็ไม่เห็นด้วยกับ <strong>จักรภพ เพ็ญแข </strong>รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเมื่อผมเรียกร้องให้ สนธิ ลิ้มทองกุล เลิกใช้สื่อในเป็นเครื่องมือในการเคลื่อนไหวทางการเมือง ผมก็เรียกร้องให้ จักรภพ เพ็ญแข เลิกใช้อำนาจในการคุกคามสื่อ (แม้จะเป็นสื่อรัฐบาล) ด้วย</p>
<p>โดยส่วนตัวแล้ว ผมชื่นชม จักรภพ เพ็ญแข ในช่วงกาลที่เขาทำงานด้านสื่อ โดยเฉพาะการวิเคราะห์เรื่องราวของต่างประเทศนั้น เขาได้ให้ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ที่ลึกและกว้าง เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง  การทำหน้าที่ในฐานะสื่อของเขานั้น ถือได้ว่า เป็นคนที่มีคุณภาพน่าชื่นชมคนหนึ่ง ในบรรดาสื่อทั้งหลายที่ทำหน้าที่ในสังคมไทย</p>
<p>เมื่อเขามาเป็นนักการเมือง ภาพที่เคยมีในสมัยเป็นคนทำสื่อได้หายวับไปในทันที  เขากลายเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐที่มีทีท่าเป็นลบกับสื่อตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  คำพูดที่จะ “จัดระบบสื่อ” หรือ “จัดระเบียบสื่อ” หรือ “ปฏิรูปสื่อ”  หรือพูดในลักษณะจะสั่งให้สื่อทำอย่างนั้น ไม่ให้ทำอย่างนี้  นับว่าเป็นท่าทีที่คุกคาม  ล่าสุดได้พูดถึงการสั่งไม่ให้สื่อของรัฐเสนอข่าวเรื่องการปฏิวัติ  จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม เป็นการคุกคามสื่อโดยตรง เพราะแม้จะเป็นสื่อของรัฐ แต่สื่อก็ต้องทำหน้าที่ของสื่อ คือสะท้อนความเป็นจริง นำเสนอข้อเท็จจริงโดยไม่ถูกบังคับหรือสั่งการโดยอำนาจใด</p>
<p>เมื่อผมเรียกร้องให้ สนธิ ลิ้มทองกุล เลิกใช้สื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง ผมก็เรียกร้อง จักรภพ เพ็ญแข เลิกคุกคามสื่อด้วย ไม่ว่าสื่อนั้นจะเป็นสื่อของรัฐหรือสื่อที่ไม่ใช่ของรัฐก็ตาม  และก็เรียกร้องอย่าได้ใช้อำนาจบังคับให้สื่อของรัฐเสนอข่าวในทางที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลเพียงอย่างเดียว โดยไม่เปิดให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ ติติง รัฐบาล  เพราะนั่นคือหน้าที่ของสื่อ</p>
<p>จักรภพ เพ็ญแข พูดอยู่เสมอว่า เขามาจากการเลือกตั้ง มาโดยระบอบประชาธิปไตยไม่ใช่เผด็จการ  แต่การแสดงความคิดเห็นและการกระทำของเขานั้น ก่อให้เกิดความสงสัยจากสังคมว่าเขาได้กระทำสวนทางกับประชาธิปไตยที่เขาอ้างถึง ดังมีคำถาม คำวิพากษ์วิจารณ์ ปรากฏตามสื่อเป็นอันมาก มีการเปรียบเทียบกับรัฐบาลที่เขาบอกว่ามาจากเผด็จการ คือรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ ก็ยังไม่มีการใช้อำนาจเท่ากับรัฐบาลที่มาจากระบอบประชาธิปไตยที่จักรภาพ เพ็ญแข มีส่วนร่วมอยู่ในปัจจุบัน</p>
<p>หากจะตำหนิสนธิ ลิ้มทองกุล โดยไม่แตะต้อง จักรภพ เพ็ญแข ผมคิดว่าไม่ยุติธรรม หากเรียกร้องต่อสนธิ ลิ้มทองกุล ให้เลิกใช้สื่อเป็นเครื่องมือในทางการเมือง โดยไม่เรียกร้องต่อ จักรภพ เพ็ญแข เลิกใช้สื่อของรัฐเป็นเครื่องมือรัฐบาล ก็ไม่เป็นการยุติธรรมด้วยเช่นกัน ผมจึงเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายปล่อยให้สื่อทำหน้าที่ของสื่อโดยอิสระอย่างแท้จริง.</p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=725&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_725" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-and-communications" title="ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ (29 February 2008)">ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ</a> (2)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/jakkapop-and-communication-fail" title="เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข (21 May 2008)">เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข</a> (4)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-and-violent" title="เมื่อสื่อถูกใช้ปั้นน้ำเป็นตัว อะไรจะขึ้นกับคนและสังคม (7 May 2008)">เมื่อสื่อถูกใช้ปั้นน้ำเป็นตัว อะไรจะขึ้นกับคนและสังคม</a> (2)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-right" title="อภิสิทธิและเอกสิทธิของสื่อ (14 May 2008)">อภิสิทธิและเอกสิทธิของสื่อ</a> (1)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/digital-media-enemy" title="สื่อยุคดิจิตอล: หรือถึงคราวหมาเฝ้าบ้านเจอศัตรูที่ลื่นไหลจริงๆ (14 May 2008)">สื่อยุคดิจิตอล: หรือถึงคราวหมาเฝ้าบ้านเจอศัตรูที่ลื่นไหลจริงๆ</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/political-media/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
