<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BlogologyNet.com &#187; Blog</title>
	<atom:link href="http://blogologynet.com/tag/blog/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blogologynet.com</link>
	<description>บล็อกศาสตร์และสื่อมวลชนออนไลน์,ทฤษฎีบล็อก,การเขียนบล็อก,บล็อกเกอร์,สื่อมวลชนออนไลน์,นิเทศศาสตร์ออนไลน์,สื่อสารมวลชนออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Sun, 11 Jul 2010 03:32:48 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>บล็อกศาสตร์เบื้องต้น (1) บล็อกคืออะไร</title>
		<link>http://blogologynet.com/blogology-introductory-1-what-is-blog</link>
		<comments>http://blogologynet.com/blogology-introductory-1-what-is-blog#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Dec 2008 00:01:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[บล็อกศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[การเขียนบล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[บล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[บล็อกคืออะไร]]></category>
		<category><![CDATA[Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Blogology]]></category>
		<category><![CDATA[What is blog?]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blogologynet.com/?p=663</guid>
		<description><![CDATA[
บล็อก (Blog) เป็นที่นิยมแพร่หลายเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจำนวนมากนิยมสร้างบล็อกขึ้นมาเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร โดยมีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวแตกต่างกันไป จำนวนบล็อกที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่มีใครสามารถคำนวณได้ เพราะมีการสร้างบล็อกเกิดขึ้นตลอดเวลา ตราบใดที่ยังมีคนใช้อินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้น บล็อกก็จะถูกสร้างเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ความเป็นมาของบล็อก
เว็บไซต์ไซแม็ก (cimage.co.th) ได้ให้ข้อมูลความเป็นมาว่า บล็อก (Blog) มาจากคำว่า เว็บล็อก (Weblog) เริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อ เดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2543 (ค.ศ.1997) โดย จอห์น บอร์เจอร์ (Jorn Barger) เป็นผู้ใช้คำว่า “Weblog” ขึ้นก่อน ต่อมา ปีเตอร์ มาร์ฮอลซ์ (Peter Merholz) ได้เรียกสั้นๆว่า “Blog&#8221; แทนเมื่อเดือนเมษายน ปี พ.ศ.2545 (ค.ศ. 1999) ต่อมาในวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2549 (ค.ศ.2003) Oxford Dictionary ได้บรรจุคำว่า Blog ในพจนานุกรมอย่างเป็นทางการ โดยตัดตัว &#8220;We&#8221; ด้านหน้าออกไป [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong></strong></p>
<p><strong>บล็อก</strong> (Blog) เป็นที่นิยมแพร่หลายเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจำนวนมากนิยมสร้างบล็อกขึ้นมาเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร โดยมีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวแตกต่างกันไป จำนวนบล็อกที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่มีใครสามารถคำนวณได้ เพราะมีการสร้างบล็อกเกิดขึ้นตลอดเวลา ตราบใดที่ยังมีคนใช้อินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้น บล็อกก็จะถูกสร้างเพิ่มขึ้นตามไปด้วย</p>
<p><strong>ความเป็นมาของบล็อก</strong></p>
<p><strong>เว็บไซต์ไซแม็ก</strong> (cimage.co.th) ได้ให้ข้อมูลความเป็นมาว่า <strong>บล็อก</strong> (Blog) มาจากคำว่า เว็บล็อก (Weblog) เริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อ เดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2543 (ค.ศ.1997) โดย จอห์น บอร์เจอร์ (Jorn Barger) เป็นผู้ใช้คำว่า “Weblog” ขึ้นก่อน ต่อมา ปีเตอร์ มาร์ฮอลซ์ (Peter Merholz) ได้เรียกสั้นๆว่า “Blog&#8221; แทนเมื่อเดือนเมษายน ปี พ.ศ.2545 (ค.ศ. 1999) ต่อมาในวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2549 (ค.ศ.2003) Oxford Dictionary ได้บรรจุคำว่า Blog ในพจนานุกรมอย่างเป็นทางการ โดยตัดตัว &#8220;We&#8221; ด้านหน้าออกไป และหมายถึงหน้าเว็บที่ใครๆ ก็เข้าไปอ่านเรื่องที่คนเขียนเรื่องต่างๆเอาไว้ได้ จนถึงปัจจุบันนี้ (ธันวาคม พ.ศ.2551) บล็อกกลายเป็นสิ่งผู้ใช้อินเตอร์เน็ตรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดี</p>
<p><strong>บล็อกคืออะไร</strong></p>
<p>มีผู้อธิบายความหมายของบล็อกไว้เป็นจำนวนมากในที่ต่างๆ โดยผู้ให้ความหมายเหล่านี้ประกอบไปด้วยผู้เขียนบล็อกหรือบล็อกเกอร์ (Blogger) ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือปัจเจกบุคคล ได้ให้ความหมายเอาไว้ในหนังสือและตามบล็อกของตน ซึ่งจะขอยกบางส่วนมาพิจารณาเพื่อทำความเข้าในที่นี้ ดังนี้</p>
<p><span id="more-663"></span></p>
<p><strong>เว็บไซต์เก่งดอตคอม </strong>(Keng.com) ได้ให้ความหมายบล็อกเอาไว้ว่า บล็อกคือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยมีเนื้อหาครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องการเมือง เรื่องกล้องถ่ายรูป เรื่องกีฬา เรื่องธุรกิจ เป็นต้น โดยจุดเด่นที่ทำให้บล็อกเป็นที่นิยมก็คือ ผู้เขียนบล็อก จะมีการแสดงความคิดเห็นของตนเอง ใส่ลงไปในบทความนั้น ๆ โดยบล็อกบางแห่ง จะมีอิทธิพลในการโน้มน้าวจิตใจผู้อ่านสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะเขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันในกลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มเพื่อน ๆ หรือครอบครัวตนเอง</p>
<p><strong>ผศ.ประชิด ทิณบุตร</strong> ได้ให้ความหมายว่า บล็อกคือหน้าเว็บเพจที่เป็นเหมือนวารสารส่วนตัว ที่เปิดเป็นเวทีสาธารณะให้ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกระทำได้หรือใช้เฉพาะส่วนตัว โดยทั่วไปแล้วจะมีการปรับปรุงเพิ่มเติมเข้าทุกวัน และแต่ละบล็อกมักจะสะท้อนถึงความเป็นปัจเจกของผู้เขียนแต่ละคน</p>
<p><strong>เว็บไซต์ไทยบล็อกเกอร์</strong> (Thaiblogger.org) ได้อธิบายความหมายว่า บล็อกเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ปฏิรูปเว็บ จากเว็บธรรมดาให้กลายเป็นเว็บที่มีปฏิสัมพันธ์ (interactive) มากขึ้น เปลี่ยนชุมชนคนเล่นเว็บ จากสังคมที่มีคนเขียนกลุ่มเล็กๆกับผู้อ่านจำนวนมาก (passive) ให้กลายมาเป็นชุมชนที่มีสมาชิกเป็นทั้งคนสร้าง content ด้วยการเขียน และเป็นนักอ่านไปพร้อมกัน (active) นอกจากนี้ มันยังช่วยลับคมความคิด แลกเปลี่ยนความรู้ และเป็นเครื่องมืออันมหัศจรรย์สำหรับนักการศึกษา ที่จะนำมาใช้ในการศึกษาของสังคมด้วย</p>
<p><strong>สารานุกรมออนไลน์วิกิพีเดีย</strong> (Wikipedia.org) ให้ความหมายว่า บล็อกเป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหลากหลายขึ้นอยู่กับเจ้าของบล็อก โดยสามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร การประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ในหลายด้านไม่ว่า อาหาร การเมือง เทคโนโลยี หรือข่าวปัจจุบัน</p>
<p><strong>เว็บไซต์บล็อกเกอร์</strong>(Blogger.com) ผู้ให้บริการบล็อกฟรีรายใหญ่ภายใต้ชื่อ Blogspot.com ได้ให้คำอธิบายว่า บล็อกเป็นไดอารีส่วนบุคคล ห้องฟังเทศน์ พื้นที่สำหรับความร่วมมือ เวทีแสดงออกทางการเมือง ห้องกระจายข่าว การเก็บรวบรวมลิงก์ ความคิดส่วนตัว สามารถเขียนเรื่องต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง เรื่องใหม่จะปรากฏด้านบนสุด เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมสามารถอ่านสิ่งที่มาใหม่ จากนั้นจะสามารถแสดงความคิดเห็นหรือสร้างลิงก์ หรือส่งอีเมล์ถึงผู้เขียนบล็อก หรือไม่ทำอะไรเลย</p>
<p>จากความหมายของบล็อกดังกล่าว จึงสรุปได้ว่า บล็อกคือ สื่อส่วนบุคคลบนอินเตอร์เน็ตที่ใช้เผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ข้อคิดเห็น บันทึกส่วนตัว เพื่อเผยแพร่และแบ่งปันให้คนอื่นๆได้อ่าน โดยผู้อ่านสามารถแสดงความคิดเห็น หรือให้ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ และการแสดงเนื้อหาของบล็อกนั้นเรียงลำดับจากเนื้อหาใหม่ไปสู่เนื้อหาเก่า ผู้เขียนและผู้อ่านสามารถค้นหาเนื้อหาย้อนหลังเพื่ออ่านและแก้ไขเพิ่มเติมได้ตลอดเวลานั่นเอง</p>
<p><strong>วัตถุประสงค์ของการสร้างบล็อก </strong></p>
<p>บล็อกคือสื่อส่วนบุคคล หรือสื่อภาคพลเมือง (Citizen Journal) ประเภทหนึ่ง วัตถุประสงค์ของการสร้างบล็อกก็เพื่อเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร ความคิด ความเห็น ความรู้ ของผู้สร้างบล็อก (Blogger) หรือ ผู้สื่อข่าวพลเมือง (Citizen Reporter) ดังนั้น วัตถุประสงค์ของการทำบล็อกจึงเกี่ยวพันกับหลักและทฤษฎีการสื่อสาร ไม่ว่าผู้สร้างบล็อกจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม โดยทฤษฎีการสื่อสารมวลชนได้กำหนดหน้าที่ของสื่อไว้เป็นเบื้องต้น 4 ประการ ดังนั้น วัตถุประสงค์ของการสร้างบล็อกจึงน่าจะจัดอยู่ใน 4 ประการนี้ได้แก่</p>
<p>1. เพื่อให้ข้อมูลข่าวสาร ผู้ส่งสารให้ข้อมูล ข่าวสารที่ตนมีอยู่แก่ผู้รับสาร ซึ่งเราปฏิบัติกันอยู่ในชีวิตประจำวัน</p>
<p>2. เพื่อให้ความรู้ ผู้ส่งสาร ให้ความรู้แก่ผู้รับสาร เพื่อพัฒนาการรับรู้ สติปัญญา เรียกว่าการศึกษานั่นเอง</p>
<p>3. เพื่อให้ความบันเทิง ผู้ส่งสารให้ความบันเทิงด้านต่างๆแก่ผู้รับสาร</p>
<p>4. สร้างความพึงพอใจ ผู้ส่งสาร เสนอสารให้แก่ผู้รับอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายๆอย่าง เพื่อให้ผู้รับเกิดความพึงพอใจ คล้อยตาม เห็นดีเห็นงามกับผู้ส่งสาร</p>
<p>บล็อกทั้งหลายที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ แม้จะมีเนื้อหาหลากหลาย ผู้สร้างบล็อกหรือบล็อกเกอร์กระจายอยู่ทุกประเทศทั่วโลก แต่เมื่อพิจารณาแล้วจะเห็นได้ว่า เนื้อหาที่มีอยู่หลากหลายแล้ว หากจัดเป็นหมวดหมู่ก็จะสามารถสังเคราะห์เข้าไว้ในข้อใดข้อหนึ่ง ของทั้ง 4 ข้อข้างต้น ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของสื่อทุกชนิด</p>
<p>ดังนั้น บล็อกจึงเป็นสื่อชนิดหนึ่งที่สร้างและดำเนินงานโดยปัจเจกบุคคล ที่เสนอเนื้อหาตามความรู้และความถนัดของตนเอง มีอิสระที่จะเสนอรูปแบบและเนื้อหาตามสิทธิ์และเสรีภาพในการแสดงออก ที่รับรองโดยหลักแห่งสิทธิมนุษยชน กฎหมายและศีลธรรม ซึ่งการกำกับควบคุมเนื้อหาที่นำเสนออกสู่สาธารณะนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับความสำนึกและความรับผิดชอบของผู้สร้างบล็อกหรือบล็อกเกอร์เป็นสำคัญนั่นเอง.</p>
<p><strong>บันทึกท้ายเรื่อง </strong></p>
<p>1. บทความชุดบล็อกศาสตร์เบื้องต้น เขียนขึ้นจากการศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ วิจารณ์ การสร้างบล็อกที่มีผู้เขียนไว้ และจากประสบการณ์การสร้างบล็อกในรูปแบบและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันของผู้เขียน โดยตั้งใจจะทำเป็นหลักฐานทางวิชาการ โดยใช้ทฤษฎีสื่อสารมวลชนเป็นกรอบในการศึกษา เพราะผู้เขียนตระหนักว่า บล็อกคือสื่อชนิดหนึ่งซึ่งในปัจจุบันยังเป็นสื่อกระแสรอง แต่นับวันจะมีบทบาทมากขึ้น จนกลายเป็นสื่อกระแสหลักในอนาคตอย่างแน่นอน การศึกษาเกี่ยวกับเรื่องบล็อก โดยใช้ชื่อว่าบล็อกศาสตร์ เป็นเบื้องต้นก่อน โดยนำมาจากคำภาษาอังกฤษคือ Blogology น่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจ โดยเฉพาะนักเรียนด้านการสื่อสารไม่น้อย</p>
<p>2. บทความรวมทั้งบทความอื่นๆของผู้เขียนคือ โกศล อนุสิม นี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์ในการนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆทุกชนิด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษา เผยแพร่ความรู้ หากท่านใดเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ สามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆได้ โดยขอช่วยอ้างอิงหรือให้ทำลิงค์กลับมายังบทความนี้ด้วย แต่ขอความกรุณาอย่านำไปผลิตหรือจำหน่ายไม่ว่ารูปแบบใดๆเลยนะครับ</p>
<p>ดูไฟล์ PDF ของบทความนี้ที่นี่  <a href="http://awxp3g.bay.livefilestore.com/y1p9oD4JcX_s-oCIUjb3_ZvsDHkO7EC_9A5vAcHeGDeMLrA2-sUvNgTQJcqI8lSdf7FNwyVZv4GfoM/Blogology1%20-%20What%20is%20blog.pdf?download"><span style="color: #0000ff;">An Introductory Blogology (1) What is Blog?</span></a></p>
<p>เอกสารอ้างอิง :</p>
<p><strong>เว็บไซต์ไซแม็ก </strong>: http://www.cimage.co.th/blog/blog.php<br />
<strong>เว็บไซต์เก่งดอตคอม: </strong>http://keng.com/2005/09/30/what-is-blog/<br />
ผศ.ประชิด ทิณบุตร: http://chandraonline.chandra.ac.th/chandrablog/?p=6<br />
เว็บไซต์ไทยบล็อกเกอร์: http://www.thaiblogger.org/2006/03/22/what-blog-is.html<br />
สารานุกรมออนไลน์วิกิพีเดีย: http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81<br />
เว็บไซต์บล็อกเกอร์: http://www.blogger.com/tour_start.g</p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=663&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_663" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/blogger-and-bublic-communication" title="บล็อกเกอร์ ( Blogger) กับการสื่อสารสาธารณะ (Public Communication) (6 December 2008)">บล็อกเกอร์ ( Blogger) กับการสื่อสารสาธารณะ (Public Communication)</a> (1)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/why-you-write-blog" title="เขียนบล็อกทำไม เขียนเพื่ออะไร (14 September 2008)">เขียนบล็อกทำไม เขียนเพื่ออะไร</a> (10)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/blog-as-a-printing-issue" title="บล็อก : ทางเลือกในการเผยแพร่ผลงานของนักเขียน (25 March 2009)">บล็อก : ทางเลือกในการเผยแพร่ผลงานของนักเขียน</a> (2)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/down-load-free-ebook-blog-and-arts-of-blog" title="สวัสดีปีใหม่ เชิญรับ eBook บล็อกและศาสตร์แห่งบล็อกแทน ส.ค.ส. 2552 (1 January 2009)">สวัสดีปีใหม่ เชิญรับ eBook บล็อกและศาสตร์แห่งบล็อกแทน ส.ค.ส. 2552</a> (12)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/how-to-make-your-visitors-impress-your-blog" title="วิธีผูกใจคนอ่านของบล็อกเกอร์มืออาชีพ (6 October 2008)">วิธีผูกใจคนอ่านของบล็อกเกอร์มืออาชีพ</a> (7)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/blogology-introductory-1-what-is-blog/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บล็อกเกอร์ ( Blogger) กับการสื่อสารสาธารณะ (Public Communication)</title>
		<link>http://blogologynet.com/blogger-and-bublic-communication</link>
		<comments>http://blogologynet.com/blogger-and-bublic-communication#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Dec 2008 01:19:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[บล็อกศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[การสื่อสารสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[การเขียนบล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[จริยธรรมการสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[บล็อกศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[หลัการเขียนบล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อหาบล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Blogology]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blogologynet.com/?p=536</guid>
		<description><![CDATA[การสื่อสารสาธารณะ คือการส่งสื่อสารไปสู่คนเป็นจำนวนมาก ซึ่งสารที่ถูกส่งออกไปนั้นก่อให้เกิดผลต่อความคิด ความเชื่อ ทัศนคติของผู้รับสาร เช่น การพูด การปราศรัยของผู้นำทางการเมือง ผู้นำทางสังคม หรือบุคคลสาธารณะอื่นๆ ที่มีอิทธิพลต่อผู้คนในสังคม เป็นต้น เมื่อการสื่อสารสาธารณะมีผลต่อผู้รับสาร ดังนั้น ผู้ที่สื่อสารหรือเรียกว่านักสื่อสารสาธารณะต้องมีกฎในการควบคุมการสื่อสารของตนเอง กฎดังกล่าวนี้เรียกอาจว่า “จริยธรรม” ก็ได้ “คุณธรรม” หรือ “จรรยาบรรณ” ก็ได้
ดร.บุญรักษ์ บุญญะเขตมาลา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนคนสำคัญคนหนึ่งของไทย ได้เสนอแนวคิด “ไวยากรณ์ทางจริยธรรม” สำหรับ “การสื่อสารสาธารณะ (Public Communication)” ไว้ในหนังสือ “ระหว่างกระจกกับตะเกียง” (หน้า 218-220) ไว้ 4 ประการ คือ

1. นักสื่อสารสาธารณะ จะต้องตระหนักว่า ณ นาทีที่เขาส่งสารสาธารณะออกไปนั้น เขาคือผู้ผูกขาดการนำเสนอข้อมูลและข้อคิดเห็นนั้นๆโดยไร้การแข่งขันใดๆ ดังนั้น สารของเขาควรจะเป็นอะไรที่บ่งบอกได้ว่า เขา (1) มีความรู้ในเรื่องนั้นๆดีเพียงพอ (2) เข้าใจประเด็นและนัยต่างๆของเนื้อสารที่เขานำเสนออย่างเหมาะสมกับกาลเทศะนั้นๆ (3) ตระหนักถึงระดับแห่งความน่าเชื่อถือของแหล่งอันเป็นที่มาของข้อมูลและบทสรุปในข้อคิดเห็นที่เขานำเสนอ และ (4) ยอมรับว่าเรื่องราวที่เขานำเสนออาจจะมีมุมมองอื่นๆได้อีกหลายด้านตามหลักของความหลากหลายทางความคิด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การสื่อสารสาธารณะ </strong>คือการส่งสื่อสารไปสู่คนเป็นจำนวนมาก ซึ่งสารที่ถูกส่งออกไปนั้นก่อให้เกิดผลต่อความคิด ความเชื่อ ทัศนคติของผู้รับสาร เช่น การพูด การปราศรัยของผู้นำทางการเมือง ผู้นำทางสังคม หรือบุคคลสาธารณะอื่นๆ ที่มีอิทธิพลต่อผู้คนในสังคม เป็นต้น เมื่อการสื่อสารสาธารณะมีผลต่อผู้รับสาร ดังนั้น ผู้ที่สื่อสารหรือเรียกว่านักสื่อสารสาธารณะต้องมีกฎในการควบคุมการสื่อสารของตนเอง กฎดังกล่าวนี้เรียกอาจว่า “จริยธรรม” ก็ได้ “คุณธรรม” หรือ “จรรยาบรรณ” ก็ได้</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>ดร.บุญรักษ์ บุญญะเขตมาลา</strong> นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนคนสำคัญคนหนึ่งของไทย ได้เสนอแนวคิด “ไวยากรณ์ทางจริยธรรม” สำหรับ “การสื่อสารสาธารณะ (Public Communication)” ไว้ในหนังสือ <strong>“ระหว่างกระจกกับตะเกียง”</strong> (หน้า 218-220) ไว้ 4 ประการ คือ</p>
<p style="text-align: justify;"><span id="more-536"></span></p>
<p style="text-align: justify;"><strong>1. นักสื่อสารสาธารณะ </strong>จะต้องตระหนักว่า ณ นาทีที่เขาส่งสารสาธารณะออกไปนั้น เขาคือผู้ผูกขาดการนำเสนอข้อมูลและข้อคิดเห็นนั้นๆโดยไร้การแข่งขันใดๆ ดังนั้น สารของเขาควรจะเป็นอะไรที่บ่งบอกได้ว่า เขา (1) มีความรู้ในเรื่องนั้นๆดีเพียงพอ (2) เข้าใจประเด็นและนัยต่างๆของเนื้อสารที่เขานำเสนออย่างเหมาะสมกับกาลเทศะนั้นๆ (3) ตระหนักถึงระดับแห่งความน่าเชื่อถือของแหล่งอันเป็นที่มาของข้อมูลและบทสรุปในข้อคิดเห็นที่เขานำเสนอ และ (4) ยอมรับว่าเรื่องราวที่เขานำเสนออาจจะมีมุมมองอื่นๆได้อีกหลายด้านตามหลักของความหลากหลายทางความคิด ไม่ใช่อะไรที่มีด้านเดียว แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกมุมมองมีความถูกต้องเท่าๆกัน</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>2. นักสื่อสารสาธารณะ</strong> ควรจะคัดเลือกและนำเสนอสารของตนอย่างเป็นธรรม และอย่างเคารพความเที่ยงตรง โดยจะต้องซึมซับการใฝ่หาความยุติธรรมจนกลายเป็นนิสัย (habit of justice) ฉะนั้นเขาจะไม่เจาะจงตกแต่งหรือบิดเบือนความคิดตามลีลาของนักโฆษณาชวนเชื่อ ด้วยการตั้งใจหรือปกปิดหรือซ่อนเร้นจุดสำคัญๆ ซึ่งผู้รับสารจำเป็นต้องทราบในอันที่จะใช้เป็นหลักในการประเมินข้อมูลและข้อคิดเห็นของเขาได้อย่างถูกต้อง ภารกิจตลอดกาลของเขาคือการสร้างความเสมอภาคแห่งโอกาสของความคิดต่างๆ (equality of opportunity among ideas)</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>3. นักสื่อสารสาธารณะ </strong>ควรจะมีนิสัยที่ชอบตริตรองเรื่องราวเกี่ยวกับสาธารณะประโยชน์ ให้มากๆ จนกระทั่งเห็นว่าเรื่องส่วนรวมเป็นเรื่องใหญ่โตกว่าเรื่องส่วนตัว ในกรณีที่การนำเสนอของเขาจำเป็นต้องมีมุมมองเฉพาะของตนเอง เขาควรอยู่ในฐานะที่พร้อมจะเปิดเผยที่มาของข้อมูล และการก่อรูปของความคิดเห็นของตนอย่างตรงไปตรงมา รวมทั้งความพร้อมที่จะเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบเจตนารมณ์ที่แท้จริงของตนได้ตามหลักของความโปร่งใสด้วย</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>4. เต็มใจที่จะรับฟังข้อมูลและข้อคิดเห็นอื่นๆ</strong> ที่ไม่เหมือนกับของตน ทว่าในท้ายที่สุด การสื่อสารของเขาเองจะต้องไม่ยินยอมสูญเสียหลักการที่เขาเชื่อมั่นว่าได้ผ่านการตริตรองมาเป็นอย่างดีแล้ว โดยไม่ประนีประนอมง่ายๆ นอกจากนี้ นักสื่อสารสาธารณะที่ทำงานของตนมาอย่างเต็มที่แล้ว จะต้องยินดีที่จะประจันหน้ากับการท้าทายใดๆมากกว่าการสมยอมอย่างผิดๆ</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>“นักสื่อสารสาธารณะ” </strong>ในความหมายของ ดร.บุญรักษ์ บุญญะเขตมาลา ในที่นี้ ไม่ใช่เพียงแค่สื่อสารมวลชน แต่รวมถึงบุคคลสาธารณะทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ผู้บริหารของรัฐและเอกชน ข้าราชการ นักวิชาชีพต่างๆ ที่จำเป็นต้องสื่อสารข้อความทางสังคมกับสาธารณชน ยกเว้นกิจกรรมที่เป็นความบันเทิงโดยตรงล้วนๆ ดังนั้น &#8220;บล็อกเกอร์&#8221; ที่จัดเป็น “ผู้สื่อข่าวภาคพลเมือง” ที่ใช้บล็อกซึ่งเป็น “สื่อภาคพลเมือง” เป็นช่องทางในการสื่อสาร ย่อมสังเคราะห์เข้าเป็นหนึ่งในบรรดานักสื่อสารสาธารณะด้วยเช่นกัน</p>
<p style="text-align: justify;">เมื่อบล็อกเกอร์เป็นหนึ่งในนักสื่อสารสาธารณะ ย่อมมีความรับผิดชอบในการสื่อสารของตน เพราะสารที่บล็อกเกอร์ส่งออกไปสู่สาธารณะนั้น มีผลต่อการรับรู้ของผู้คน ส่งผลต่อความคิด ความเชื่อ ทัศนคติของผู้รับสารไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน ดังนั้น จริยธรรมของนักสื่อสารสาธารณะ ย่อมต้องเกี่ยวพันกับบล็อกเกอร์ด้วย</p>
<p style="text-align: justify;">เมื่อพิจารณาตามแนวคิดของ ดร.บุญรักษ์ บุญญะเขตมาลา ทั้ง 4 ข้อก็จะเห็นได้ว่า บล็อกเกอร์ที่สื่อสารกับสาธารณะผ่านบล็อกของตนนั้น สมควรที่จะต้องมีจริยธรรมและความรับผิดชอบเป็นอย่างยิ่ง เพราะบล็อกเกอร์มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการตัดสินใจว่าจะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใดออกไปสู่สาธารณะ แม้บล็อกจะเป็นสื่อส่วนบุคคล แต่ขอบเขตของการเผยแพร่นั้นกว้างขวาง เป้าหมายคือผู้อ่านที่เป็นสาธารณชนทั่วไป โดยการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารนั้นบล็อกเกอร์คือผู้ตัดสินใจทั้งรูปแบบและเนื้อหาของการสื่อสารทั้งสิ้น ตรงกับที่ ดร.บุญรักษ์ บุญญะเขตมาลากล่าวไว้ว่านักสื่อสารสาธารณะเป็น “ผู้ผูกขาดการนำเสนอข้อมูลและข้อคิดเห็นนั้นๆโดยไร้การแข่งขันใดๆ” บล็อกเกอร์ก็เช่นเดียวกัน เพราะเป็นผู้ผูกขาดการนำเสนอข้อมูลและข้อคิดเห็นผ่านบล็อกของตน</p>
<p style="text-align: justify;">บล็อกเกอร์จึงต้องมีจริยธรรมและความรับผิดชอบในการนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร และความคิดเห็น ผ่านบล็อกของตน โดยสำนึกอยู่เสมอว่า สิ่งที่ตนนำเสนอนั้นจะเกิดผลกระทบต่อความคิด ความเชื่อ และทัศนคติของผู้คนอย่างแน่นอนไม่มากก็น้อย หากนำเสนอข้อมูลผิดๆ ย่อมเกิดความเข้าใจผิด นำไปสู่ความคิด ความเชื่อ และการกระทำที่ผิดๆด้วย เช่นเดียวกับสื่อประเภทอื่นๆ</p>
<p style="text-align: justify;">ในการนำเสนอข้อมูลและความคิดแต่ละครั้ง อย่างน้อยบล็อกเกอร์ควรจะพิจารณาให้ถ่องแท้ ตามแนวคิดที่ ดร.บุญรักษ์ บุญญะเขตมาลา ได้ให้ไว้ คือ</p>
<p style="text-align: justify;">1.คัดเลือกและนำเสนอสารอย่างเป็นธรรมและเคารพความเที่ยงตรง นั่นคือ เสนอข้อมูลและความคิดตามข้อเท็จจริง ไม่บิดเบือนตกแต่งข้อมูลให้คนอ่านเข้าใจผิดไปจากข้อเท็จจริง เพื่อประโยชน์ที่ซ่อนเร้นเอาไว้</p>
<p style="text-align: justify;">2.คิดถึงเรื่องประโยชน์ของสาธารณะให้มาก ก่อนที่จะเผยแพร่ข้อมูลและความคิดของตน นั่นคือ ประโยชน์ของผู้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร คือผู้อ่านบล็อกนั่นเอง</p>
<p style="text-align: justify;">3.พร้อมที่จะรับฟังข้อโต้แย้งของผู้อ่าน และพร้อมที่จะอธิบายข้อสงสัยต่างๆอย่างเที่ยงตรง แม้ในที่สุดจะยืนยันสิ่งที่ตนนำเสนอต่อผู้อ่าน ก็กระทำด้วยเหตุผลที่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้</p>
<p style="text-align: justify;">หากบล็อกเกอร์เชื่อว่าตนคือนักสื่อสารสาธารณะ ตามความหมายที่เสนอไว้ข้างต้นแล้ว การพิจารณาถึงจริยธรรม คุณธรรม จรรยาบรรณของนักสื่อสารธารณะเอาไว้ก็จะเป็นประโยชน์แก่ทั้งสาธารณะชนและตนเองเป็นอย่างยิ่ง แม้ในหมู่ผู้ที่ใช้บล็อกเป็นเครื่องมือในการแสวงหารายได้ ที่เรียกว่า Make Money Online ก็ดี Blog Marketing ก็ดี ย่อมต้องมีจริยธรรมของนักสื่อสารกำกับการทำงาน โดยซื่อตรงข้อมูล ข่าวสาร ของสินค้าและบริการที่นำเสนอแก่ผู้ใช้บริการของตน.</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="color: #993300;">[หากท่านใดเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ สามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆได้<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>โดยขอให้ทำลิงค์กลับมายังบทความนี้<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>แต่ขอความกรุณาอย่านำไปผลิตหรือจำหน่ายไม่ว่ารูปแบบใดๆเลยนะครับ]</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="color: #993300;"><span style="color: #000000;">อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องกันเพิ่มเติม </span> : <a href="http://www.blogologynet.com/?p=304"><span style="color: #00658d;">บล็อกกับทฤษฎีการสื่อสาร</span></a></span></span></p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=536&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_536" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/blogology-introductory-1-what-is-blog" title="บล็อกศาสตร์เบื้องต้น (1) บล็อกคืออะไร (21 December 2008)">บล็อกศาสตร์เบื้องต้น (1) บล็อกคืออะไร</a> (3)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/why-you-write-blog" title="เขียนบล็อกทำไม เขียนเพื่ออะไร (14 September 2008)">เขียนบล็อกทำไม เขียนเพื่ออะไร</a> (10)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/blog-as-a-printing-issue" title="บล็อก : ทางเลือกในการเผยแพร่ผลงานของนักเขียน (25 March 2009)">บล็อก : ทางเลือกในการเผยแพร่ผลงานของนักเขียน</a> (2)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/nakrobnakrak-citizen-journal-takes-side" title="“นักรบนักรัก” : สื่อภาคพลเมืองกับการเลือกข้างอย่างมีสติปัญญา (9 December 2008)">“นักรบนักรัก” : สื่อภาคพลเมืองกับการเลือกข้างอย่างมีสติปัญญา</a> (4)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/interiorsiamcom-as-a-citizen-journal-blog" title="interiorsiam.com กับการเป็น Citizen Journal ของ “ช่างแบบ” (21 September 2008)">interiorsiam.com กับการเป็น Citizen Journal ของ “ช่างแบบ”</a> (6)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/blogger-and-bublic-communication/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
