<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BlogologyNet.com &#187; สื่อภาคพลเมือง</title>
	<atom:link href="http://blogologynet.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blogologynet.com</link>
	<description>บล็อกศาสตร์และสื่อมวลชนออนไลน์,ทฤษฎีบล็อก,การเขียนบล็อก,บล็อกเกอร์,สื่อมวลชนออนไลน์,นิเทศศาสตร์ออนไลน์,สื่อสารมวลชนออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Sun, 11 Jul 2010 03:32:48 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>“โอเคเนชั่นบล็อก”  ตัวอย่างกรณีศึกษา &quot;ชุมชนนักข่าวพลเมือง”</title>
		<link>http://blogologynet.com/ok-nation-blog-a-case-study-of-citizen-reporter-community</link>
		<comments>http://blogologynet.com/ok-nation-blog-a-case-study-of-citizen-reporter-community#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Jun 2009 17:12:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[บล็อกศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สื่อข่าวพลเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อภาคพลเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[เนชั่นบล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[โอเคเนชั่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blogologynet.com/?p=881</guid>
		<description><![CDATA[บล็อก (Blog) ถูกเรียกว่าเป็น สื่อภาคพลเมือง (Citizen Journal) ผู้เขียนบล็อกหรือบล็อกเกอร์ (Blogger) เรียกว่า นักข่าวพลเมือง (Citizen Reporter) ซึ่งสื่อและนักข่าวภาคพลเมืองก็ทำหน้าที่เช่นเดียวกับสื่อและนักข่าวของสื่อหลัก อันได้แก่ หนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์  ต่างกันแต่สื่อภาคพลเมืองนั้นทำหน้าที่ในฐานะปัจเจกบุคคลที่ไม่สังกัดองค์กรสื่อใดๆ
นักข่าวพลเมืองเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ส่งสาร โดยอาศัยบล็อกเป็นช่องทางการส่งสาร  กระบวนการได้มาซึ่งสาร การแปลงสาร จนถึงการส่งสารนั้นควบคุมโดยคนๆเดียวเบ็ดเสร็จ  ดังนั้นสารที่ส่งออกไปสู่ผู้รับจะมีคุณภาพเช่นไร  เป็นประโยชน์หรือโทษแก่ผู้รับหรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับสำนึกของผู้ควบคุมกระบวนการผลิตข่าวสารของบล็อก ซึ่งก็คือบล็อกเกอร์นั่นเอง

จากหลักการดังกล่าวย่อมแสดงว่า บล็อกเป็นสื่อมวลชนชนิดหนึ่งและบล็อกเกอร์ก็เป็นนักสื่อสารมวลชนประเภทหนึ่ง  จึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบไม่ต่างจากสื่อกระแสหลัก  จรรยาบรรณของสื่อกระแสหลักมีอยู่เช่นไร  สื่อพลเมืองก็ย่อมจะต้องมีเช่นนั่นด้วย   แต่เพราะสื่อภาคพลเมืองเป็นสื่อของปัจเจกบุคคล  จึงยากที่จะใช้จรรยาบรรณของสื่อมากำกับควบคุมได้  นอกจากจะเกิดจากสำนึกของนักข่าวภาคพลเมืองหรือบล็อกเกอร์เองเป็นสำคัญ
ในปัจจุบันสื่อภาคพลเมืองขยายตัวในเชิงประมาณเป็นอย่างมาก  โดยมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นตามจำนวนของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต มีผู้ให้บริการพื้นที่สำหรับสร้างสื่อชนิดนี้มากมาย  ทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเช่นกูเกิลที่ให้บริการในนามเว็บไซต์บล็อกเกอร์ (Blogger) หรือ บล็อกสป็อต (Blogspot.com) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ที่สุด รองลงมาได้แก่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><strong><a href="http://www.blogologynet.com/blogology-introductory-1-what-is-blog/"><span style="color: #0000ff;">บล็อก</span></a> </strong>(Blog) ถูกเรียกว่าเป็น <a href="http://www.blogologynet.com/blogger-and-bublic-communication/"><strong><span style="color: #0000ff;">สื่อภาคพลเมือง</span></strong></a> (Citizen Journal) ผู้เขียนบล็อกหรือบล็อกเกอร์ (Blogger) เรียกว่า นักข่าวพลเมือง (Citizen Reporter) ซึ่งสื่อและนักข่าวภาคพลเมืองก็ทำหน้าที่เช่นเดียวกับสื่อและนักข่าวของสื่อหลัก อันได้แก่ หนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์  ต่างกันแต่สื่อภาคพลเมืองนั้นทำหน้าที่ในฐานะปัจเจกบุคคลที่ไม่สังกัดองค์กรสื่อใดๆ</p>
<p style="text-align: justify;">นักข่าวพลเมืองเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ส่งสาร โดยอาศัยบล็อกเป็นช่องทางการส่งสาร  กระบวนการได้มาซึ่งสาร การแปลงสาร จนถึงการส่งสารนั้นควบคุมโดยคนๆเดียวเบ็ดเสร็จ  ดังนั้นสารที่ส่งออกไปสู่ผู้รับจะมีคุณภาพเช่นไร  เป็นประโยชน์หรือโทษแก่ผู้รับหรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับสำนึกของผู้ควบคุมกระบวนการผลิตข่าวสารของบล็อก ซึ่งก็คือบล็อกเกอร์นั่นเอง</p>
<p style="text-align: justify;"><span id="more-881"></span></p>
<p style="text-align: justify;">จากหลักการดังกล่าวย่อมแสดงว่า บล็อกเป็นสื่อมวลชนชนิดหนึ่งและบล็อกเกอร์ก็เป็นนักสื่อสารมวลชนประเภทหนึ่ง  จึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบไม่ต่างจากสื่อกระแสหลัก  <a href="http://www.blogologynet.com/thai-mass-media-responsibility/"><span style="color: #0000ff;">จรรยาบรรณของสื่อกระแสหลัก</span></a>มีอยู่เช่นไร  สื่อพลเมืองก็ย่อมจะต้องมีเช่นนั่นด้วย   แต่เพราะสื่อภาคพลเมืองเป็นสื่อของปัจเจกบุคคล  จึงยากที่จะใช้จรรยาบรรณของสื่อมากำกับควบคุมได้  นอกจากจะเกิดจากสำนึกของนักข่าวภาคพลเมืองหรือบล็อกเกอร์เองเป็นสำคัญ</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><a href="../wp-content/uploads/2009/06/ok-nation.jpg"><img class="alignleft" style="border: 0pt none; margin: 10px;" title="ok-nation" src="../wp-content/uploads/2009/06/ok-nation.jpg" alt="ok-nation" width="272" height="226" /></a></strong>ในปัจจุบันสื่อภาคพลเมืองขยายตัวในเชิงประมาณเป็นอย่างมาก  โดยมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นตามจำนวนของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต มีผู้ให้บริการพื้นที่สำหรับสร้างสื่อชนิดนี้มากมาย  ทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเช่นกูเกิลที่ให้บริการในนามเว็บไซต์บล็อกเกอร์ (Blogger) หรือ บล็อกสป็อต (Blogspot.com) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ที่สุด รองลงมาได้แก่ เวิร์ดเพรส (Wordpress.com) ซึ่งทั้งสองแห่งให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย (รายอื่นๆก็ไม่คิดค่าใช้จ่ายเช่นกัน) ส่วนในประเทศไทยนั้นก็มีให้บริการหลายราย รวมถึงเครือเนชั่นที่เป็นกลุ่มบริษัทสื่อสารขนาดใหญ่รายหนึ่งของไทย ก็ให้บริการในนาม<a href="http://www.oknation.net"><span style="color: #0000ff;">โอเคเนชั่นบล็อก </span></a>(OKnation.net)</p>
<p style="text-align: justify;">การสร้างโอเคเนชั่นบล็อกขึ้นมานั้นเกิดขึ้นภายใต้แนวคิดสื่อภาคพลเมือง โดยมุ่งที่จะสร้างให้เป็นชุมชนของนักข่าวพลเมืองที่มีคุณภาพ  มีความหลากหลาย ดังจะเห็นได้จากคำขวัญที่กำหนดไว้ว่า <strong>“ทุกคนเป็นนักข่าวได้”</strong> และโอเคเนชั่นบล็อกคือเวทีที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเป็นนักข่าวได้อย่างเท่าเทียมกัน บล็อกเกอร์ของโอเคเนชั่นบล็อกจึงมีแทบทุกสาขาอาชีพ  รวมถึงนักข่าวในเครือเนชั่นและนักศึกษาด้านสื่อสารมวลชนก็เขียนบล็อกเป็นจำนวนมาก กระจายอยู่ในทุกพื้นที่ของประเทศ รวมถึงต่างประเทศ ต่างก็ทำหน้าที่สื่อภาคพลเมืองของตนอย่างสม่ำเสมอ</p>
<p style="text-align: justify;">ดังนั้น โอเคเนชั่นบล็อกจึงกลายเป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ที่สร้างโดยนักข่าวพลเมือง ครอบคลุมเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เทคโนโลยี  สิ่งแวดล้อม  โดยข้อมูลดังกล่าวมีทั้งข้อมูลชั้นต้นที่มาจากแหล่งข้อมูลโดยตรง  และข้อมูลชั้นสองหรือชั้นสามที่อ้างอิงมาจากแหล่งอื่น   ทั้งเป็นข้อมูลดิบที่ยังไม่ได้แยกแยะวิเคราะห์วิจัยและข้อมูลที่ผ่านแยกแยะ การวิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจัย วิจารณ์โดยบล็อกเกอร์ผู้เป็นเจ้าของเรื่อง  รวมถึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร และอ้างอิงกันในหมู่บล็อกเกอร์หรือนักข่าวพลเมืองด้วยกัน</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>จุดเด่นที่สุดของโอเคเนชั่นบล็อกก็คือ รูปแบบการนำเสนอของบรรดานักข่าวพลเมือง ของที่นี่ เป็นนำเสนอในรูปของข่าวและรายงานที่มีการวิเคราะห์ แยกแยะและวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นที่นำเสนอ  การที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะบล็อกเกอร์จำนวนมากเป็นบุคคลที่อยู่ในสายอาชีพสื่อสารมวลชน หรืออาชีพที่เกี่ยวเนื่องกัน หรือเป็นกลุ่มคนที่ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อต่างๆอย่างเหนียวแน่น  จึงทำให้สามารถสังเคราะห์สารที่ตนต้องการสื่อออกมาในรูปแบบข่าวหรือรายงานข่าวได้ใกล้เคียงกับที่นำเสนอผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วไป</strong></p>
<p style="text-align: justify;">ดังที่ทราบกันแล้วว่า บล็อกเกอร์หรือสื่อภาคพลเมืองคือการทำงานของปัจเจกบุคคลที่ไม่ได้สังกัดองค์กรใด แม้ในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องอยู่ภายใต้สังกัดองค์กรที่ตนทำงานอยู่ แต่ในฐานะสื่อภาคพลเมืองย่อมอยู่ในฐานะปัจเจกบุคคลไม่ว่าจะมาจากวิชาชีพใดรวมถึงวิชาชีพสื่อมวลชนเองด้วย การแสดงออกในฐานะสื่อภาคพลเมืองก็คือการแสดงอกในฐานะปัจเจกบุคคล ซึ่งธรรมชาติของปัจเจกบุคคลนั้นย่อมมีความเป็นตัวของตัวเองสูง แสดงออกโดยอิสระ ยิดติดในกฎเกณฑ์น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้สูงที่บล็อกเกอร์จะแสดงออกอย่างสุดโต่ง ใช้อิสรภาพเกินเลยขอบเขตของความเหมาะสม  หากบล็อกเกอร์ผู้นั้นไร้จิตสำนึกที่ดี แต่บรรดาบล็อกเกอร์ของโอเคเนชั่นบล็อกต่างมีความรับผิดชอบสูง จึงปรากฏกรณีที่ส่งข้อมูลข่าวสารที่ไม่เหมาะสมน้อยมาก  และภายใต้การกำกับดูแลของเว็บมาสเตอร์ของเว็บไซต์โอเคเนชั่น (OKnation.net) ที่ออกกฎกติกาการใช้งานให้สมาชิกปฏิบัติอย่างชัดเจน  ซึ่งกฎดังกล่าวนั้นก็อาศัยกรอบของกฎหมายและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพของสื่อสารมวลชนมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติร่วมกัน  ในกรณีที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมละเมิดกฎกติกาดังกล่าว เว็บมาสเตอร์สามารถลบเนื้อหานั้นออกจากระบบ  จนถึงระงับสิทธิ์ในการใช้งานของบล็อกเกอร์ที่ทำผิดนั้นได้ทันที  ซึ่งกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก</p>
<p style="text-align: justify;">โอเคเนชั่นบล็อกจึงสามารถใช้เป็นแหล่งศึกษาเกี่ยวกับสื่อภาคพลเมืองและผู้สื่อข่าวภาคพลเมืองได้อย่างดียิ่ง   เหตุผลก็คือ ที่นี่คือแหล่งชุมนุมของนักข่าวพลเมืองที่หลากหลายและมีลักษณะเป็น “ชุมชนนักข่าวพลเมือง” ที่ชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่ง  หากมีการศึกษาวิจัยตามหลักวิชาการอย่างแท้จริงแล้ว  ย่อมจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพของสื่อภาคพลเมืองและนักข่าวภาคพลเมืองของไทย  และจะเป็นการพิสูจน์ว่า  หลักการที่โอเคเนชั่นวางไว้ว่า <strong>“ทุกคนเป็นนักข่าวได้” </strong> เกิดขึ้นจริงแล้วหรือไม่  อย่างไร</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>ขอฝากถึงนักวิชาการและนักวิจัยทั้งหลายไว้ในที่นี้ด้วย.</strong></p>
<p><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-1054503077643492";
/* 468x60, created 1/8/10 */
google_ad_slot = "3339156278";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//-->
</script><br />
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=881&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_881" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/citizen-journal-and-the-law-of-take-none-side" title="บล็อก เรือรบ เมืองมั่น สื่อภาคพลเมืองกับความเป็นกลางในสถานการณ์เลือกข้างทางการเมือง (7 December 2008)">บล็อก เรือรบ เมืองมั่น สื่อภาคพลเมืองกับความเป็นกลางในสถานการณ์เลือกข้างทางการเมือง</a> (4)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/nakrobnakrak-citizen-journal-takes-side" title="“นักรบนักรัก” : สื่อภาคพลเมืองกับการเลือกข้างอย่างมีสติปัญญา (9 December 2008)">“นักรบนักรัก” : สื่อภาคพลเมืองกับการเลือกข้างอย่างมีสติปัญญา</a> (4)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/natayaa-blog-thai-citizen-journal-in-england" title="Natayaa Blog : Citizen Journal ปากเสียงของคนไทยในต่างแดน (22 November 2008)">Natayaa Blog : Citizen Journal ปากเสียงของคนไทยในต่างแดน</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/blog-and-blogger-on-cyber-world" title="Blog,Blogs และบล็อกคือไฟไหม้ลามทุ่งไซเบอร์ (24 July 2008)">Blog,Blogs และบล็อกคือไฟไหม้ลามทุ่งไซเบอร์</a> (3)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/suthichai-yoon-and-his-blog" title="Big Blog : Suthichai yoon &#8211; ดูคนใหญ่มาเดินในบล็อก (6 March 2008)">Big Blog : Suthichai yoon &#8211; ดูคนใหญ่มาเดินในบล็อก</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/ok-nation-blog-a-case-study-of-citizen-reporter-community/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การสร้างเนื้อหาโดยผู้อ่าน : การสื่อสารสองทางในเว็บ 2.0</title>
		<link>http://blogologynet.com/blog-content-created-by-readers</link>
		<comments>http://blogologynet.com/blog-content-created-by-readers#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Dec 2008 07:59:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[บล็อกศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[การสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[การสื่อสารสองทาง]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อภาคพลเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บ 2.0]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blogologynet.com/?p=649</guid>
		<description><![CDATA[องค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของ Web2.0 ก็คือ การเปิดโอกาสให้ผู้อ่านมีส่วนในการสร้างหรือเพิ่มเติมเนื้อหา (Content) ได้ อันเป็นการสื่อสารสองทางระหว่างผู้จัดทำเว็บไซต์หรือบล็อกกับผู้อ่าน ซึ่งต่างจากเว็บยุค 1.0 ที่เป็นการสื่อสารทางเดียว โดยผู้จัดทำเป็นผู้กำหนดเนื้อหาข่าวสาร ส่วนผู้อ่านก็รับรู้ข่าวสารได้เพียงอย่างเดียว ไม่มีส่วนในการสร้างหรือเพิ่มเติมเนื้อหาแต่อย่างใด
การสื่อสารทางเดียวในยุคเว็บ 1.0 ถึงจุดอิ่มตัว ได้มีการพัฒนาการสื่อสารเพื่อให้ผู้จัดทำเนื้อหากับผู้อ่านได้มีช่องทางสื่อสารกันโดยตรง โดยการสร้างกระดานสนทนา ( Web Board) ขึ้นมา มีการตั้งประเด็นเพื่อสนทนากันระหว่างผู้จัดทำเว็บไซต์กับผู้อ่าน และระหว่างผู้อ่านกับผู้อ่านด้วยกัน ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ กันอย่างกว้างขวาง จนพัฒนามาสู่เว็บ 2.0 ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งผู้อ่านมีส่วนร่วมในการสร้างและเพิ่มเติมเนื้อหาอย่างกว้างขวาง หลายรูปแบบ และมีอิสระอย่างเต็มที่

การสร้างและเพิ่มเติมเนื้อหาของผู้อ่านในเว็บ 2.0 นั้นมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้จัดทำเว็บไซต์ว่ามีจุดประสงค์อะไร ดังนั้น การมีส่วนร่วมในเว็บไซต์ที่เป็นชุมชนออนไลน์ ( Social Networking) ย่อมแตกต่างจากเว็บไซต์ขององค์กรต่างๆ การมีส่วนร่วมในเว็บไซต์ขององค์กรก็แตกต่างจากบล็อก (Blog) ที่ปัจเจกบุคคลเป็นเจ้าของ หรือที่เรียกว่าสื่อภาคพลเมือง (Citizen Journal) ในบทความนี้จะได้รวบรวมรูปแบบการมีส่วนร่วมของผู้อ่านในการสร้างเนื้อหาของเว็บ 2.0 เท่าที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน โดยแยกเป็นประเภทต่างๆเป็นเบื้องต้น มีดังนี้
1.ประเภทการอัพโหลด (Upload) เนื้อหาที่ผู้อ่านร่วมสร้างและเพิ่มเติมในเว็บไซต์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>องค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของ Web2.0 ก็คือ การเปิดโอกาสให้ผู้อ่านมีส่วนในการสร้างหรือเพิ่มเติมเนื้อหา (Content) ได้ อันเป็นการสื่อสารสองทางระหว่างผู้จัดทำเว็บไซต์หรือบล็อกกับผู้อ่าน ซึ่งต่างจากเว็บยุค 1.0 ที่เป็นการสื่อสารทางเดียว โดยผู้จัดทำเป็นผู้กำหนดเนื้อหาข่าวสาร ส่วนผู้อ่านก็รับรู้ข่าวสารได้เพียงอย่างเดียว ไม่มีส่วนในการสร้างหรือเพิ่มเติมเนื้อหาแต่อย่างใด</p>
<p>การสื่อสารทางเดียวในยุคเว็บ 1.0 ถึงจุดอิ่มตัว ได้มีการพัฒนาการสื่อสารเพื่อให้ผู้จัดทำเนื้อหากับผู้อ่านได้มีช่องทางสื่อสารกันโดยตรง โดยการสร้างกระดานสนทนา ( Web Board) ขึ้นมา มีการตั้งประเด็นเพื่อสนทนากันระหว่างผู้จัดทำเว็บไซต์กับผู้อ่าน และระหว่างผู้อ่านกับผู้อ่านด้วยกัน ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ กันอย่างกว้างขวาง จนพัฒนามาสู่เว็บ 2.0 ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งผู้อ่านมีส่วนร่วมในการสร้างและเพิ่มเติมเนื้อหาอย่างกว้างขวาง หลายรูปแบบ และมีอิสระอย่างเต็มที่</p>
<p><span id="more-649"></span></p>
<p>การสร้างและเพิ่มเติมเนื้อหาของผู้อ่านในเว็บ 2.0 นั้นมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้จัดทำเว็บไซต์ว่ามีจุดประสงค์อะไร ดังนั้น การมีส่วนร่วมในเว็บไซต์ที่เป็นชุมชนออนไลน์ ( Social Networking) ย่อมแตกต่างจากเว็บไซต์ขององค์กรต่างๆ การมีส่วนร่วมในเว็บไซต์ขององค์กรก็แตกต่างจากบล็อก (Blog) ที่ปัจเจกบุคคลเป็นเจ้าของ หรือที่เรียกว่าสื่อภาคพลเมือง (Citizen Journal) ในบทความนี้จะได้รวบรวมรูปแบบการมีส่วนร่วมของผู้อ่านในการสร้างเนื้อหาของเว็บ 2.0 เท่าที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน โดยแยกเป็นประเภทต่างๆเป็นเบื้องต้น มีดังนี้</p>
<p><strong>1.ประเภทการอัพโหลด</strong> (Upload) เนื้อหาที่ผู้อ่านร่วมสร้างและเพิ่มเติมในเว็บไซต์ ได้แก่ ข้อเขียน บทความ รูปภาพ คลิปวีดิโอ เพลง ฯลฯ เพื่อแบ่งปันให้แก่คนอื่นๆได้ร่วมใช้ประโยชน์ เช่น เว็บไซต์ที่ให้บริการซับมิต (Submit) บทความต่างๆ เว็บไซต์ที่ให้บริการแบ่งปันวีดิโอคลิป อาทิ Youtube.com เป็นต้น เว็บไซต์ที่ให้บริการแบ่งปันเพลง อาทิ Esnipes.com, Imeem.com, Ijigg.com เป็นต้น ประเภทแบ่งปันรูปภาพ อาทิ Photobucket.com เป็นต้น</p>
<p><strong>2.ประเภทแสดงความคิดเห็น </strong>(Comment) เนื้อหาประเภทนี้เป็นที่นิยมโดยทั่วไปจนกลายเป็นคุณสมบัติที่ขาดไม่ได้ของเว็บไซต์ 2.0 ที่จะต้องเปิดโอกาสให้ผู้อ่านร่วมแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆที่นำเสนอ โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่นำเสนอข่าวสารประจำวันของสื่อต่างๆนั้น ได้เปิดให้ผู้อ่านได้แสดงความคิดเห็นต่อข่าวสารที่นำเสนอกันทั้งสิ้น</p>
<p><strong>3.ประเภทสร้างบัญชีผู้ใช้ </strong>(Account) โดยเว็บไซต์เปิดให้ผู้อ่านสร้างบัญชีใช้งานของตนขึ้น เพื่อสร้างเนื้อหาตามความต้องการของเจ้าของบัญชี แล้วเปิดให้คนอื่นๆร่วมใช้ประโยชน์เนื้อนั้นร่วมกัน ประเภทนี้เป็นที่นิยมในเว็บไซต์ประเภทชุมชนออนไลน์ (Social Networking) ทั้งหลาย อาทิ HI5, Face Book, Tagged เป็นต้น</p>
<p>การมีส่วนร่วมในการสร้างเนื้อหาของผู้อ่านในเว็บ 2.0 ที่กล่าวมาทั้ง 3 ประเภทนั้น ได้ก่อให้เกิดการกระจายข้อมูล ข่าวสาร ในรูปแบบต่างๆออกสู่สาธารณะอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเมื่อการเกิดขึ้นของบล็อก (Blog) อันเป็นรูปแบบที่สมบูรณ์ของเว็บ 2.0 ทำให้ผู้อ่านที่เคยเป็นเพียงผู้มีส่วนร่วมในการเพิ่มเติมเนื้อหาด้วยการอัพโหลดและแสดงความคิดเห็นภายใต้กฎเกณฑ์ของเว็บไซต์ ได้กลายเป็นผู้สร้างเนื้อหาได้เองโดยอิสระผ่านบล็อกของตน ทั้งยังคงดำรงความเป็นผู้มีส่วนร่วมในการสร้างเนื้อหาประเภท 1-3 ในเว็บไซต์อื่นด้วย ยิ่งทำให้การแพร่กระจายข่าวสารเพิ่มมากขึ้น เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันอย่างกว้างขวาง ทำให้โลกก้าวเข้าสู่ยุคข้อมูลข่าวสารอย่างสมบูรณ์</p>
<p>เว็บ 2.0 ที่เปิดโอกาสให้ผู้อ่านมีส่วนร่วมในการสร้างและเพิ่มเติมเนื้อหาอันเป็นการสื่อสารสองทางนั้น ได้ก่อให้เกิดพัฒนาการการรับรู้ข่าวสารที่เป็นอิสระมากขึ้น การไหลเวียนของมูลข่าวสารเป็นไปอย่างอิสระ (Free Flow) และมีความรวดเร็วคล่องตัว ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า เว็บ 2.0 มีส่วนอันสำคัญในการทำลายกำแพงการรับรู้ข่าวสารของมนุษย์ลงไปโดยแทบจะสิ้นเชิง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม บทความนี้เป็นเพียงการสำรวจเบื้องต้นเท่านั้น หากนักวิชาการด้านการสื่อสารหรือผู้สนใจนำไปต่อยอดศึกษาวิจัยอย่างเป็นกระบวนการตามหลักวิชาการ ก็น่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการพัฒนาคุณภาพของเว็บ 2.0 ให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นในอนาคต.</p>
<p><span style="color: #800000;">[หากท่านใดเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ สามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆได้ โดยขอให้ทำลิงค์กลับมายังบทความนี้ด้วย และขอความกรุณาอย่านำไปผลิตหรือจำหน่ายไม่ว่ารูปแบบใดๆเลยนะครับ]</span></p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=649&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_649" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/natayaa-blog-thai-citizen-journal-in-england" title="Natayaa Blog : Citizen Journal ปากเสียงของคนไทยในต่างแดน (22 November 2008)">Natayaa Blog : Citizen Journal ปากเสียงของคนไทยในต่างแดน</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-and-communications" title="ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ (29 February 2008)">ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ</a> (2)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/launching-media-blog" title="แตกบล็อกออกไปเป็น &#8220;สื่อและสาร&#8221; (21 June 2010)">แตกบล็อกออกไปเป็น &#8220;สื่อและสาร&#8221;</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/jakkapop-and-communication-fail" title="เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข (21 May 2008)">เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข</a> (4)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/samak-and-media" title="หลุมพรางดักสื่อของสมัคร สุนทรเวช (26 June 2008)">หลุมพรางดักสื่อของสมัคร สุนทรเวช</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/blog-content-created-by-readers/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“นักรบนักรัก” : สื่อภาคพลเมืองกับการเลือกข้างอย่างมีสติปัญญา</title>
		<link>http://blogologynet.com/nakrobnakrak-citizen-journal-takes-side</link>
		<comments>http://blogologynet.com/nakrobnakrak-citizen-journal-takes-side#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Dec 2008 07:33:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[บล็อกศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การเขียนบล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[นักรบ นักรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สื่อข่าวพลเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อภาคพลเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[โอเคเนชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[Citizen Journal]]></category>
		<category><![CDATA[Citizen Reporter]]></category>
		<category><![CDATA[Ok nation]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blogologynet.com/?p=568</guid>
		<description><![CDATA[ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ทางการเมืองตรึงเครียดเขม็งเกลียวในช่วงเดือนสิงหาคม-ต้นเดือนธันวาคม 2551 สังคมไทยแบ่งเป็นฝักฝ่ายที่พร้อมจะปะทะกันแบบแตกหัก สองฝ่ายที่เผชิญหน้ากันคือฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซึ่งก็คือต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นำหน้าโดย พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พันธมิตรฯ –คนเสื้อเหลือง) กับฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลซึ่งก็คือสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นำหน้าโดย แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.-คนเสื้อแดง) ทั้งสองฝ่ายต่างเรียกร้องให้คนที่ไม่ได้เลือกข้างฝ่ายใดให้หันมาอยู่ฝ่ายเดียวกับพวกตน ในที่สุดก็เกิดเป็น 3 ฝ่าย คือฝ่ายพันธมิตรฯ ฝ่าย นปช. และฝ่ายไม่เลือกข้างใด ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้ว
การเลือกข้างที่เกิดขึ้น แม้ส่วนหนึ่งเกิดจากความคิด ความเชื่อด้วยใจอันบริสุทธิ์ ทั้งฝ่าย พันธมิตรฯและฝ่าย นปช. แต่อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการรับรู้ข่าวสารผ่านสื่อที่ทั้งสองฝ่ายใช้เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของตน มีการปลุกเร้าอารมณ์ให้เกิดความโน้มเอียงไปในทางเกลียดชังอีกฝ่ายหนึ่ง จนเกิดการปะทะทำร้ายกันถึงบาดเจ็บและเสียชีวิต
นอกจากประชาชนทั่วไปจะถูกเรียกร้องให้เลือกข้างแล้ว สื่อมวลชนก็ถูกเรียกร้องให้เลือกข้างด้วยเช่นกัน วิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จึงเป็นเสมือนเกิดวิกฤตการณ์สื่อมวลชนด้วย เพราะได้ถูกดึงเข้าไปสู่ความขัดแย้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยสื่อเองแม้จะมีความโน้มเอียงไปในทางใดทางหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ก็รักษาสถานะความเป็นกลางที่พยายามนำเสนอข่าวสารอย่างซื่อสัตย์และเคารพต่อข้อเท็จจริงเอาไว้ได้ในระดับที่น่าชื่นชม

สื่อมวลชนกระแสหลักอันได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ และโทรทัศน์นั้น แม้จะมีความโน้มเอียงเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแต่อย่างน้อยก็คงสถานะของความเป็นสื่อมวลชน คือต้องนำเสนอข้อเท็จจริงของทั้งสองฝ่าย ต่างกันเพียงจะให้น้ำหนักแก่ฝ่ายที่ตนมีความโน้มเอียงสนับสนุน แต่สื่อสมัยใหม่ที่มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร คือสื่อภาคพลเมือง ( Citizen Journal) อันได้แก่บล็อก (Blog) ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยนักข่าวภาคพลเมือง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ทางการเมืองตรึงเครียดเขม็งเกลียวในช่วงเดือนสิงหาคม-ต้นเดือนธันวาคม 2551 สังคมไทยแบ่งเป็นฝักฝ่ายที่พร้อมจะปะทะกันแบบแตกหัก สองฝ่ายที่เผชิญหน้ากันคือฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซึ่งก็คือต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นำหน้าโดย <strong>พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย</strong> (พันธมิตรฯ –คนเสื้อเหลือง) กับฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลซึ่งก็คือสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นำหน้าโดย <strong>แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ</strong> (นปช.-คนเสื้อแดง) ทั้งสองฝ่ายต่างเรียกร้องให้คนที่ไม่ได้เลือกข้างฝ่ายใดให้หันมาอยู่ฝ่ายเดียวกับพวกตน ในที่สุดก็เกิดเป็น 3 ฝ่าย คือฝ่ายพันธมิตรฯ ฝ่าย นปช. และฝ่ายไม่เลือกข้างใด ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้ว</p>
<p style="text-align: justify;">การเลือกข้างที่เกิดขึ้น แม้ส่วนหนึ่งเกิดจากความคิด ความเชื่อด้วยใจอันบริสุทธิ์ ทั้งฝ่าย พันธมิตรฯและฝ่าย นปช. แต่อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการรับรู้ข่าวสารผ่านสื่อที่ทั้งสองฝ่ายใช้เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของตน มีการปลุกเร้าอารมณ์ให้เกิดความโน้มเอียงไปในทางเกลียดชังอีกฝ่ายหนึ่ง จนเกิดการปะทะทำร้ายกันถึงบาดเจ็บและเสียชีวิต</p>
<p style="text-align: justify;">นอกจากประชาชนทั่วไปจะถูกเรียกร้องให้เลือกข้างแล้ว สื่อมวลชนก็ถูกเรียกร้องให้เลือกข้างด้วยเช่นกัน วิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จึงเป็นเสมือนเกิดวิกฤตการณ์สื่อมวลชนด้วย เพราะได้ถูกดึงเข้าไปสู่ความขัดแย้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยสื่อเองแม้จะมีความโน้มเอียงไปในทางใดทางหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ก็รักษาสถานะความเป็นกลางที่พยายามนำเสนอข่าวสารอย่างซื่อสัตย์และเคารพต่อข้อเท็จจริงเอาไว้ได้ในระดับที่น่าชื่นชม</p>
<p style="text-align: justify;"><span id="more-568"></span></p>
<p style="text-align: justify;">สื่อมวลชนกระแสหลักอันได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ และโทรทัศน์นั้น แม้จะมีความโน้มเอียงเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแต่อย่างน้อยก็คงสถานะของความเป็นสื่อมวลชน คือต้องนำเสนอข้อเท็จจริงของทั้งสองฝ่าย ต่างกันเพียงจะให้น้ำหนักแก่ฝ่ายที่ตนมีความโน้มเอียงสนับสนุน แต่สื่อสมัยใหม่ที่มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร คือสื่อภาคพลเมือง ( Citizen Journal) อันได้แก่บล็อก (Blog) ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยนักข่าวภาคพลเมือง ( Citizen Reporter) หรือบล็อกเกอร์ มีอิสระในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างเต็มที่ จึงปรากฏว่า มีบล็อกเกอร์เป็นจำนวนมากนำเสนอข้อมูลข่าวสารในมุมมอง ความคิด ความเชื่อ และความโน้มเอียงของตนแบบสุดโต่ง จนถึงขั้นบริภาษด่ากราดอีกฝ่ายหนึ่งอย่างรุนแรง</p>
<p style="text-align: justify;">จริงอยู่ที่บล็อกเกอร์มีสถานะเป็นปัจเจกชน มีอิสระและเสรีภาพในการพูด เขียน โฆษณาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แต่อย่าลืมว่า <strong>บล็อกคือสื่อประเภทหนึ่งที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณะ </strong>ดังนั้น บล็อกเกอร์ย่อมจะละเลยความรับผิดชอบไปไม่ได้เลยหากข้อมูลที่ตนเผยแพร่ออกไปนั้นทำให้เกิดเกิดความเสียหายต่อผู้อื่น และความจริงอีกอย่างหนึ่งก็คือ ข้อมูลข่าวสารจากบล็อกก็มีอิทธิพลต่อการรับรู้ของผู้รับสารไม่ต่างจากสื่ออื่นๆ ซึ่งก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อความคิด ทัศคติของผู้รับสารไม่มากก็น้อย หากได้รับข้อมูลข่าวสารที่มีความโน้มเอียง ก็ย่อมมีโอกาสที่ความคิดและทัศนคติ จะโน้มเอียงไปด้วย</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>ความรับผิดชอบของบล็อกเกอร์ที่เป็นนักข่าวภาคพลเมือง จึงไม่ต่างจากความรับผิดชอบในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพของสื่อมวลชน คือมีความเป็นกลางในการนำเสนอข่าวสาร ต้องเคารพและซื่อสัตย์ต่อข้อเท็จจริง แม้จะมีข้อโต้แย้งต่อข้อมูลที่นำเสนอ ย่อมต้องมีเหตุผลอธิบายได้</strong></p>
<p style="text-align: justify;">แต่เท่าที่ปรากฏในบล็อกต่างๆ บล็อกเกอร์ส่วนมากยังคงยึดถืออิสระและเสรีภาพในฐานะปัจเจกชนของตนอย่างเหนียวแน่น โดยนำเสนอข้อมูลข่าวสารด้วยความโน้มเอียงตามความคิด ความเชื่อ และฝ่ายที่ตนเลือกแล้ว ขาดเหตุผลในการโต้แย้งฝ่ายอื่นหรืออธิบายจุดยืนของตน และกลายเป็นเวทีโจมตี ด่าว่าและบริภาษอีกฝ่ายที่คิดไม่เหมือนตนของบรรดาผู้อ่านที่เลือกยืนคนละฝ่าย กลายเป็นการใช้อารมณ์แบบเป็นความสุดโต่งทั้งสองฝ่าย</p>
<p style="text-align: justify;">แต่เป็นที่น่ายินดีว่า ในโลกของสื่อภาคพลเมืองนั้น ยังคงมีอยู่จำนวนหนึ่งที่แม้จะเลือกข้างแต่ก็มีเหตุผลที่อธิบายได้ชัดเจน ใช้สติปัญญาในการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งฝ่ายที่ตนเลือกและฝ่ายตรงกันข้าม ไม่ถูกครอบงำด้วยอารมณ์โกรธแค้นฝ่ายอื่นและลุ่มหลงฝ่ายตนเหมือนพวกสุดโต่ง สามารถยืนอยู่บนหลักการของความเป็นสื่อที่มีความเป็นกลางในการนำเสนอข่าวสาร เคารพและซื่อสัตย์ต่อข้อเท็จจริง เมื่อมีข้อโต้แย้งก็กระทำอย่างมีเหตุผล โดยใช้สติปัญญาเป็นเครื่องมือ</p>
<p style="text-align: justify;">บล็อกประเภทนี้มีอยู่ เป็นจำนวนไม่มากนัก หนึ่งในนั้นที่อยากจะยกมากล่าวถึงในที่นี้ก็คือ บล็อกของบล็อกเกอร์ที่ใช้ชื่อ <a href="http://www.oknation.net/blog/mymemory "><span style="color: #0000ff;"><strong>“นักรบนักรัก”</strong></span> </a>แห่งโอเคเนชั่นบล็อก (ผมได้เขียนถึงบล็อกเกอร์แห่งโอเคเนชั่นก่อนหน้านี้แล้วคนหนึ่งคือ บล็อกเกอร์ <strong>เรือรบ เมืองมั่น</strong> ผู้เป็นนายทหารยศนายพันแห่งกองทัพไทย ในเรื่อง <a href="http://www.blogologynet.com/?p=560 "><span style="color: #0000ff;">“บล็อก เรือรบ เมืองมั่น สื่อภาคพลเมืองกับความเป็นกลางในสถานการณ์เลือกข้างทางการเมือง”</span> </a>) ที่แสดงตนอย่างชัดเจนว่าเป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยสนับสนุนฝ่ายพันธมิตร ด้วยเหตุที่ไม่แตกต่างจากคนอื่นๆ นั่นคือ รังเกียจการกระทำอันสร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร</p>
<p style="text-align: justify;">แต่การยืนอยู่ข้างฝ่ายพันธมิตรฯของบล็อกเกอร์ “นักรบนักรัก” นั้นแตกต่างจากบรรดาบล็อกเกอร์ที่เป็น “แฟนพันธุ์แท้พันธมิตร” ส่วนมาก นั่นคือ คอยวิพากษ์วิจารณ์ ให้คำเสนอแนะและข้อคิดเห็นเพื่อเป็นประโยชน์ในการเคลื่อนไหว มองเห็นข้อดี ข้อด้อย ข้อผิดพลาดของฝ่ายพันธมิตรแล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ เสนอข้อคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่มีความคิดในลักษณะที่ “พันธมิตรฯไม่ผิดสักอย่าง แต่ นปช. ผิดทุกอย่าง” ดังที่พวกสุดโต่งได้กระทำ</p>
<p style="text-align: justify;">แม้ในฝ่ายที่ตนไม่เลือกข้างคือ นปช. นั้น บล็อกเกอร์ “นักรบนักรัก” ยังมองด้วยเหตุด้วยผล ใช้สติปัญญาพิจารณา แยกแยะ เพื่อทำความเข้าใจฝ่ายตรงกันข้าม เพื่อให้รู้ถึงจุดแข็ง จุดอ่อน อันจะเป็นประโยชน์ในการดำเนินการใดๆก็ตามที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายตรงกันข้าม</p>
<p style="text-align: justify;">การนำเสนอข้อมูลข่าวสารดังที่ “นักรบนักรัก” กระทำนั้น จึงเป็นการกระทำที่เรียกได้ว่าอยู่ในหลักการของสื่อมวลชนที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไป นั่นคือ มีความเป็นกลาง เคารพและซื่อสัตย์ต่อข้อเท็จจริง และมีเหตุผลในการอธิบายหรือโต้แย้ง เมื่อมีการรับรู้ข่าวสารดังกล่าว ก็จะทำให้ผู้รับข่าวสารได้คิด พิจารณา โดยใช้สติปัญญาไปด้วย</p>
<p style="text-align: justify;">นักสื่อสารมวลชนได้จัดให้บล็อกเป็นสื่อภาคพลเมือง ซึ่งบล็อกเกอร์ทั่วโลกได้ทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวภาคพลเมืองของตนในการรายงานข้อมูล ข่าวสาร เหตุการณ์ต่างๆอย่างรวดเร็วและเที่ยงตรง จนเป็นที่ประจักษ์ในหลายๆเหตุการณ์มาแล้วทั่วโลก อาทิ การประท้วงรัฐบาลและพายุนาร์กิสในประเทศพม่า การประท้วงในทิเบต เป็นต้น ทำให้โลกได้รับรู้ข้อมูล ข่าวสารรวดเร็วก่อนที่สื่อกระแสหลักจะนำเสนอ แต่ข้อด้อยของสื่อภาคพลเมืองก็คือ ขาดกระบวนกลั่นกรองในรูปแบบการบรรณาธิการข่าว ดังนั้น ข้อมูลข่าวสารจะเท็จจริง เที่ยงตรงเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับจุดยืนของบล็อกเกอร์ผู้ทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวภาคพลเมืองนั่นเอง</p>
<p style="text-align: justify;">ในสถานการณ์การทางการเมืองที่ผ่านมา ซึ่งจบลงเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2551 เมื่อพันธมิตรฯยกเลิกการชุมนุมปิดล้อมสนามบินและทำเนียบรัฐบาล สื่อภาคพลเมืองมีบทบาทสำคัญในการรายงานข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณชน ตามมุมมอง จุดยืน และโน้มเอียงไปในข้างที่ตนเลือกซึ่งส่วนมาเป็นไปในลักษณะสุดโต่งดังที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่เป็นที่น่ายินดีว่า บล็อกเกอร์ “นักรบนักรัก” เป็นหนึ่งในสื่อภาคพลเมืองจำนวนน้อยที่แม้จะเลือกข้างแต่ก็ได้ทำหน้าที่สื่ออย่างตรงไปตรงมา โดยใช้สติปัญญากำกับ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการสร้างการรับรู้ข่าวสารที่ถูกต้อง นั่นคือ ทำให้ผู้รับข่าวสารได้ใช้สติปัญญาคิดตามเพื่อทำความเข้าใจโดยไม่ถูกชักจูงด้วยอคติของผู้ส่งสาร.</p>
<p><span style="color: #993300;">[หากท่านใดเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ สามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆได้ โดยขอให้ทำลิงค์กลับมายังบทความนี้ด้วย และขอความกรุณาอย่านำไปผลิตหรือจำหน่ายไม่ว่ารูปแบบใดๆเลยนะครับ]</span></p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=568&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_568" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/ok-nation-blog-a-case-study-of-citizen-reporter-community" title="“โอเคเนชั่นบล็อก”  ตัวอย่างกรณีศึกษา &quot;ชุมชนนักข่าวพลเมือง” (14 June 2009)">“โอเคเนชั่นบล็อก”  ตัวอย่างกรณีศึกษา &quot;ชุมชนนักข่าวพลเมือง”</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/natayaa-blog-thai-citizen-journal-in-england" title="Natayaa Blog : Citizen Journal ปากเสียงของคนไทยในต่างแดน (22 November 2008)">Natayaa Blog : Citizen Journal ปากเสียงของคนไทยในต่างแดน</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/interiorsiamcom-as-a-citizen-journal-blog" title="interiorsiam.com กับการเป็น Citizen Journal ของ “ช่างแบบ” (21 September 2008)">interiorsiam.com กับการเป็น Citizen Journal ของ “ช่างแบบ”</a> (6)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/blogger-and-bublic-communication" title="บล็อกเกอร์ ( Blogger) กับการสื่อสารสาธารณะ (Public Communication) (6 December 2008)">บล็อกเกอร์ ( Blogger) กับการสื่อสารสาธารณะ (Public Communication)</a> (1)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/citizen-journal-and-the-law-of-take-none-side" title="บล็อก เรือรบ เมืองมั่น สื่อภาคพลเมืองกับความเป็นกลางในสถานการณ์เลือกข้างทางการเมือง (7 December 2008)">บล็อก เรือรบ เมืองมั่น สื่อภาคพลเมืองกับความเป็นกลางในสถานการณ์เลือกข้างทางการเมือง</a> (4)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/nakrobnakrak-citizen-journal-takes-side/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บล็อก เรือรบ เมืองมั่น สื่อภาคพลเมืองกับความเป็นกลางในสถานการณ์เลือกข้างทางการเมือง</title>
		<link>http://blogologynet.com/citizen-journal-and-the-law-of-take-none-side</link>
		<comments>http://blogologynet.com/citizen-journal-and-the-law-of-take-none-side#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Dec 2008 19:33:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[บล็อกศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ความรับผิดชอบ ของสื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลาง ของสื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[บล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[บล็อกเกอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สื่อข่าวพลเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อภาคพลเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[เนชั่นบล็อก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blogologynet.com/?p=560</guid>
		<description><![CDATA[การเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองในห้วงปี 2551 นับเป็นช่วงเวลาแห่งความยุ่งยากทางการเมืองของไทยอีกครั้งหนึ่ง เป็นวิกฤติการทางการเมืองที่แบ่งแยกคนไทยออกเป็นอย่างน้อย 3 กลุ่ม คือ (1) กลุ่มต่อต้านรัฐบาลซึ่งก็คือต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่มีอิทธิพลทางการเมืองผ่านรัฐบาลที่นำโดยพรรคพลังประชาชนเป็นแกนหลัก (2) กลุ่มสนับสนุนรัฐบาลซึ่งก็คือสนับสนุน พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี (3) กลุ่มที่ไม่เลือกข้างฝ่ายใด ที่ประกาศตนเป็นกลางอย่างชัดเจนและกลุ่มที่ไม่ได้ประกาศตน แต่ไม่แสดงท่าทีว่าเลือกข้างฝ่ายใด ทั้งสามกลุ่มต่างดำเนินกิจกรรมไปตามความคิด ความเชื่อของตน โดยเฉพาะกลุ่มที่ (1) และ (2) นั้นนับเป็นคู่ขัดแย้งที่สร้างวิกฤติการณ์ให้เกิดขึ้นอย่างรุนแรงนำไปสู่ความแตกแยกทางความคิดความเชื่อที่รุนแรง จนหลายฝ่ายเกรงกันว่าจะกลายเป็นสงครามกลางเมือง
ในท่ามกลางความขัดแย้งดังกล่าว ทั้งฝ่ายต่อต้านรัฐบาลและฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลต่างเรียกร้องให้คนที่แสดงความเป็นกลางต้องเลือกข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แม้แต่สื่อมวลชนที่มีหลักการในการทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ก็ยังถูกเรียกร้องให้เลือกข้าง และสื่อต่างๆทั้งวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ก็มีทั้งที่แสดงการเลือกข้าง ทั้งที่แสดงความโน้มเอียงว่าจะเลือกข้าง และทั้งที่แสดงจุดยืนในความเป็นกลาง แต่ความเป็นกลางนั้นไม่ใช่การเพิกเฉยไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้น กล่าวคือ ทำหน้าที่นำเสนอข่างสาร ข้อมูลตามความเป็นจริง และวิพากษ์วิจารณ์ทุกฝ่ายหากเห็นว่าทำไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม รวมไปถึงนำเสนอทางออกโดยยึดประโยชน์แห่งสาธารณะเป็นแก่นแกน ซึ่งสื่อประเภทนี้ยังมีอยู่ในท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา
บล็อก(Blog) ทั้งหลายซึ่งนักสื่อสารมวลชนจัดให้เป็น “สื่อภาคพลเมือง” (Citizen Journal) และผู้เขียนบล็อกหรือบล็อกเกอร์ (Blogger) ก็คือ ผู้สื่อข่าวภาคพลเมือง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองในห้วงปี 2551 นับเป็นช่วงเวลาแห่งความยุ่งยากทางการเมืองของไทยอีกครั้งหนึ่ง เป็นวิกฤติการทางการเมืองที่แบ่งแยกคนไทยออกเป็นอย่างน้อย 3 กลุ่ม คือ (1) กลุ่มต่อต้านรัฐบาลซึ่งก็คือต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่มีอิทธิพลทางการเมืองผ่านรัฐบาลที่นำโดยพรรคพลังประชาชนเป็นแกนหลัก (2) กลุ่มสนับสนุนรัฐบาลซึ่งก็คือสนับสนุน พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี (3) กลุ่มที่ไม่เลือกข้างฝ่ายใด ที่ประกาศตนเป็นกลางอย่างชัดเจนและกลุ่มที่ไม่ได้ประกาศตน แต่ไม่แสดงท่าทีว่าเลือกข้างฝ่ายใด ทั้งสามกลุ่มต่างดำเนินกิจกรรมไปตามความคิด ความเชื่อของตน โดยเฉพาะกลุ่มที่ (1) และ (2) นั้นนับเป็นคู่ขัดแย้งที่สร้างวิกฤติการณ์ให้เกิดขึ้นอย่างรุนแรงนำไปสู่ความแตกแยกทางความคิดความเชื่อที่รุนแรง จนหลายฝ่ายเกรงกันว่าจะกลายเป็นสงครามกลางเมือง</p>
<p style="text-align: justify;"><span id="more-560"></span>ในท่ามกลางความขัดแย้งดังกล่าว ทั้งฝ่ายต่อต้านรัฐบาลและฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลต่างเรียกร้องให้คนที่แสดงความเป็นกลางต้องเลือกข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แม้แต่สื่อมวลชนที่มีหลักการในการทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ก็ยังถูกเรียกร้องให้เลือกข้าง และสื่อต่างๆทั้งวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ก็มีทั้งที่แสดงการเลือกข้าง ทั้งที่แสดงความโน้มเอียงว่าจะเลือกข้าง และทั้งที่แสดงจุดยืนในความเป็นกลาง แต่ความเป็นกลางนั้นไม่ใช่การเพิกเฉยไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้น กล่าวคือ ทำหน้าที่นำเสนอข่างสาร ข้อมูลตามความเป็นจริง และวิพากษ์วิจารณ์ทุกฝ่ายหากเห็นว่าทำไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม รวมไปถึงนำเสนอทางออกโดยยึดประโยชน์แห่งสาธารณะเป็นแก่นแกน ซึ่งสื่อประเภทนี้ยังมีอยู่ในท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา</p>
<p style="text-align: justify;">บล็อก(Blog) ทั้งหลายซึ่งนักสื่อสารมวลชนจัดให้เป็น<strong> “สื่อภาคพลเมือง” </strong>(Citizen Journal) และผู้เขียนบล็อกหรือบล็อกเกอร์ (Blogger) ก็คือ <strong>ผู้สื่อข่าวภาคพลเมือง </strong>(Citizen Reporter) ต่างได้ทำหน้าที่ของตนอย่างแข็งขัน โดยนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ความคิด ความเห็น ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านบล็อกของตน เผยแพร่สู่สาธารณะอย่างกว้างขวาง โดยมีทั้งที่เลือกข้างฝ่ายรัฐบาล ทั้งเลือกข้างฝ่ายต่อต้านรัฐบาล และทั้งที่แสดงจุดยืนในความเป็นกลาง</p>
<p style="text-align: justify;">ธรรมชาติของมนุษย์นั้นย่อมมีความโน้มเอียงไปในทางหนึ่งทางใดอย่างแน่นอน ดังนั้น เมื่อมีความโน้มเอียงแล้วการแสดงอกย่อมจะสะท้อนไปในทิศทางที่ตนมีความโน้มเอียงนั้นด้วย การนำเสนอข้อมูลของบล็อกเกอร์ทั้งหลายในเหตุการณ์วิกฤตการทางการเมืองที่ผ่านมาก็เช่นกัน ต่างเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการเลือกข้างของตนอย่างชัดแจ้ง โดยไม่ได้สนใจหรือทำข้อมูลที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตนตกหล่นไป ทำให้การรับรู้ข่าวสารของคนที่เข้ามาแสวงหาข้อมูลข่าวสารต้องโน้มเอียงไปด้วย แต่ยังดีที่มีข้อมูลข่าวสารจากฝ่ายที่เป็นกลางทำหน้าที่ถ่วงดุล ปิดช่องว่าง เอาไว้ได้พอสมควร</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><span style="color: #0000ff;"><a href="http://www.oknation.net/blog/ruarob/"><span style="color: #0000ff;">บล็อกเกอร์เรือรบ เมืองมั่น</span></a></span> </strong>แห่งเนชั่นบล็อก เป็นบล็อกเกอร์คนหนึ่งที่แสดงจุดยืนอยู่ในกลุ่มผู้ไม่เลือกข้างฝ่ายใด และพยายามทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง เสนอข้อมูลข่าวสารทั้งด้านดีและไม่ดีของคู่ขัดแย้งทางการเมืองทั้งสองฝ่าย แม้บางขณะ บางความคิดเห็นจะมีความโน้มเอียงไปตามฉันทาคติของตน แต่ก็ยังอยู่ในกรอบของความเป็นกลางที่ซื่อสัตย์ต่อข้อเท็จจริงอย่างเห็นได้ชัด</p>
<p style="text-align: justify;">ดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้วว่า <strong>การแสดงตนอย่างเป็นกลางนั้นไม่ได้หมายความว่าเพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น หากแต่พิจารณาถึงเหตุ ปัจจัย ผลกระทบ แล้วสังเคราะห์เป็นข้อมูลเพื่อนำเสนอสู่สาธารณชน ในข้อมูลที่นำเสนอนั้นย่อมยึดถือข้อเท็จจริงเป็นแกนหลัก เมื่อชั่งน้ำหนักด้วยเหตุด้วยผลแล้วจึงแสดงความคิดต่อข้อมูลนั้นด้วยความซื่อสัตย์และเคารพต่อความจริงที่เกิดขึ้น วัตถุประสงค์ในการแสดงความคิดเห็นก็เพื่อประโยชน์แห่งสาธารณะเป็นที่ตั้ง </strong>อันเป็นหลักการทำงานของสื่อมวลชนสาธารณะที่ยึดถือกันเป็นหลักสากล และในฐานะที่เป็น “สื่อภาคพลเมือง” นั้น บล็อกเกอร์เรือรบ เมืองมั่น นับว่าได้พยายามทำหน้าที่โดยยึดหลักการดังกล่าวอย่างจริงจัง</p>
<p style="text-align: justify;">ด้วยเหตุนี้จึงปรากฏว่า เนื้อหาที่บล็อกเกอร์เรือรบ เมืองมั่น นำเสนอในช่วงเวลาวิกฤตการณ์การเมืองดำเนินไปอย่างเข้มข้นนั้น ประกอบไปด้วยความเห็นที่มีทั้งการสนับสนุนและชื่นชมทั้งสองฝ่ายในสิ่งที่เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่สาธารณะ และมีการคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์ข้อบกพร่องของทั้งสองฝ่ายหากเห็นว่าสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายกระทำนั้นไม่เกิดประโยชน์แก่สาธารณชน เช่น ในกรณีการเคลื่อนไหวของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล บล็อกเกอร์เรือรบ เมืองมั่น ไม่เห็นด้วย กับการนำเสนอแนวคิดการเมืองใหม่ระบบ 30/70 ในหัวข้อ <a href="http://www.oknation.net/blog/ruarob/2008/07/04/entry-1"><span style="color: #0000ff;">“ไม่เห็นด้วยกับระบบ 30/70 ของพันธมิตร” </span></a>เพราะเห็นว่ามีความเป็นประชาธิปไตยน้อยลง และไม่มีอะไรจะรับประกันได้ว่าจะเกิดผลดีกว่าระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ทั้งยังเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า ประชาธิปไตยนั้นจะต้องค่อยๆพัฒนาไปตามขั้นตอนของมันได้เอง ในขณะที่เดียวกันก็ไม่เห็นด้วยกับการกระทำหลายๆอย่างของรัฐบาลเช่นกัน</p>
<p style="text-align: justify;">สิ่งที่บล็อกเกอร์เรือรบ เมืองมั่น ได้นำเสนอควบคู่ไปกับการวิพากษ์วิจารณ์และคัดค้านก็คือ การเสนอทางออกในการแก้ไขปัญหา หรือกระตุ้นเตือนให้ผู้เกี่ยวข้องคิดพิจารณาให้ดีและรอบคอบ โดยปรากฏอยู่ในเกือบทุกเรื่องที่เผยแพร่ในบล็อก ซึ่งแตกต่างจากบล็อกเกอร์เป็นจำนวนมากที่มักวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายที่ตนไม่เห็นด้วยโดยใช้ท่าทีที่เกรี้ยวกราด และไม่มีการเสนอทางออก ข้อคิดเห็น หรือแง่มุมที่เป็นประโยชน์ใดๆ</p>
<p style="text-align: justify;">บล็อกคือสื่อประเภทหนึ่ง ดังนั้นบล็อกเกอร์ก็เป็นคนทำสื่อประเภทหนึ่ง การนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ความคิดใดๆ จึงจะละเว้นความรับผิดชอบในฐานะสื่อไม่ได้ เพราะข้อมูล ข่าวสาร ความคิดเห็นดังกล่าวถูกส่งออกไปสู่สาธารณชน ซึ่งจะเกิดผลกระทบต่อการรับรู้ ความคิด ความเชื่อ ทัศนคติของประชาชนผู้รับข้อมูลข่าวสารไม่มากก็น้อย ดังนั้น บล็อกเกอร์จึงสมควรที่จะระมัดระวังในการนำเสนอข้อมูลของตน</p>
<p style="text-align: justify;">บล็อกเกอร์เรือรบ เมืองมั่น เป็นตัวอย่างหนึ่งของการแสดงความรับผิดชอบการนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ความคิด ของตนโดยเคารพข้อเท็จจริง วางตัวเป็นกลาง มีเหตุผลในการคัดค้าน และนำเสนอทางออกที่แตกต่างให้ฝ่ายที่ตนขัดแย้งได้พิจารณา การกระทำเช่นนี้ย่อมนับได้ว่าเป็นการแสดงจุดยืนของผู้ที่ยึดถือความเป็นกลางอย่างมีสติและมีปัญญา ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวดในภาวะวิกฤติ เพราะสติและปัญญาจะนำพาไปสู่ทางออกที่ดีเสมอ.</p>
<p style="text-align: center;">&#8230;.</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"><span style="color: #993300;">[<span lang="TH">หากท่านทั้งหลายเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ เชิญนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆได้<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>โดยขอให้ทำลิงค์กลับมายังบทความนี้ด้วย<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>แต่ขอความกรุณาอย่านำไปผลิตหรือจำหน่ายไม่ว่ารูปแบบใดๆเลยนะครับ</span>]</span></span></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=560&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_560" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/ok-nation-blog-a-case-study-of-citizen-reporter-community" title="“โอเคเนชั่นบล็อก”  ตัวอย่างกรณีศึกษา &quot;ชุมชนนักข่าวพลเมือง” (14 June 2009)">“โอเคเนชั่นบล็อก”  ตัวอย่างกรณีศึกษา &quot;ชุมชนนักข่าวพลเมือง”</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/nakrobnakrak-citizen-journal-takes-side" title="“นักรบนักรัก” : สื่อภาคพลเมืองกับการเลือกข้างอย่างมีสติปัญญา (9 December 2008)">“นักรบนักรัก” : สื่อภาคพลเมืองกับการเลือกข้างอย่างมีสติปัญญา</a> (4)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/natayaa-blog-thai-citizen-journal-in-england" title="Natayaa Blog : Citizen Journal ปากเสียงของคนไทยในต่างแดน (22 November 2008)">Natayaa Blog : Citizen Journal ปากเสียงของคนไทยในต่างแดน</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/blog-and-blogger-on-cyber-world" title="Blog,Blogs และบล็อกคือไฟไหม้ลามทุ่งไซเบอร์ (24 July 2008)">Blog,Blogs และบล็อกคือไฟไหม้ลามทุ่งไซเบอร์</a> (3)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/why-you-write-blog" title="เขียนบล็อกทำไม เขียนเพื่ออะไร (14 September 2008)">เขียนบล็อกทำไม เขียนเพื่ออะไร</a> (10)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/citizen-journal-and-the-law-of-take-none-side/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Natayaa Blog : Citizen Journal ปากเสียงของคนไทยในต่างแดน</title>
		<link>http://blogologynet.com/natayaa-blog-thai-citizen-journal-in-england</link>
		<comments>http://blogologynet.com/natayaa-blog-thai-citizen-journal-in-england#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 21 Nov 2008 21:01:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[วิเคราะห์บล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[ณฐยา]]></category>
		<category><![CDATA[บล็อกไทยในอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อภาคพลเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[Citizen Journal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mediatalkblog.wordpress.com/?p=65</guid>
		<description><![CDATA[

บล็อก (Blog) เกิดขึ้นมากมายจนอาจไม่มีใครสามารถนับได้ถ้วน บล็อกเทคโนราติ (Technorati.com) อันเป็นบล็อกที่รวบรวมสถิติบล็อกทั้งหลายในโลกนี้ รวบรวมได้นับล้านๆบล็อก หากใครเปิดเข้าไปดูก็จะพบเห็นบล็อกเป็นจำนวนมากที่แยกแยะไปตามหมวดหมู่ต่างๆ เกินจะอ่านได้ไหว หากจะอ่านให้หมดทุกบล็อกก็คงใช้เวลาหลายร้อยปี เกิดอีกหลายสิบชาติก็อ่านไม่ไหมด
บล็อกเกิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองการสื่อสารของปัจเจกชนที่หาทางออกจากข้อจำกัดในการสื่อสารผ่านสื่อหลักๆ บล็อกทำให้ปัจเจกชนสามารถสร้างสื่อ (Media) และควบคุมเนื้อหา (Content) ได้เองอย่างเบ็ดเสร็จ ในกระบวนการสื่อสารทั้งหมด ปัจเจกชนหรือบล็อกเกอร์ (Blogger) ที่เป็นเจ้าของบล็อก เป็นผู้กำกับควบคุมทุกขั้นตอน

บล็อกจึงเป็นหนึ่งในสื่อภาคพลเมือง (Citizen Journal) และปัจเจกชนหรือบล็อกเกอร์ก็คือผู้สื่อข่าวพลเมือง (Citizen Reporter) ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งสื่อ ผู้ส่งสาร และผู้ควบคุมหรือผู้รักษาประตู (Gate Keeper) ดังนั้น จึงสะท้อนตัวตน บุคลิก ความคิด ความเชื่อ ทัศนคติ ต่อเหตุการณ์และสิ่งต่างๆของบล็อกเกอร์แต่ละคน
บล็อกของณฐยา ชื่อบล็อก “ดงฝรั่ง” เป็นอีกบล็อกหนึ่งที่แสดงตัวตนของบล็อกเกอร์ตามแนวคิดของสื่อภาคพลเมือง จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม เนื้อหาในบล็อกที่นำเสนอสู่สาธารณะนั้น กล่าวได้ว่า เป็นการรายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ผ่านข้อเขียนที่มุ่งให้เกิดความสนุกสนาน บางครั้งก็ใช้รูปแบบการเสียดเย้ย (Satire) อันเป็นรูปแบบหนึ่งของการเขียนที่ได้รับความนิยม เพราะสามารถสร้างอารมณ์ร่วมให้แก่ผู้อ่านได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อนำเสนอผ่านบล็อกที่เป็นการสื่อสารสองทางด้วยแล้ว ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของผู้อ่าน ที่สะท้อนกลับผ่านช่องทางการแสดงความคิดเห็น (Comment) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/04/natayaablog3.jpg?w=314&amp;h=212"></a></p>
<p><a href="http://blogologynet.com/wp-content/uploads/2008/11/nattay.jpg"><img class="size-full wp-image-507 alignleft" title="Bloggology" src="http://blogologynet.com/wp-content/uploads/2008/11/nattay.jpg" alt="บล็อกณฐยา" width="314" height="212" /></a></p>
<p>บล็อก (Blog) เกิดขึ้นมากมายจนอาจไม่มีใครสามารถนับได้ถ้วน บล็อกเทคโนราติ (Technorati.com) อันเป็นบล็อกที่รวบรวมสถิติบล็อกทั้งหลายในโลกนี้ รวบรวมได้นับล้านๆบล็อก หากใครเปิดเข้าไปดูก็จะพบเห็นบล็อกเป็นจำนวนมากที่แยกแยะไปตามหมวดหมู่ต่างๆ เกินจะอ่านได้ไหว หากจะอ่านให้หมดทุกบล็อกก็คงใช้เวลาหลายร้อยปี เกิดอีกหลายสิบชาติก็อ่านไม่ไหมด</p>
<p>บล็อกเกิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองการสื่อสารของปัจเจกชนที่หาทางออกจากข้อจำกัดในการสื่อสารผ่านสื่อหลักๆ บล็อกทำให้ปัจเจกชนสามารถสร้างสื่อ (Media) และควบคุมเนื้อหา (Content) ได้เองอย่างเบ็ดเสร็จ ในกระบวนการสื่อสารทั้งหมด ปัจเจกชนหรือบล็อกเกอร์ (Blogger) ที่เป็นเจ้าของบล็อก เป็นผู้กำกับควบคุมทุกขั้นตอน</p>
<p><span id="more-65"></span></p>
<p>บล็อกจึงเป็นหนึ่งในสื่อภาคพลเมือง (Citizen Journal) และปัจเจกชนหรือบล็อกเกอร์ก็คือผู้สื่อข่าวพลเมือง (Citizen Reporter) ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งสื่อ ผู้ส่งสาร และผู้ควบคุมหรือผู้รักษาประตู (Gate Keeper) ดังนั้น จึงสะท้อนตัวตน บุคลิก ความคิด ความเชื่อ ทัศนคติ ต่อเหตุการณ์และสิ่งต่างๆของบล็อกเกอร์แต่ละคน</p>
<p>บล็อกของณฐยา ชื่อบล็อก<a href="http://mblog.manager.co.th/natayaa/"> “ดงฝรั่ง” </a>เป็นอีกบล็อกหนึ่งที่แสดงตัวตนของบล็อกเกอร์ตามแนวคิดของสื่อภาคพลเมือง จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม เนื้อหาในบล็อกที่นำเสนอสู่สาธารณะนั้น กล่าวได้ว่า เป็นการรายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ผ่านข้อเขียนที่มุ่งให้เกิดความสนุกสนาน บางครั้งก็ใช้รูปแบบการเสียดเย้ย (Satire) อันเป็นรูปแบบหนึ่งของการเขียนที่ได้รับความนิยม เพราะสามารถสร้างอารมณ์ร่วมให้แก่ผู้อ่านได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อนำเสนอผ่านบล็อกที่เป็นการสื่อสารสองทางด้วยแล้ว ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของผู้อ่าน ที่สะท้อนกลับผ่านช่องทางการแสดงความคิดเห็น (Comment) อันเป็นเครื่องมือที่ทำให้บล็อกเป็น Web2.0 ที่ผู้อ่านกับผู้เขียนมีปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งต่างจากยุค Web1.0 ที่เป็นการสื่อสารทางเดียว เช่นเดียวกับสื่อกระแสหลักอื่นๆ คือ หนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์</p>
<p>สถานะของบล็อกเกอร์ที่ปรากฏผ่านข้อเขียนในบล็อก “ดงฝรั่ง” ประมวลได้ว่า บล็อกเกอร์ณฐยาคือหญิงชาวไทยที่แต่งงานกับสามีชาวอังกฤษ มีลูกสาวหนึ่งคน อาศัยและทำงานที่ประเทศอังกฤษ การใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางคนต่างวัฒนธรรม ทำให้เกิดปัญหาในการสื่อสารและการดำเนินชีวิตอยู่บ้าง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนต่างวัฒนธรรมที่ได้มาอาศัยอยู่ร่วมกัน เพราะความคิด ความเชื่อ และพฤติกรรมแตกต่างกัน จนนำไปสู่ความขัดแย้งได้ ดังนั้น สิ่งที่สำคัญของผู้เข้าไปอยู่อาศัยในต่างวัฒนธรรมก็คือ การแก้ไขปัญหาที่ตัวเองประสบอยู่ เพื่อให้สามารถอาศัยอยู่ได้อย่างมีความสุขและมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์</p>
<p>การแก้ไขปัญหาดังกล่าว อาจเรียกว่า “การปรับตัว” เพื่อให้ใกล้เคียงกับชีวิตความเป็นอยู่ของ “ต่างถิ่น” ที่เราไปอยู่อาศัย แต่การปรับตัวนั้นไม่ใช่ “การยอมทุกอย่าง” ซึ่งบล็อกเกอร์ณฐยาได้สะท้อนความคิดความเชื่อเรื่องการ “ปรับตัว” โดยที่ไม่ได้ “ยอมทุกอย่าง” ให้เห็นผ่านข้อเขียนในบล็อก อย่างเช่น เรื่องชุด “ฉันมันฝรั่งนะยะ” ที่มีอยู่หลายตอน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวอยู่ในสังคมฝรั่ง โดยใช้ความรู้ สติปัญญา ไหวพริบปฏิภาณเพื่อให้ให้สามารถเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์ที่ฉุกละหุก ที่สำคัญก็คือทำให้เกิดการยอมรับจากเจ้าของวัฒนธรรมหรือเจ้าถิ่นในความเป็นตัวตนและศักดิ์ศรีของบล็อกเกอร์ โดยเฉพาะในเรื่อง “ฉันมันฝรั่งนะยะ ตอนที่ 3” เป็นการแสดงให้เห็นถึงใช้สิตปัญญา ความรู้ ปฏิภาณ สร้างให้เกิดการยอมรับจากเจ้าถิ่นและให้ตัวเองอยู่รอดได้อย่างมีศักดิ์ศรีที่ชัดเจนมาก</p>
<p>ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นผู้หญิงไทยก็คือ ถูกมองในทางที่ไม่ดีในสายตาของฝรั่งเสมอ แม้จะเป็นการไม่ยุติธรรมกับผู้หญิงไทย แต่เราก็ต้องยอมรับว่า ความจริงที่เกิดขึ้นเป็นมูลเหตุที่ทำให้ฝรั่งคิดเช่นนั้น การที่เข้าไปอยู่ท่ามกลางดงฝรั่ง จึงทำให้บล็อกเกอร์ณฐยาต้องพบกับคำถามต่อสิ่งเหล่านี้ ทั้งจากผู้ชายและผู้หญิงฝรั่ง สิ่งที่ต้องทำก็คือ การทำความเข้าใจโดยการให้ข้อมูล ข่าวสารแก่ผู้ที่สงสัย และข้อมูลข่าวสารที่ให้นั้น ต้องเป็นข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง (Fact) ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ซึ่งในกรณีที่หญิงไทยถูกมองในทางที่เสียหายในเรื่อวขายบริการ เราก็ต้องยอมรับในความจริงที่เกิดขึ้นก่อน และต้องอธิบายให้เห็นความจริงต่อไปว่า ไม่ใช่ผู้หญิงไทยทุกคนจะเป็นเช่นนั้น เพราะทุกสังคม ไม่ว่าไทยหรือฝรั่ง ก็มีลักษณะนี้ด้วยกันทั้งสิ้น ต่างแต่ว่ามีพฤติกรรมการแสดงออกที่ต่างกัน ซึ่งบล็อกเกอร์ณฐยาก็ได้ทำในสิ่งดังกล่าว ดังปรากฏในเรื่อง “จ๋อย” และ “แกงกะหรี่” จนในที่สุดฝรั่งก็เข้าใจดังที่บล็อกเกอร์ได้สรุปไว้ว่า</p>
<p>“สุดท้ายอีสามเจ๊ฝรั่งเนี้ย มันก็สรุปว่า ที่ไหนมันก็เหมือนกันทั้งนั้น มีคนดี ก็มีคนชั่ว ไม่ใช่จะมามั่วว่า ชั่วกันทั้งประเทศ ส่วนอีฝรั่งคนไหนที่มันยังใจแคบและเข้าใจอะไรผิดๆ ก็ปล่อยมันไปเถิดค่ะ เดี๋ยวมันก็สมองฝ่อตาย หมดพันธุ์กันไปเอง” (แกงกระหรี่&#8230;เวอร์ชั่นหม้อปะผุ(แล้ว):อ้างอิงจาก http://mblog.manager.co.th/natayaa/th-10630/ )</p>
<p>สิ่งที่บล็อกเกอร์ณฐยานำเสนอผ่านบล็อกนั้น โดยประเด็นและเนื้อหาก็คือการรายงานเหตุการณ์และปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องที่ประสบเองและเรื่องที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่มีผลกระทบกับตัวเองโดยตรง โดยผ่านการพิจารณาแล้วว่า เรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจ มีประโยชน์ อย่างน้อยก็เปิดการรับรู้ข่าวสารใหม่ๆแก่ผู้อ่าน นี่ย่อมเป็นการทำงานในฐานะสื่อ อันเป็นสื่อภาคพลเมืองที่เป็นปากเสียงให้แก่คนไทยในต่างแดนด้วย</p>
<p>บล็อกเกอร์ณฐยาเป็นตัวอย่างหนึ่งของปัจเจกชนที่ทำหน้าที่สื่อภาคพลเมืองที่มีบล็อกเป็นเครื่องมือ จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม “ดงฝรั่ง” ที่บล็อกเกอร์ณฐยาตั้งเป็นชื่อบล็อกนั้น ก็คือ Citizen Journal ทำหน้าที่เป็นปากเสียงแก่คนไทยในเมืองฝรั่งไปพร้อมๆกับเป็นเครื่องมือในการแสดงตัวตนในฐานะปัจเจกชนของผู้หญิงไทยในต่างแดนที่ชื่อณฐยานั่นเอง.</p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=65&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_65" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/nakrobnakrak-citizen-journal-takes-side" title="“นักรบนักรัก” : สื่อภาคพลเมืองกับการเลือกข้างอย่างมีสติปัญญา (9 December 2008)">“นักรบนักรัก” : สื่อภาคพลเมืองกับการเลือกข้างอย่างมีสติปัญญา</a> (4)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/citizen-journal-and-the-law-of-take-none-side" title="บล็อก เรือรบ เมืองมั่น สื่อภาคพลเมืองกับความเป็นกลางในสถานการณ์เลือกข้างทางการเมือง (7 December 2008)">บล็อก เรือรบ เมืองมั่น สื่อภาคพลเมืองกับความเป็นกลางในสถานการณ์เลือกข้างทางการเมือง</a> (4)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/blog-content-created-by-readers" title="การสร้างเนื้อหาโดยผู้อ่าน : การสื่อสารสองทางในเว็บ 2.0 (16 December 2008)">การสร้างเนื้อหาโดยผู้อ่าน : การสื่อสารสองทางในเว็บ 2.0</a> (1)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/ok-nation-blog-a-case-study-of-citizen-reporter-community" title="“โอเคเนชั่นบล็อก”  ตัวอย่างกรณีศึกษา &quot;ชุมชนนักข่าวพลเมือง” (14 June 2009)">“โอเคเนชั่นบล็อก”  ตัวอย่างกรณีศึกษา &quot;ชุมชนนักข่าวพลเมือง”</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/natayaa-blog-thai-citizen-journal-in-england/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
