<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BlogologyNet.com &#187; ผู้สื่อข่าวพลเมือง</title>
	<atom:link href="http://blogologynet.com/tag/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blogologynet.com</link>
	<description>บล็อกศาสตร์และสื่อมวลชนออนไลน์,ทฤษฎีบล็อก,การเขียนบล็อก,บล็อกเกอร์,สื่อมวลชนออนไลน์,นิเทศศาสตร์ออนไลน์,สื่อสารมวลชนออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Sun, 11 Jul 2010 03:32:48 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>“โอเคเนชั่นบล็อก”  ตัวอย่างกรณีศึกษา &quot;ชุมชนนักข่าวพลเมือง”</title>
		<link>http://blogologynet.com/ok-nation-blog-a-case-study-of-citizen-reporter-community</link>
		<comments>http://blogologynet.com/ok-nation-blog-a-case-study-of-citizen-reporter-community#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Jun 2009 17:12:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[บล็อกศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สื่อข่าวพลเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อภาคพลเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[เนชั่นบล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[โอเคเนชั่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blogologynet.com/?p=881</guid>
		<description><![CDATA[บล็อก (Blog) ถูกเรียกว่าเป็น สื่อภาคพลเมือง (Citizen Journal) ผู้เขียนบล็อกหรือบล็อกเกอร์ (Blogger) เรียกว่า นักข่าวพลเมือง (Citizen Reporter) ซึ่งสื่อและนักข่าวภาคพลเมืองก็ทำหน้าที่เช่นเดียวกับสื่อและนักข่าวของสื่อหลัก อันได้แก่ หนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์  ต่างกันแต่สื่อภาคพลเมืองนั้นทำหน้าที่ในฐานะปัจเจกบุคคลที่ไม่สังกัดองค์กรสื่อใดๆ
นักข่าวพลเมืองเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ส่งสาร โดยอาศัยบล็อกเป็นช่องทางการส่งสาร  กระบวนการได้มาซึ่งสาร การแปลงสาร จนถึงการส่งสารนั้นควบคุมโดยคนๆเดียวเบ็ดเสร็จ  ดังนั้นสารที่ส่งออกไปสู่ผู้รับจะมีคุณภาพเช่นไร  เป็นประโยชน์หรือโทษแก่ผู้รับหรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับสำนึกของผู้ควบคุมกระบวนการผลิตข่าวสารของบล็อก ซึ่งก็คือบล็อกเกอร์นั่นเอง

จากหลักการดังกล่าวย่อมแสดงว่า บล็อกเป็นสื่อมวลชนชนิดหนึ่งและบล็อกเกอร์ก็เป็นนักสื่อสารมวลชนประเภทหนึ่ง  จึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบไม่ต่างจากสื่อกระแสหลัก  จรรยาบรรณของสื่อกระแสหลักมีอยู่เช่นไร  สื่อพลเมืองก็ย่อมจะต้องมีเช่นนั่นด้วย   แต่เพราะสื่อภาคพลเมืองเป็นสื่อของปัจเจกบุคคล  จึงยากที่จะใช้จรรยาบรรณของสื่อมากำกับควบคุมได้  นอกจากจะเกิดจากสำนึกของนักข่าวภาคพลเมืองหรือบล็อกเกอร์เองเป็นสำคัญ
ในปัจจุบันสื่อภาคพลเมืองขยายตัวในเชิงประมาณเป็นอย่างมาก  โดยมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นตามจำนวนของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต มีผู้ให้บริการพื้นที่สำหรับสร้างสื่อชนิดนี้มากมาย  ทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเช่นกูเกิลที่ให้บริการในนามเว็บไซต์บล็อกเกอร์ (Blogger) หรือ บล็อกสป็อต (Blogspot.com) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ที่สุด รองลงมาได้แก่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><strong><a href="http://www.blogologynet.com/blogology-introductory-1-what-is-blog/"><span style="color: #0000ff;">บล็อก</span></a> </strong>(Blog) ถูกเรียกว่าเป็น <a href="http://www.blogologynet.com/blogger-and-bublic-communication/"><strong><span style="color: #0000ff;">สื่อภาคพลเมือง</span></strong></a> (Citizen Journal) ผู้เขียนบล็อกหรือบล็อกเกอร์ (Blogger) เรียกว่า นักข่าวพลเมือง (Citizen Reporter) ซึ่งสื่อและนักข่าวภาคพลเมืองก็ทำหน้าที่เช่นเดียวกับสื่อและนักข่าวของสื่อหลัก อันได้แก่ หนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์  ต่างกันแต่สื่อภาคพลเมืองนั้นทำหน้าที่ในฐานะปัจเจกบุคคลที่ไม่สังกัดองค์กรสื่อใดๆ</p>
<p style="text-align: justify;">นักข่าวพลเมืองเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ส่งสาร โดยอาศัยบล็อกเป็นช่องทางการส่งสาร  กระบวนการได้มาซึ่งสาร การแปลงสาร จนถึงการส่งสารนั้นควบคุมโดยคนๆเดียวเบ็ดเสร็จ  ดังนั้นสารที่ส่งออกไปสู่ผู้รับจะมีคุณภาพเช่นไร  เป็นประโยชน์หรือโทษแก่ผู้รับหรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับสำนึกของผู้ควบคุมกระบวนการผลิตข่าวสารของบล็อก ซึ่งก็คือบล็อกเกอร์นั่นเอง</p>
<p style="text-align: justify;"><span id="more-881"></span></p>
<p style="text-align: justify;">จากหลักการดังกล่าวย่อมแสดงว่า บล็อกเป็นสื่อมวลชนชนิดหนึ่งและบล็อกเกอร์ก็เป็นนักสื่อสารมวลชนประเภทหนึ่ง  จึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบไม่ต่างจากสื่อกระแสหลัก  <a href="http://www.blogologynet.com/thai-mass-media-responsibility/"><span style="color: #0000ff;">จรรยาบรรณของสื่อกระแสหลัก</span></a>มีอยู่เช่นไร  สื่อพลเมืองก็ย่อมจะต้องมีเช่นนั่นด้วย   แต่เพราะสื่อภาคพลเมืองเป็นสื่อของปัจเจกบุคคล  จึงยากที่จะใช้จรรยาบรรณของสื่อมากำกับควบคุมได้  นอกจากจะเกิดจากสำนึกของนักข่าวภาคพลเมืองหรือบล็อกเกอร์เองเป็นสำคัญ</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><a href="../wp-content/uploads/2009/06/ok-nation.jpg"><img class="alignleft" style="border: 0pt none; margin: 10px;" title="ok-nation" src="../wp-content/uploads/2009/06/ok-nation.jpg" alt="ok-nation" width="272" height="226" /></a></strong>ในปัจจุบันสื่อภาคพลเมืองขยายตัวในเชิงประมาณเป็นอย่างมาก  โดยมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นตามจำนวนของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต มีผู้ให้บริการพื้นที่สำหรับสร้างสื่อชนิดนี้มากมาย  ทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเช่นกูเกิลที่ให้บริการในนามเว็บไซต์บล็อกเกอร์ (Blogger) หรือ บล็อกสป็อต (Blogspot.com) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ที่สุด รองลงมาได้แก่ เวิร์ดเพรส (Wordpress.com) ซึ่งทั้งสองแห่งให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย (รายอื่นๆก็ไม่คิดค่าใช้จ่ายเช่นกัน) ส่วนในประเทศไทยนั้นก็มีให้บริการหลายราย รวมถึงเครือเนชั่นที่เป็นกลุ่มบริษัทสื่อสารขนาดใหญ่รายหนึ่งของไทย ก็ให้บริการในนาม<a href="http://www.oknation.net"><span style="color: #0000ff;">โอเคเนชั่นบล็อก </span></a>(OKnation.net)</p>
<p style="text-align: justify;">การสร้างโอเคเนชั่นบล็อกขึ้นมานั้นเกิดขึ้นภายใต้แนวคิดสื่อภาคพลเมือง โดยมุ่งที่จะสร้างให้เป็นชุมชนของนักข่าวพลเมืองที่มีคุณภาพ  มีความหลากหลาย ดังจะเห็นได้จากคำขวัญที่กำหนดไว้ว่า <strong>“ทุกคนเป็นนักข่าวได้”</strong> และโอเคเนชั่นบล็อกคือเวทีที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเป็นนักข่าวได้อย่างเท่าเทียมกัน บล็อกเกอร์ของโอเคเนชั่นบล็อกจึงมีแทบทุกสาขาอาชีพ  รวมถึงนักข่าวในเครือเนชั่นและนักศึกษาด้านสื่อสารมวลชนก็เขียนบล็อกเป็นจำนวนมาก กระจายอยู่ในทุกพื้นที่ของประเทศ รวมถึงต่างประเทศ ต่างก็ทำหน้าที่สื่อภาคพลเมืองของตนอย่างสม่ำเสมอ</p>
<p style="text-align: justify;">ดังนั้น โอเคเนชั่นบล็อกจึงกลายเป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ที่สร้างโดยนักข่าวพลเมือง ครอบคลุมเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เทคโนโลยี  สิ่งแวดล้อม  โดยข้อมูลดังกล่าวมีทั้งข้อมูลชั้นต้นที่มาจากแหล่งข้อมูลโดยตรง  และข้อมูลชั้นสองหรือชั้นสามที่อ้างอิงมาจากแหล่งอื่น   ทั้งเป็นข้อมูลดิบที่ยังไม่ได้แยกแยะวิเคราะห์วิจัยและข้อมูลที่ผ่านแยกแยะ การวิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจัย วิจารณ์โดยบล็อกเกอร์ผู้เป็นเจ้าของเรื่อง  รวมถึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร และอ้างอิงกันในหมู่บล็อกเกอร์หรือนักข่าวพลเมืองด้วยกัน</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>จุดเด่นที่สุดของโอเคเนชั่นบล็อกก็คือ รูปแบบการนำเสนอของบรรดานักข่าวพลเมือง ของที่นี่ เป็นนำเสนอในรูปของข่าวและรายงานที่มีการวิเคราะห์ แยกแยะและวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นที่นำเสนอ  การที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะบล็อกเกอร์จำนวนมากเป็นบุคคลที่อยู่ในสายอาชีพสื่อสารมวลชน หรืออาชีพที่เกี่ยวเนื่องกัน หรือเป็นกลุ่มคนที่ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อต่างๆอย่างเหนียวแน่น  จึงทำให้สามารถสังเคราะห์สารที่ตนต้องการสื่อออกมาในรูปแบบข่าวหรือรายงานข่าวได้ใกล้เคียงกับที่นำเสนอผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วไป</strong></p>
<p style="text-align: justify;">ดังที่ทราบกันแล้วว่า บล็อกเกอร์หรือสื่อภาคพลเมืองคือการทำงานของปัจเจกบุคคลที่ไม่ได้สังกัดองค์กรใด แม้ในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องอยู่ภายใต้สังกัดองค์กรที่ตนทำงานอยู่ แต่ในฐานะสื่อภาคพลเมืองย่อมอยู่ในฐานะปัจเจกบุคคลไม่ว่าจะมาจากวิชาชีพใดรวมถึงวิชาชีพสื่อมวลชนเองด้วย การแสดงออกในฐานะสื่อภาคพลเมืองก็คือการแสดงอกในฐานะปัจเจกบุคคล ซึ่งธรรมชาติของปัจเจกบุคคลนั้นย่อมมีความเป็นตัวของตัวเองสูง แสดงออกโดยอิสระ ยิดติดในกฎเกณฑ์น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้สูงที่บล็อกเกอร์จะแสดงออกอย่างสุดโต่ง ใช้อิสรภาพเกินเลยขอบเขตของความเหมาะสม  หากบล็อกเกอร์ผู้นั้นไร้จิตสำนึกที่ดี แต่บรรดาบล็อกเกอร์ของโอเคเนชั่นบล็อกต่างมีความรับผิดชอบสูง จึงปรากฏกรณีที่ส่งข้อมูลข่าวสารที่ไม่เหมาะสมน้อยมาก  และภายใต้การกำกับดูแลของเว็บมาสเตอร์ของเว็บไซต์โอเคเนชั่น (OKnation.net) ที่ออกกฎกติกาการใช้งานให้สมาชิกปฏิบัติอย่างชัดเจน  ซึ่งกฎดังกล่าวนั้นก็อาศัยกรอบของกฎหมายและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพของสื่อสารมวลชนมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติร่วมกัน  ในกรณีที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมละเมิดกฎกติกาดังกล่าว เว็บมาสเตอร์สามารถลบเนื้อหานั้นออกจากระบบ  จนถึงระงับสิทธิ์ในการใช้งานของบล็อกเกอร์ที่ทำผิดนั้นได้ทันที  ซึ่งกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก</p>
<p style="text-align: justify;">โอเคเนชั่นบล็อกจึงสามารถใช้เป็นแหล่งศึกษาเกี่ยวกับสื่อภาคพลเมืองและผู้สื่อข่าวภาคพลเมืองได้อย่างดียิ่ง   เหตุผลก็คือ ที่นี่คือแหล่งชุมนุมของนักข่าวพลเมืองที่หลากหลายและมีลักษณะเป็น “ชุมชนนักข่าวพลเมือง” ที่ชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่ง  หากมีการศึกษาวิจัยตามหลักวิชาการอย่างแท้จริงแล้ว  ย่อมจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพของสื่อภาคพลเมืองและนักข่าวภาคพลเมืองของไทย  และจะเป็นการพิสูจน์ว่า  หลักการที่โอเคเนชั่นวางไว้ว่า <strong>“ทุกคนเป็นนักข่าวได้” </strong> เกิดขึ้นจริงแล้วหรือไม่  อย่างไร</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>ขอฝากถึงนักวิชาการและนักวิจัยทั้งหลายไว้ในที่นี้ด้วย.</strong></p>
<p><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-1054503077643492";
/* 468x60, created 1/8/10 */
google_ad_slot = "3339156278";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//-->
</script><br />
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=881&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_881" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/citizen-journal-and-the-law-of-take-none-side" title="บล็อก เรือรบ เมืองมั่น สื่อภาคพลเมืองกับความเป็นกลางในสถานการณ์เลือกข้างทางการเมือง (7 December 2008)">บล็อก เรือรบ เมืองมั่น สื่อภาคพลเมืองกับความเป็นกลางในสถานการณ์เลือกข้างทางการเมือง</a> (4)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/nakrobnakrak-citizen-journal-takes-side" title="“นักรบนักรัก” : สื่อภาคพลเมืองกับการเลือกข้างอย่างมีสติปัญญา (9 December 2008)">“นักรบนักรัก” : สื่อภาคพลเมืองกับการเลือกข้างอย่างมีสติปัญญา</a> (4)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/natayaa-blog-thai-citizen-journal-in-england" title="Natayaa Blog : Citizen Journal ปากเสียงของคนไทยในต่างแดน (22 November 2008)">Natayaa Blog : Citizen Journal ปากเสียงของคนไทยในต่างแดน</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/blog-and-blogger-on-cyber-world" title="Blog,Blogs และบล็อกคือไฟไหม้ลามทุ่งไซเบอร์ (24 July 2008)">Blog,Blogs และบล็อกคือไฟไหม้ลามทุ่งไซเบอร์</a> (3)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/suthichai-yoon-and-his-blog" title="Big Blog : Suthichai yoon &#8211; ดูคนใหญ่มาเดินในบล็อก (6 March 2008)">Big Blog : Suthichai yoon &#8211; ดูคนใหญ่มาเดินในบล็อก</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/ok-nation-blog-a-case-study-of-citizen-reporter-community/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“นักรบนักรัก” : สื่อภาคพลเมืองกับการเลือกข้างอย่างมีสติปัญญา</title>
		<link>http://blogologynet.com/nakrobnakrak-citizen-journal-takes-side</link>
		<comments>http://blogologynet.com/nakrobnakrak-citizen-journal-takes-side#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Dec 2008 07:33:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[บล็อกศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การเขียนบล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[นักรบ นักรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สื่อข่าวพลเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อภาคพลเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[โอเคเนชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[Citizen Journal]]></category>
		<category><![CDATA[Citizen Reporter]]></category>
		<category><![CDATA[Ok nation]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blogologynet.com/?p=568</guid>
		<description><![CDATA[ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ทางการเมืองตรึงเครียดเขม็งเกลียวในช่วงเดือนสิงหาคม-ต้นเดือนธันวาคม 2551 สังคมไทยแบ่งเป็นฝักฝ่ายที่พร้อมจะปะทะกันแบบแตกหัก สองฝ่ายที่เผชิญหน้ากันคือฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซึ่งก็คือต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นำหน้าโดย พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พันธมิตรฯ –คนเสื้อเหลือง) กับฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลซึ่งก็คือสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นำหน้าโดย แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.-คนเสื้อแดง) ทั้งสองฝ่ายต่างเรียกร้องให้คนที่ไม่ได้เลือกข้างฝ่ายใดให้หันมาอยู่ฝ่ายเดียวกับพวกตน ในที่สุดก็เกิดเป็น 3 ฝ่าย คือฝ่ายพันธมิตรฯ ฝ่าย นปช. และฝ่ายไม่เลือกข้างใด ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้ว
การเลือกข้างที่เกิดขึ้น แม้ส่วนหนึ่งเกิดจากความคิด ความเชื่อด้วยใจอันบริสุทธิ์ ทั้งฝ่าย พันธมิตรฯและฝ่าย นปช. แต่อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการรับรู้ข่าวสารผ่านสื่อที่ทั้งสองฝ่ายใช้เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของตน มีการปลุกเร้าอารมณ์ให้เกิดความโน้มเอียงไปในทางเกลียดชังอีกฝ่ายหนึ่ง จนเกิดการปะทะทำร้ายกันถึงบาดเจ็บและเสียชีวิต
นอกจากประชาชนทั่วไปจะถูกเรียกร้องให้เลือกข้างแล้ว สื่อมวลชนก็ถูกเรียกร้องให้เลือกข้างด้วยเช่นกัน วิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จึงเป็นเสมือนเกิดวิกฤตการณ์สื่อมวลชนด้วย เพราะได้ถูกดึงเข้าไปสู่ความขัดแย้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยสื่อเองแม้จะมีความโน้มเอียงไปในทางใดทางหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ก็รักษาสถานะความเป็นกลางที่พยายามนำเสนอข่าวสารอย่างซื่อสัตย์และเคารพต่อข้อเท็จจริงเอาไว้ได้ในระดับที่น่าชื่นชม

สื่อมวลชนกระแสหลักอันได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ และโทรทัศน์นั้น แม้จะมีความโน้มเอียงเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแต่อย่างน้อยก็คงสถานะของความเป็นสื่อมวลชน คือต้องนำเสนอข้อเท็จจริงของทั้งสองฝ่าย ต่างกันเพียงจะให้น้ำหนักแก่ฝ่ายที่ตนมีความโน้มเอียงสนับสนุน แต่สื่อสมัยใหม่ที่มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร คือสื่อภาคพลเมือง ( Citizen Journal) อันได้แก่บล็อก (Blog) ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยนักข่าวภาคพลเมือง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ทางการเมืองตรึงเครียดเขม็งเกลียวในช่วงเดือนสิงหาคม-ต้นเดือนธันวาคม 2551 สังคมไทยแบ่งเป็นฝักฝ่ายที่พร้อมจะปะทะกันแบบแตกหัก สองฝ่ายที่เผชิญหน้ากันคือฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซึ่งก็คือต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นำหน้าโดย <strong>พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย</strong> (พันธมิตรฯ –คนเสื้อเหลือง) กับฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลซึ่งก็คือสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นำหน้าโดย <strong>แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ</strong> (นปช.-คนเสื้อแดง) ทั้งสองฝ่ายต่างเรียกร้องให้คนที่ไม่ได้เลือกข้างฝ่ายใดให้หันมาอยู่ฝ่ายเดียวกับพวกตน ในที่สุดก็เกิดเป็น 3 ฝ่าย คือฝ่ายพันธมิตรฯ ฝ่าย นปช. และฝ่ายไม่เลือกข้างใด ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้ว</p>
<p style="text-align: justify;">การเลือกข้างที่เกิดขึ้น แม้ส่วนหนึ่งเกิดจากความคิด ความเชื่อด้วยใจอันบริสุทธิ์ ทั้งฝ่าย พันธมิตรฯและฝ่าย นปช. แต่อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการรับรู้ข่าวสารผ่านสื่อที่ทั้งสองฝ่ายใช้เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของตน มีการปลุกเร้าอารมณ์ให้เกิดความโน้มเอียงไปในทางเกลียดชังอีกฝ่ายหนึ่ง จนเกิดการปะทะทำร้ายกันถึงบาดเจ็บและเสียชีวิต</p>
<p style="text-align: justify;">นอกจากประชาชนทั่วไปจะถูกเรียกร้องให้เลือกข้างแล้ว สื่อมวลชนก็ถูกเรียกร้องให้เลือกข้างด้วยเช่นกัน วิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จึงเป็นเสมือนเกิดวิกฤตการณ์สื่อมวลชนด้วย เพราะได้ถูกดึงเข้าไปสู่ความขัดแย้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยสื่อเองแม้จะมีความโน้มเอียงไปในทางใดทางหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ก็รักษาสถานะความเป็นกลางที่พยายามนำเสนอข่าวสารอย่างซื่อสัตย์และเคารพต่อข้อเท็จจริงเอาไว้ได้ในระดับที่น่าชื่นชม</p>
<p style="text-align: justify;"><span id="more-568"></span></p>
<p style="text-align: justify;">สื่อมวลชนกระแสหลักอันได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ และโทรทัศน์นั้น แม้จะมีความโน้มเอียงเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแต่อย่างน้อยก็คงสถานะของความเป็นสื่อมวลชน คือต้องนำเสนอข้อเท็จจริงของทั้งสองฝ่าย ต่างกันเพียงจะให้น้ำหนักแก่ฝ่ายที่ตนมีความโน้มเอียงสนับสนุน แต่สื่อสมัยใหม่ที่มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร คือสื่อภาคพลเมือง ( Citizen Journal) อันได้แก่บล็อก (Blog) ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยนักข่าวภาคพลเมือง ( Citizen Reporter) หรือบล็อกเกอร์ มีอิสระในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างเต็มที่ จึงปรากฏว่า มีบล็อกเกอร์เป็นจำนวนมากนำเสนอข้อมูลข่าวสารในมุมมอง ความคิด ความเชื่อ และความโน้มเอียงของตนแบบสุดโต่ง จนถึงขั้นบริภาษด่ากราดอีกฝ่ายหนึ่งอย่างรุนแรง</p>
<p style="text-align: justify;">จริงอยู่ที่บล็อกเกอร์มีสถานะเป็นปัจเจกชน มีอิสระและเสรีภาพในการพูด เขียน โฆษณาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แต่อย่าลืมว่า <strong>บล็อกคือสื่อประเภทหนึ่งที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณะ </strong>ดังนั้น บล็อกเกอร์ย่อมจะละเลยความรับผิดชอบไปไม่ได้เลยหากข้อมูลที่ตนเผยแพร่ออกไปนั้นทำให้เกิดเกิดความเสียหายต่อผู้อื่น และความจริงอีกอย่างหนึ่งก็คือ ข้อมูลข่าวสารจากบล็อกก็มีอิทธิพลต่อการรับรู้ของผู้รับสารไม่ต่างจากสื่ออื่นๆ ซึ่งก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อความคิด ทัศคติของผู้รับสารไม่มากก็น้อย หากได้รับข้อมูลข่าวสารที่มีความโน้มเอียง ก็ย่อมมีโอกาสที่ความคิดและทัศนคติ จะโน้มเอียงไปด้วย</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>ความรับผิดชอบของบล็อกเกอร์ที่เป็นนักข่าวภาคพลเมือง จึงไม่ต่างจากความรับผิดชอบในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพของสื่อมวลชน คือมีความเป็นกลางในการนำเสนอข่าวสาร ต้องเคารพและซื่อสัตย์ต่อข้อเท็จจริง แม้จะมีข้อโต้แย้งต่อข้อมูลที่นำเสนอ ย่อมต้องมีเหตุผลอธิบายได้</strong></p>
<p style="text-align: justify;">แต่เท่าที่ปรากฏในบล็อกต่างๆ บล็อกเกอร์ส่วนมากยังคงยึดถืออิสระและเสรีภาพในฐานะปัจเจกชนของตนอย่างเหนียวแน่น โดยนำเสนอข้อมูลข่าวสารด้วยความโน้มเอียงตามความคิด ความเชื่อ และฝ่ายที่ตนเลือกแล้ว ขาดเหตุผลในการโต้แย้งฝ่ายอื่นหรืออธิบายจุดยืนของตน และกลายเป็นเวทีโจมตี ด่าว่าและบริภาษอีกฝ่ายที่คิดไม่เหมือนตนของบรรดาผู้อ่านที่เลือกยืนคนละฝ่าย กลายเป็นการใช้อารมณ์แบบเป็นความสุดโต่งทั้งสองฝ่าย</p>
<p style="text-align: justify;">แต่เป็นที่น่ายินดีว่า ในโลกของสื่อภาคพลเมืองนั้น ยังคงมีอยู่จำนวนหนึ่งที่แม้จะเลือกข้างแต่ก็มีเหตุผลที่อธิบายได้ชัดเจน ใช้สติปัญญาในการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งฝ่ายที่ตนเลือกและฝ่ายตรงกันข้าม ไม่ถูกครอบงำด้วยอารมณ์โกรธแค้นฝ่ายอื่นและลุ่มหลงฝ่ายตนเหมือนพวกสุดโต่ง สามารถยืนอยู่บนหลักการของความเป็นสื่อที่มีความเป็นกลางในการนำเสนอข่าวสาร เคารพและซื่อสัตย์ต่อข้อเท็จจริง เมื่อมีข้อโต้แย้งก็กระทำอย่างมีเหตุผล โดยใช้สติปัญญาเป็นเครื่องมือ</p>
<p style="text-align: justify;">บล็อกประเภทนี้มีอยู่ เป็นจำนวนไม่มากนัก หนึ่งในนั้นที่อยากจะยกมากล่าวถึงในที่นี้ก็คือ บล็อกของบล็อกเกอร์ที่ใช้ชื่อ <a href="http://www.oknation.net/blog/mymemory "><span style="color: #0000ff;"><strong>“นักรบนักรัก”</strong></span> </a>แห่งโอเคเนชั่นบล็อก (ผมได้เขียนถึงบล็อกเกอร์แห่งโอเคเนชั่นก่อนหน้านี้แล้วคนหนึ่งคือ บล็อกเกอร์ <strong>เรือรบ เมืองมั่น</strong> ผู้เป็นนายทหารยศนายพันแห่งกองทัพไทย ในเรื่อง <a href="http://www.blogologynet.com/?p=560 "><span style="color: #0000ff;">“บล็อก เรือรบ เมืองมั่น สื่อภาคพลเมืองกับความเป็นกลางในสถานการณ์เลือกข้างทางการเมือง”</span> </a>) ที่แสดงตนอย่างชัดเจนว่าเป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยสนับสนุนฝ่ายพันธมิตร ด้วยเหตุที่ไม่แตกต่างจากคนอื่นๆ นั่นคือ รังเกียจการกระทำอันสร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร</p>
<p style="text-align: justify;">แต่การยืนอยู่ข้างฝ่ายพันธมิตรฯของบล็อกเกอร์ “นักรบนักรัก” นั้นแตกต่างจากบรรดาบล็อกเกอร์ที่เป็น “แฟนพันธุ์แท้พันธมิตร” ส่วนมาก นั่นคือ คอยวิพากษ์วิจารณ์ ให้คำเสนอแนะและข้อคิดเห็นเพื่อเป็นประโยชน์ในการเคลื่อนไหว มองเห็นข้อดี ข้อด้อย ข้อผิดพลาดของฝ่ายพันธมิตรแล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ เสนอข้อคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่มีความคิดในลักษณะที่ “พันธมิตรฯไม่ผิดสักอย่าง แต่ นปช. ผิดทุกอย่าง” ดังที่พวกสุดโต่งได้กระทำ</p>
<p style="text-align: justify;">แม้ในฝ่ายที่ตนไม่เลือกข้างคือ นปช. นั้น บล็อกเกอร์ “นักรบนักรัก” ยังมองด้วยเหตุด้วยผล ใช้สติปัญญาพิจารณา แยกแยะ เพื่อทำความเข้าใจฝ่ายตรงกันข้าม เพื่อให้รู้ถึงจุดแข็ง จุดอ่อน อันจะเป็นประโยชน์ในการดำเนินการใดๆก็ตามที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายตรงกันข้าม</p>
<p style="text-align: justify;">การนำเสนอข้อมูลข่าวสารดังที่ “นักรบนักรัก” กระทำนั้น จึงเป็นการกระทำที่เรียกได้ว่าอยู่ในหลักการของสื่อมวลชนที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไป นั่นคือ มีความเป็นกลาง เคารพและซื่อสัตย์ต่อข้อเท็จจริง และมีเหตุผลในการอธิบายหรือโต้แย้ง เมื่อมีการรับรู้ข่าวสารดังกล่าว ก็จะทำให้ผู้รับข่าวสารได้คิด พิจารณา โดยใช้สติปัญญาไปด้วย</p>
<p style="text-align: justify;">นักสื่อสารมวลชนได้จัดให้บล็อกเป็นสื่อภาคพลเมือง ซึ่งบล็อกเกอร์ทั่วโลกได้ทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวภาคพลเมืองของตนในการรายงานข้อมูล ข่าวสาร เหตุการณ์ต่างๆอย่างรวดเร็วและเที่ยงตรง จนเป็นที่ประจักษ์ในหลายๆเหตุการณ์มาแล้วทั่วโลก อาทิ การประท้วงรัฐบาลและพายุนาร์กิสในประเทศพม่า การประท้วงในทิเบต เป็นต้น ทำให้โลกได้รับรู้ข้อมูล ข่าวสารรวดเร็วก่อนที่สื่อกระแสหลักจะนำเสนอ แต่ข้อด้อยของสื่อภาคพลเมืองก็คือ ขาดกระบวนกลั่นกรองในรูปแบบการบรรณาธิการข่าว ดังนั้น ข้อมูลข่าวสารจะเท็จจริง เที่ยงตรงเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับจุดยืนของบล็อกเกอร์ผู้ทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวภาคพลเมืองนั่นเอง</p>
<p style="text-align: justify;">ในสถานการณ์การทางการเมืองที่ผ่านมา ซึ่งจบลงเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2551 เมื่อพันธมิตรฯยกเลิกการชุมนุมปิดล้อมสนามบินและทำเนียบรัฐบาล สื่อภาคพลเมืองมีบทบาทสำคัญในการรายงานข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณชน ตามมุมมอง จุดยืน และโน้มเอียงไปในข้างที่ตนเลือกซึ่งส่วนมาเป็นไปในลักษณะสุดโต่งดังที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่เป็นที่น่ายินดีว่า บล็อกเกอร์ “นักรบนักรัก” เป็นหนึ่งในสื่อภาคพลเมืองจำนวนน้อยที่แม้จะเลือกข้างแต่ก็ได้ทำหน้าที่สื่ออย่างตรงไปตรงมา โดยใช้สติปัญญากำกับ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการสร้างการรับรู้ข่าวสารที่ถูกต้อง นั่นคือ ทำให้ผู้รับข่าวสารได้ใช้สติปัญญาคิดตามเพื่อทำความเข้าใจโดยไม่ถูกชักจูงด้วยอคติของผู้ส่งสาร.</p>
<p><span style="color: #993300;">[หากท่านใดเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ สามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆได้ โดยขอให้ทำลิงค์กลับมายังบทความนี้ด้วย และขอความกรุณาอย่านำไปผลิตหรือจำหน่ายไม่ว่ารูปแบบใดๆเลยนะครับ]</span></p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=568&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_568" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/ok-nation-blog-a-case-study-of-citizen-reporter-community" title="“โอเคเนชั่นบล็อก”  ตัวอย่างกรณีศึกษา &quot;ชุมชนนักข่าวพลเมือง” (14 June 2009)">“โอเคเนชั่นบล็อก”  ตัวอย่างกรณีศึกษา &quot;ชุมชนนักข่าวพลเมือง”</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/natayaa-blog-thai-citizen-journal-in-england" title="Natayaa Blog : Citizen Journal ปากเสียงของคนไทยในต่างแดน (22 November 2008)">Natayaa Blog : Citizen Journal ปากเสียงของคนไทยในต่างแดน</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/interiorsiamcom-as-a-citizen-journal-blog" title="interiorsiam.com กับการเป็น Citizen Journal ของ “ช่างแบบ” (21 September 2008)">interiorsiam.com กับการเป็น Citizen Journal ของ “ช่างแบบ”</a> (6)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/blogger-and-bublic-communication" title="บล็อกเกอร์ ( Blogger) กับการสื่อสารสาธารณะ (Public Communication) (6 December 2008)">บล็อกเกอร์ ( Blogger) กับการสื่อสารสาธารณะ (Public Communication)</a> (1)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/citizen-journal-and-the-law-of-take-none-side" title="บล็อก เรือรบ เมืองมั่น สื่อภาคพลเมืองกับความเป็นกลางในสถานการณ์เลือกข้างทางการเมือง (7 December 2008)">บล็อก เรือรบ เมืองมั่น สื่อภาคพลเมืองกับความเป็นกลางในสถานการณ์เลือกข้างทางการเมือง</a> (4)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/nakrobnakrak-citizen-journal-takes-side/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บล็อก เรือรบ เมืองมั่น สื่อภาคพลเมืองกับความเป็นกลางในสถานการณ์เลือกข้างทางการเมือง</title>
		<link>http://blogologynet.com/citizen-journal-and-the-law-of-take-none-side</link>
		<comments>http://blogologynet.com/citizen-journal-and-the-law-of-take-none-side#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Dec 2008 19:33:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[บล็อกศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ความรับผิดชอบ ของสื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลาง ของสื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[บล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[บล็อกเกอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สื่อข่าวพลเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อภาคพลเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[เนชั่นบล็อก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blogologynet.com/?p=560</guid>
		<description><![CDATA[การเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองในห้วงปี 2551 นับเป็นช่วงเวลาแห่งความยุ่งยากทางการเมืองของไทยอีกครั้งหนึ่ง เป็นวิกฤติการทางการเมืองที่แบ่งแยกคนไทยออกเป็นอย่างน้อย 3 กลุ่ม คือ (1) กลุ่มต่อต้านรัฐบาลซึ่งก็คือต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่มีอิทธิพลทางการเมืองผ่านรัฐบาลที่นำโดยพรรคพลังประชาชนเป็นแกนหลัก (2) กลุ่มสนับสนุนรัฐบาลซึ่งก็คือสนับสนุน พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี (3) กลุ่มที่ไม่เลือกข้างฝ่ายใด ที่ประกาศตนเป็นกลางอย่างชัดเจนและกลุ่มที่ไม่ได้ประกาศตน แต่ไม่แสดงท่าทีว่าเลือกข้างฝ่ายใด ทั้งสามกลุ่มต่างดำเนินกิจกรรมไปตามความคิด ความเชื่อของตน โดยเฉพาะกลุ่มที่ (1) และ (2) นั้นนับเป็นคู่ขัดแย้งที่สร้างวิกฤติการณ์ให้เกิดขึ้นอย่างรุนแรงนำไปสู่ความแตกแยกทางความคิดความเชื่อที่รุนแรง จนหลายฝ่ายเกรงกันว่าจะกลายเป็นสงครามกลางเมือง
ในท่ามกลางความขัดแย้งดังกล่าว ทั้งฝ่ายต่อต้านรัฐบาลและฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลต่างเรียกร้องให้คนที่แสดงความเป็นกลางต้องเลือกข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แม้แต่สื่อมวลชนที่มีหลักการในการทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ก็ยังถูกเรียกร้องให้เลือกข้าง และสื่อต่างๆทั้งวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ก็มีทั้งที่แสดงการเลือกข้าง ทั้งที่แสดงความโน้มเอียงว่าจะเลือกข้าง และทั้งที่แสดงจุดยืนในความเป็นกลาง แต่ความเป็นกลางนั้นไม่ใช่การเพิกเฉยไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้น กล่าวคือ ทำหน้าที่นำเสนอข่างสาร ข้อมูลตามความเป็นจริง และวิพากษ์วิจารณ์ทุกฝ่ายหากเห็นว่าทำไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม รวมไปถึงนำเสนอทางออกโดยยึดประโยชน์แห่งสาธารณะเป็นแก่นแกน ซึ่งสื่อประเภทนี้ยังมีอยู่ในท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา
บล็อก(Blog) ทั้งหลายซึ่งนักสื่อสารมวลชนจัดให้เป็น “สื่อภาคพลเมือง” (Citizen Journal) และผู้เขียนบล็อกหรือบล็อกเกอร์ (Blogger) ก็คือ ผู้สื่อข่าวภาคพลเมือง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองในห้วงปี 2551 นับเป็นช่วงเวลาแห่งความยุ่งยากทางการเมืองของไทยอีกครั้งหนึ่ง เป็นวิกฤติการทางการเมืองที่แบ่งแยกคนไทยออกเป็นอย่างน้อย 3 กลุ่ม คือ (1) กลุ่มต่อต้านรัฐบาลซึ่งก็คือต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่มีอิทธิพลทางการเมืองผ่านรัฐบาลที่นำโดยพรรคพลังประชาชนเป็นแกนหลัก (2) กลุ่มสนับสนุนรัฐบาลซึ่งก็คือสนับสนุน พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี (3) กลุ่มที่ไม่เลือกข้างฝ่ายใด ที่ประกาศตนเป็นกลางอย่างชัดเจนและกลุ่มที่ไม่ได้ประกาศตน แต่ไม่แสดงท่าทีว่าเลือกข้างฝ่ายใด ทั้งสามกลุ่มต่างดำเนินกิจกรรมไปตามความคิด ความเชื่อของตน โดยเฉพาะกลุ่มที่ (1) และ (2) นั้นนับเป็นคู่ขัดแย้งที่สร้างวิกฤติการณ์ให้เกิดขึ้นอย่างรุนแรงนำไปสู่ความแตกแยกทางความคิดความเชื่อที่รุนแรง จนหลายฝ่ายเกรงกันว่าจะกลายเป็นสงครามกลางเมือง</p>
<p style="text-align: justify;"><span id="more-560"></span>ในท่ามกลางความขัดแย้งดังกล่าว ทั้งฝ่ายต่อต้านรัฐบาลและฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลต่างเรียกร้องให้คนที่แสดงความเป็นกลางต้องเลือกข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แม้แต่สื่อมวลชนที่มีหลักการในการทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ก็ยังถูกเรียกร้องให้เลือกข้าง และสื่อต่างๆทั้งวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ก็มีทั้งที่แสดงการเลือกข้าง ทั้งที่แสดงความโน้มเอียงว่าจะเลือกข้าง และทั้งที่แสดงจุดยืนในความเป็นกลาง แต่ความเป็นกลางนั้นไม่ใช่การเพิกเฉยไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้น กล่าวคือ ทำหน้าที่นำเสนอข่างสาร ข้อมูลตามความเป็นจริง และวิพากษ์วิจารณ์ทุกฝ่ายหากเห็นว่าทำไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม รวมไปถึงนำเสนอทางออกโดยยึดประโยชน์แห่งสาธารณะเป็นแก่นแกน ซึ่งสื่อประเภทนี้ยังมีอยู่ในท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา</p>
<p style="text-align: justify;">บล็อก(Blog) ทั้งหลายซึ่งนักสื่อสารมวลชนจัดให้เป็น<strong> “สื่อภาคพลเมือง” </strong>(Citizen Journal) และผู้เขียนบล็อกหรือบล็อกเกอร์ (Blogger) ก็คือ <strong>ผู้สื่อข่าวภาคพลเมือง </strong>(Citizen Reporter) ต่างได้ทำหน้าที่ของตนอย่างแข็งขัน โดยนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ความคิด ความเห็น ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านบล็อกของตน เผยแพร่สู่สาธารณะอย่างกว้างขวาง โดยมีทั้งที่เลือกข้างฝ่ายรัฐบาล ทั้งเลือกข้างฝ่ายต่อต้านรัฐบาล และทั้งที่แสดงจุดยืนในความเป็นกลาง</p>
<p style="text-align: justify;">ธรรมชาติของมนุษย์นั้นย่อมมีความโน้มเอียงไปในทางหนึ่งทางใดอย่างแน่นอน ดังนั้น เมื่อมีความโน้มเอียงแล้วการแสดงอกย่อมจะสะท้อนไปในทิศทางที่ตนมีความโน้มเอียงนั้นด้วย การนำเสนอข้อมูลของบล็อกเกอร์ทั้งหลายในเหตุการณ์วิกฤตการทางการเมืองที่ผ่านมาก็เช่นกัน ต่างเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการเลือกข้างของตนอย่างชัดแจ้ง โดยไม่ได้สนใจหรือทำข้อมูลที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตนตกหล่นไป ทำให้การรับรู้ข่าวสารของคนที่เข้ามาแสวงหาข้อมูลข่าวสารต้องโน้มเอียงไปด้วย แต่ยังดีที่มีข้อมูลข่าวสารจากฝ่ายที่เป็นกลางทำหน้าที่ถ่วงดุล ปิดช่องว่าง เอาไว้ได้พอสมควร</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><span style="color: #0000ff;"><a href="http://www.oknation.net/blog/ruarob/"><span style="color: #0000ff;">บล็อกเกอร์เรือรบ เมืองมั่น</span></a></span> </strong>แห่งเนชั่นบล็อก เป็นบล็อกเกอร์คนหนึ่งที่แสดงจุดยืนอยู่ในกลุ่มผู้ไม่เลือกข้างฝ่ายใด และพยายามทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง เสนอข้อมูลข่าวสารทั้งด้านดีและไม่ดีของคู่ขัดแย้งทางการเมืองทั้งสองฝ่าย แม้บางขณะ บางความคิดเห็นจะมีความโน้มเอียงไปตามฉันทาคติของตน แต่ก็ยังอยู่ในกรอบของความเป็นกลางที่ซื่อสัตย์ต่อข้อเท็จจริงอย่างเห็นได้ชัด</p>
<p style="text-align: justify;">ดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้วว่า <strong>การแสดงตนอย่างเป็นกลางนั้นไม่ได้หมายความว่าเพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น หากแต่พิจารณาถึงเหตุ ปัจจัย ผลกระทบ แล้วสังเคราะห์เป็นข้อมูลเพื่อนำเสนอสู่สาธารณชน ในข้อมูลที่นำเสนอนั้นย่อมยึดถือข้อเท็จจริงเป็นแกนหลัก เมื่อชั่งน้ำหนักด้วยเหตุด้วยผลแล้วจึงแสดงความคิดต่อข้อมูลนั้นด้วยความซื่อสัตย์และเคารพต่อความจริงที่เกิดขึ้น วัตถุประสงค์ในการแสดงความคิดเห็นก็เพื่อประโยชน์แห่งสาธารณะเป็นที่ตั้ง </strong>อันเป็นหลักการทำงานของสื่อมวลชนสาธารณะที่ยึดถือกันเป็นหลักสากล และในฐานะที่เป็น “สื่อภาคพลเมือง” นั้น บล็อกเกอร์เรือรบ เมืองมั่น นับว่าได้พยายามทำหน้าที่โดยยึดหลักการดังกล่าวอย่างจริงจัง</p>
<p style="text-align: justify;">ด้วยเหตุนี้จึงปรากฏว่า เนื้อหาที่บล็อกเกอร์เรือรบ เมืองมั่น นำเสนอในช่วงเวลาวิกฤตการณ์การเมืองดำเนินไปอย่างเข้มข้นนั้น ประกอบไปด้วยความเห็นที่มีทั้งการสนับสนุนและชื่นชมทั้งสองฝ่ายในสิ่งที่เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่สาธารณะ และมีการคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์ข้อบกพร่องของทั้งสองฝ่ายหากเห็นว่าสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายกระทำนั้นไม่เกิดประโยชน์แก่สาธารณชน เช่น ในกรณีการเคลื่อนไหวของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล บล็อกเกอร์เรือรบ เมืองมั่น ไม่เห็นด้วย กับการนำเสนอแนวคิดการเมืองใหม่ระบบ 30/70 ในหัวข้อ <a href="http://www.oknation.net/blog/ruarob/2008/07/04/entry-1"><span style="color: #0000ff;">“ไม่เห็นด้วยกับระบบ 30/70 ของพันธมิตร” </span></a>เพราะเห็นว่ามีความเป็นประชาธิปไตยน้อยลง และไม่มีอะไรจะรับประกันได้ว่าจะเกิดผลดีกว่าระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ทั้งยังเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า ประชาธิปไตยนั้นจะต้องค่อยๆพัฒนาไปตามขั้นตอนของมันได้เอง ในขณะที่เดียวกันก็ไม่เห็นด้วยกับการกระทำหลายๆอย่างของรัฐบาลเช่นกัน</p>
<p style="text-align: justify;">สิ่งที่บล็อกเกอร์เรือรบ เมืองมั่น ได้นำเสนอควบคู่ไปกับการวิพากษ์วิจารณ์และคัดค้านก็คือ การเสนอทางออกในการแก้ไขปัญหา หรือกระตุ้นเตือนให้ผู้เกี่ยวข้องคิดพิจารณาให้ดีและรอบคอบ โดยปรากฏอยู่ในเกือบทุกเรื่องที่เผยแพร่ในบล็อก ซึ่งแตกต่างจากบล็อกเกอร์เป็นจำนวนมากที่มักวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายที่ตนไม่เห็นด้วยโดยใช้ท่าทีที่เกรี้ยวกราด และไม่มีการเสนอทางออก ข้อคิดเห็น หรือแง่มุมที่เป็นประโยชน์ใดๆ</p>
<p style="text-align: justify;">บล็อกคือสื่อประเภทหนึ่ง ดังนั้นบล็อกเกอร์ก็เป็นคนทำสื่อประเภทหนึ่ง การนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ความคิดใดๆ จึงจะละเว้นความรับผิดชอบในฐานะสื่อไม่ได้ เพราะข้อมูล ข่าวสาร ความคิดเห็นดังกล่าวถูกส่งออกไปสู่สาธารณชน ซึ่งจะเกิดผลกระทบต่อการรับรู้ ความคิด ความเชื่อ ทัศนคติของประชาชนผู้รับข้อมูลข่าวสารไม่มากก็น้อย ดังนั้น บล็อกเกอร์จึงสมควรที่จะระมัดระวังในการนำเสนอข้อมูลของตน</p>
<p style="text-align: justify;">บล็อกเกอร์เรือรบ เมืองมั่น เป็นตัวอย่างหนึ่งของการแสดงความรับผิดชอบการนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ความคิด ของตนโดยเคารพข้อเท็จจริง วางตัวเป็นกลาง มีเหตุผลในการคัดค้าน และนำเสนอทางออกที่แตกต่างให้ฝ่ายที่ตนขัดแย้งได้พิจารณา การกระทำเช่นนี้ย่อมนับได้ว่าเป็นการแสดงจุดยืนของผู้ที่ยึดถือความเป็นกลางอย่างมีสติและมีปัญญา ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวดในภาวะวิกฤติ เพราะสติและปัญญาจะนำพาไปสู่ทางออกที่ดีเสมอ.</p>
<p style="text-align: center;">&#8230;.</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"><span style="color: #993300;">[<span lang="TH">หากท่านทั้งหลายเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ เชิญนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆได้<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>โดยขอให้ทำลิงค์กลับมายังบทความนี้ด้วย<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>แต่ขอความกรุณาอย่านำไปผลิตหรือจำหน่ายไม่ว่ารูปแบบใดๆเลยนะครับ</span>]</span></span></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=560&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_560" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/ok-nation-blog-a-case-study-of-citizen-reporter-community" title="“โอเคเนชั่นบล็อก”  ตัวอย่างกรณีศึกษา &quot;ชุมชนนักข่าวพลเมือง” (14 June 2009)">“โอเคเนชั่นบล็อก”  ตัวอย่างกรณีศึกษา &quot;ชุมชนนักข่าวพลเมือง”</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/nakrobnakrak-citizen-journal-takes-side" title="“นักรบนักรัก” : สื่อภาคพลเมืองกับการเลือกข้างอย่างมีสติปัญญา (9 December 2008)">“นักรบนักรัก” : สื่อภาคพลเมืองกับการเลือกข้างอย่างมีสติปัญญา</a> (4)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/natayaa-blog-thai-citizen-journal-in-england" title="Natayaa Blog : Citizen Journal ปากเสียงของคนไทยในต่างแดน (22 November 2008)">Natayaa Blog : Citizen Journal ปากเสียงของคนไทยในต่างแดน</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/blog-and-blogger-on-cyber-world" title="Blog,Blogs และบล็อกคือไฟไหม้ลามทุ่งไซเบอร์ (24 July 2008)">Blog,Blogs และบล็อกคือไฟไหม้ลามทุ่งไซเบอร์</a> (3)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/why-you-write-blog" title="เขียนบล็อกทำไม เขียนเพื่ออะไร (14 September 2008)">เขียนบล็อกทำไม เขียนเพื่ออะไร</a> (10)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/citizen-journal-and-the-law-of-take-none-side/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
