<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BlogologyNet.com &#187; ทักษิณ ชินวัตร</title>
	<atom:link href="http://blogologynet.com/tag/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b4%e0%b8%93-%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blogologynet.com</link>
	<description>บล็อกศาสตร์และสื่อมวลชนออนไลน์,ทฤษฎีบล็อก,การเขียนบล็อก,บล็อกเกอร์,สื่อมวลชนออนไลน์,นิเทศศาสตร์ออนไลน์,สื่อสารมวลชนออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Sun, 11 Jul 2010 03:32:48 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กราบแผ่นดิน : การใช้สื่อของมือระดับเทพ</title>
		<link>http://blogologynet.com/taksin-chinnawatra-and-media</link>
		<comments>http://blogologynet.com/taksin-chinnawatra-and-media#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 Feb 2008 12:02:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[สื่อสารมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[การสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษิณ ชินวัตร]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสารการเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[Communications]]></category>
		<category><![CDATA[Media Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Politic Communications]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mediatalkblog.wordpress.com/?p=10</guid>
		<description><![CDATA[

 
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้สื่ออย่างหาตัวจับยาก  เริ่มตั้งแต่การใช้ประโยชน์ทางธุรกิจจากสื่อ ด้วยการก่อตั้งบริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์ ขยายกิจการเข้าสู่สื่อสมัยใหม่คือธุรกิจโทรศัพท์มือถือ จนกระทั่งเปิดศักราชใหม่ให้แก่ประเทศไทยด้วยการเป็นเจ้าของดาวเทียมดวงแรกของไทย คือ ไทยคม 1  กิจกรรมทางธุรกิจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรจึงเกี่ยวข้องกับสื่อ  กลายเป็นมหาเศรษฐีเพราะธุรกิจการสื่อสารโทรคมนาคม
การที่ได้รับฉายาอัศวินคลื่นลูกที่สาม จึงไม่ใช่ฉายาที่เกินเลยความจริงเลย
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าในงานธุรกิจหรืองานการเมือง  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ใช้สื่อให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองอย่างได้ผล  โดยเฉพาะสื่อสาธารณะ อันได้แก่ โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นั้น กลายเป็นเครื่องมือในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้แก่อัศวินคลื่นลูกที่สามได้อย่างเต็มที่
กล่าวเฉพาะในงานการเมือง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ใช้ประโยชน์จากสื่ออย่างที่ไม่มีนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดทำได้ขนาดนี้มาก่อน  มีกรณีที่ควรค่าแก่การศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก  หลายกรณีถือได้ว่าเป็นต้นแบบของการใช้ประโยชน์จากสื่อสาธารณะ  ซึ่งในที่นี้จะขอยกมาพิจารณาสัก 4 กรณี คือ

1. การใช้สื่อในการสร้างพรรคไทยรักไทย  ด้วยการประกาศเปิดให้ประชาชนตั้งชื่อพรรคการเมืองที่ตนกำลังจัดตั้งขึ้น  เหมือนการประกวดคำขวัญของบริษัท ห้างร้าน หรือหน่วยงานต่างๆ  แต่ที่ต่างกันก็คือ  นี่เป็นเรื่องระดับชาติ เป็นจุดสนใจของผู้คนทั้งประเทศ  และเป็นครั้งแรกที่มีการดำเนินการเช่นนี้   การประกาศให้คนมีส่งส่วนร่วมในการตั้งชื่อพรรคการเมืองเช่นนี้  เป้าหมายที่แท้จริงย่อมไม่ใช่ต้องการชื่อพรรคการเมือง หากแต่เป็นการกระตุ้นให้คนสนใจ เมื่อคนสนใจแล้วการที่จะตั้งชื่อว่าพรรคอะไรก็ไม่สำคัญ  เพราะไม่ว่าจะเป็นพรรคอะไร ผู้คนก็จะจดจำได้ในทันที  ซึ่งกาลต่อมาปรากฏว่า  คนรู้จักและจำชื่อพรรคไทยรักไทยได้  ทำให้พรรคไทยรักไทยเป็นพรรคระดับชาติตั้งแต่ยังไม่มีการเลือกตั้งด้วยซ้ำไป
2. การใช้สื่อเบี่ยงความสนใจของสาธารณชน ดังจะเห็นได้จากช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a title="ทักษิณกราบแผ่นดิน" href="http://citizenjournal.kosolnet.com/wp-content/uploads/2008/02/taksinkrab.jpg"></a></p>
<p align="center"><a title="ทักษิณกราบแผ่นดิน" href="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/02/taksinkrab1.jpg"><img style="width: 372px; height: 217px;" src="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/02/taksinkrab1.jpg" border="0" alt="ทักษิณกราบแผ่นดิน" hspace="20" width="500" height="294" align="top" /></a></p>
<p align="justify"> </p>
<p align="justify">พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้สื่ออย่างหาตัวจับยาก  เริ่มตั้งแต่การใช้ประโยชน์ทางธุรกิจจากสื่อ ด้วยการก่อตั้งบริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์ ขยายกิจการเข้าสู่สื่อสมัยใหม่คือธุรกิจโทรศัพท์มือถือ จนกระทั่งเปิดศักราชใหม่ให้แก่ประเทศไทยด้วยการเป็นเจ้าของดาวเทียมดวงแรกของไทย คือ ไทยคม 1  กิจกรรมทางธุรกิจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรจึงเกี่ยวข้องกับสื่อ  กลายเป็นมหาเศรษฐีเพราะธุรกิจการสื่อสารโทรคมนาคม</p>
<p>การที่ได้รับฉายาอัศวินคลื่นลูกที่สาม จึงไม่ใช่ฉายาที่เกินเลยความจริงเลย</p>
<p>ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าในงานธุรกิจหรืองานการเมือง  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ใช้สื่อให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองอย่างได้ผล  โดยเฉพาะสื่อสาธารณะ อันได้แก่ โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นั้น กลายเป็นเครื่องมือในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้แก่อัศวินคลื่นลูกที่สามได้อย่างเต็มที่</p>
<p>กล่าวเฉพาะในงานการเมือง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ใช้ประโยชน์จากสื่ออย่างที่ไม่มีนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดทำได้ขนาดนี้มาก่อน  มีกรณีที่ควรค่าแก่การศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก  หลายกรณีถือได้ว่าเป็นต้นแบบของการใช้ประโยชน์จากสื่อสาธารณะ  ซึ่งในที่นี้จะขอยกมาพิจารณาสัก 4 กรณี คือ</p>
<p><span id="more-715"></span></p>
<p><strong>1. การใช้สื่อในการสร้างพรรคไทยรักไทย</strong>  ด้วยการประกาศเปิดให้ประชาชนตั้งชื่อพรรคการเมืองที่ตนกำลังจัดตั้งขึ้น  เหมือนการประกวดคำขวัญของบริษัท ห้างร้าน หรือหน่วยงานต่างๆ  แต่ที่ต่างกันก็คือ  นี่เป็นเรื่องระดับชาติ เป็นจุดสนใจของผู้คนทั้งประเทศ  และเป็นครั้งแรกที่มีการดำเนินการเช่นนี้   การประกาศให้คนมีส่งส่วนร่วมในการตั้งชื่อพรรคการเมืองเช่นนี้  เป้าหมายที่แท้จริงย่อมไม่ใช่ต้องการชื่อพรรคการเมือง หากแต่เป็นการกระตุ้นให้คนสนใจ เมื่อคนสนใจแล้วการที่จะตั้งชื่อว่าพรรคอะไรก็ไม่สำคัญ  เพราะไม่ว่าจะเป็นพรรคอะไร ผู้คนก็จะจดจำได้ในทันที  ซึ่งกาลต่อมาปรากฏว่า  คนรู้จักและจำชื่อพรรคไทยรักไทยได้  ทำให้พรรคไทยรักไทยเป็นพรรคระดับชาติตั้งแต่ยังไม่มีการเลือกตั้งด้วยซ้ำไป</p>
<p><strong>2. การใช้สื่อเบี่ยงความสนใจของสาธารณชน </strong>ดังจะเห็นได้จากช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อมีปัญหาภายในรัฐบาลที่อาจจะเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเมือง  อัศวินคลื่นลูกที่สามมักสร้างจุดสนใจให้แก่สื่อมวลชนเพื่อดึงความสนใจของสาธารณชนออกไปจากปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น เช่น ในกรณีที่ประกาศจะซื้อทีมฟุตบอลอังกฤษ มีการออกข่าวส่งคนใกล้ชิดเดินทางไปเจรจาเรื่องซื้อขาย  สื่อและสาธารณชนให้ความสนใจในเรื่องการซื้อขายทีมฟุตบอลจนข่าวเรื่องปัญหาของรัฐบาลลดความสำคัญลงไป  กว่าจะกลับมานึกถึงได้อีกครั้ง ปัญหาดังกล่าวก็สงบลงแล้ว</p>
<p> <strong>3.การประกาสนโยบายและการสั่งงานผ่านสื่อ</strong> เป็นการใช้ประโยชน์จากสื่อในทางอ้อมที่ได้ผล  นั่นคือ การพูดคุยผ่านรายการ &#8220;นายกฯทักษิณคุยกับประชาชน&#8221;  ซึ่งเป็นการพูดคุยถึงเรื่องการทำงานของรัฐบาล ว่ารัฐบาลทำอะไรบ้างแล้ว และจะทำอะไรต่อไป  อันเป็นการประกาศนโยบายผ่านรายการวิทยุ และข้าราชการทั้งหลายที่มีหน้าที่ปฏิบัติงาน จะต้องคอยฟังสิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดเพื่อที่จะสามารถตอบสนองได้อย่างทันท่วงที </p>
<p><strong>4. การใช้สื่อสร้างภาพพจน์ในทางบวก</strong> อันได้แก่  การเดินทางไปเยี่ยมประชาชนตามภาคต่างในขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  และใช้ชีวิตอย่างธรรมดาสามัญเหมือนชาวบ้าน  เช่น นุ่งผ้าขาวม้าอาบน้ำ  กินอาหารพื้นบ้านร่วมกับชาวบ้าน  เป็นต้น  ซึ่งสื่อสาธารณะทั้งหลายต่างนำเสนอภาพและเสียงของนายกรัฐมนตรีในขณะที่อยู่กับชาวบ้านอย่างขนานใหญ่ ตอกย้ำนำเสนอถี่ยิบ ทำให้ภาพพจน์นายกรัฐมนตรีเป็นคนติดดิน ไม่ถือยศถืออย่าง กลายเป็นขวัญใจชาวบ้าน  เป็นภาพประทับที่ยากจะทำให้ชาวบ้านลืมเลือนได้ง่ายๆ </p>
<p>การประโยชน์จากสื่อครั้งล่าสุดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็คือ การกราบลงบนแผ่นดินไทยเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551  เมื่อกลับถึงประเทศไทยหลังจากเร่ร่อนในต่างประเทศกว่า 1 ปี เพราะถูก คมช. ปฏิวัติเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549  ทำให้ภาพขณะที่กราบลงที่พื้นเผยแพร่ผ่านสื่อไปทั่วประเทศ  จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจที่จะใช้ประโยชน์จากสื่อก็ตาม   นับว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ประโยชน์จากสื่อไปอย่างเต็มๆแล้ว</p>
<p>นี่นับว่าเป็นการใช้ประโยชน์จากสื่อของมือระดับเทพโดยแท้  กราบเพียงครั้งเดียว แต่ทำให้ภาพที่เผยแพร่ออกไปนั้นกระทบใจคนเป็นจำนวนมากที่ชมผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์  และเป็นที่แน่นอนว่า โทรทัศน์ทุกช่องต่างนำภาพที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กราบแผ่นดินมาเผยแพร่ซ้ำในอัตราความถี่ที่สูงมากตลอดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 ยิ่งตอกย้ำให้คนที่นิยมชมชอบมีความแนบแน่นมากยิ่งขึ้น  แม้ในหมู่คนที่เป็นกลางๆและคนที่ไม่ชอบ ก็อาจมีความเห็นอกเห็นใจ เข้าใจ ใจอ่อน และมีโอกาสพัฒนาไปสู่ความชื่นชมในระยะยาวได้</p>
<p>ในยุคสมัยที่การสื่อสารรวดเร็วฉับไวเช่นปัจจุบันนี้ การยึดครองพื้นที่สื่อได้มากเพียงใด ย่อมมีโอกาสที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่ตนเองได้มากเท่านั้น  เพราะสื่อในปัจจุบันมิใช่เพียงเครื่องมือในการสื่อสารเท่านั้น หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนไปแล้ว  การตดอยู่ในพื้นที่สื่อ ไม่ว่าจะเรื่องบวกหรือลบ ก็นับว่าได้ประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง สำหรับผู้ที่ไม่เกี่ยงวิธีการบรรลุเป้าหมายต้องการ</p>
<p>กรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงเป็นกรณีที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะนักศึกษาวิชาสื่อสารการเมือง นั้น ควรจะศึกษาความสำเร็จในการใช้สื่อของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เชื่อแน่ว่าจะได้ความรู้อันเป็นประโยชน์อีกมากมายเลยทีเดียว.</p>
<p><strong>โกศล อนุสิม</strong></p>
<p>1 มีนาคม 2551</p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=715&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_715" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-massage-political-communications" title="ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่อ” และ “สาร” ทางการเมืองของประชาชน (29 February 2008)">ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่อ” และ “สาร” ทางการเมืองของประชาชน</a> (1)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-and-communications" title="ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ (29 February 2008)">ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ</a> (2)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/launching-media-blog" title="แตกบล็อกออกไปเป็น &#8220;สื่อและสาร&#8221; (21 June 2010)">แตกบล็อกออกไปเป็น &#8220;สื่อและสาร&#8221;</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/jakkapop-and-communication-fail" title="เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข (21 May 2008)">เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข</a> (4)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/samak-and-media" title="หลุมพรางดักสื่อของสมัคร สุนทรเวช (26 June 2008)">หลุมพรางดักสื่อของสมัคร สุนทรเวช</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/taksin-chinnawatra-and-media/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่อ” และ “สาร” ทางการเมืองของประชาชน</title>
		<link>http://blogologynet.com/media-massage-political-communications</link>
		<comments>http://blogologynet.com/media-massage-political-communications#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 Feb 2008 07:39:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[สื่อสารมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[การสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[การเมืองภาคประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ขาประจำ]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษิณ ชินวัตร]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสารการเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[Politic Communication]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mediatalkblog.wordpress.com/?p=4</guid>
		<description><![CDATA[
เกริ่น
บทความนี้เขียนขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2547 ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไฮไลท์การเมือง อันเป็นช่วงรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สมัยที่ 2 ซึ่งมีความขัดแย้งทางความคิดระหว่างรัฐบาลอันหมายถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับภาคประชาชนและนักวิชาการ รวมถึงเกิดรอยร้าวในพรรคไทยรักไทย โดยการนำของนายเสนาะ เทียนทอง ที่วิพากษ์วิจารณ์หัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี จนนำมาสู่การขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้วิวาทะกับนักวิชาการที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ตนอย่างดุเดือด โดยเรียกว่า &#8220;นักวิชาการขาประจำ&#8221; คือคอยแต่จะวิพากษ์วิจารณ์เพียงอย่างเดียวในสายตาของนายกรัฐมนตรี และนักวิชาการ&#8221;ขาประจำ&#8221; ดังกล่าว ก็มี นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เป็นต้น การนำบทความเชิงวิเคราะห์ข่าวมาเผยแพร่อีกครั้ง ก็เพื่อเป็นการบันทึกไว้ให้เป็นหลักฐาน ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์แก่การศึกษาถึงเรื่องดังกล่าวในกาลข้างหน้า ซึ่งถือได้ว่า บทความนี้ก็เป็นบันทึกส่วนหนึ่งของสังคมด้วยเช่นกัน 
โกศล อนุสิม
29 กุมภาพันธ์ 2551
ขอเชิญอ่านบทความแบบเต็มๆครับ&#8230;
&#8230;&#8230;  
ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่อ” และ “สาร” ทางการเมืองของประชาชน
&#160;

คำนิยาม “ขาประจำ” ที่นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ไว้แก่นักวิชาการที่วิพากษ์วิจารณ์ผลงานรัฐบาล  อันมี นักวิชาการอาวุโสอย่าง ดร.อัมมาร์ สยามวาลา และรุ่นกลางอย่าง ธีรยุทธ  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><font size="5"><font face="Cordia New"><span><span><a href="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/02/politics.jpg" title="ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่ย?? และ “สาร” ทางการเมืภ??ขภ??ประชาชน"><img border="0" align="left" width="100" src="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/02/politics.jpg" hspace="20" alt="ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่ย?? และ “สาร” ทางการเมืภ??ขภ??ประชาชน" height="150" /></a></span></span></font></font><font size="5"><font face="Cordia New"><span></span></font></font><font size="5"><font face="Cordia New"><span></span></font></font><font size="5"><font face="Cordia New"><span></span></font></font><font size="5"><font face="Cordia New"><span></p>
<h1><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">เกริ่น</span></h1>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">บทความนี้เขียนขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2547 ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไฮไลท์การเมือง อันเป็นช่วงรัฐบาล <strong>พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร</strong> สมัยที่ 2 ซึ่งมีความขัดแย้งทางความคิดระหว่างรัฐบาลอันหมายถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับภาคประชาชนและนักวิชาการ รวมถึงเกิดรอยร้าวในพรรคไทยรักไทย โดยการนำของ<strong>นายเสนาะ เทียนทอง</strong> ที่วิพากษ์วิจารณ์หัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี จนนำมาสู่การขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้วิวาทะกับนักวิชาการที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ตนอย่างดุเดือด โดยเรียกว่า <strong>&#8220;นักวิชาการขาประจำ&#8221;</strong> คือคอยแต่จะวิพากษ์วิจารณ์เพียงอย่างเดียวในสายตาของนายกรัฐมนตรี และนักวิชาการ&#8221;ขาประจำ&#8221; ดังกล่าว ก็มี <strong>นายธีรยุทธ บุญมี</strong> อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ <strong>ศ.นพ.ประเวศ วะสี</strong> ราษฎรอาวุโส เป็นต้น</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">การนำบทความเชิงวิเคราะห์ข่าวมาเผยแพร่อีกครั้ง ก็เพื่อเป็นการบันทึกไว้ให้เป็นหลักฐาน ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์แก่การศึกษาถึงเรื่องดังกล่าวในกาลข้างหน้า ซึ่งถือได้ว่า บทความนี้ก็เป็นบันทึกส่วนหนึ่งของสังคมด้วยเช่นกัน</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><strong>โกศล อนุสิม</strong></span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">29 กุมภาพันธ์ 2551</span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ขอเชิญอ่านบทความแบบเต็มๆครับ&#8230;</span></p>
<p align="center"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span id="more-713"></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><strong>&#8230;&#8230;</strong></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span> <span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span> </p>
<p align="center" style="margin:0;"><strong>ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่อ” และ “สาร” ทางการเมืองของประชาชน</strong></p>
<p align="center" style="margin:0;">&nbsp;</p>
<p align="justify" style="margin:0;" class="MsoBodyText"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span></p>
<p align="justify" style="margin:0;" class="MsoBodyText"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">คำนิยาม <b><i>“ขาประจำ”</i></b> ที่นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ไว้แก่นักวิชาการที่วิพากษ์วิจารณ์ผลงานรัฐบาล<span>  </span>อันมี นักวิชาการอาวุโสอย่าง ดร.อัมมาร์ สยามวาลา และรุ่นกลางอย่าง ธีรยุทธ<span>  </span>บุญมี แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เป็นขาประจำดั้งเดิม และต่อมามีเพิ่มเติมอีกหลายคน อาทิ<span>  </span>สังศิต<span>  </span>พิริยะรังสรรค์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย<span>  </span>สมเกียรติ<span>  </span>ตั้งกิจวานิช<span>  </span>แห่งทีดีอาไอ<span>  </span>แม้กระทั่งผู้อาวุโสอย่าง นายแพทย์ประเวศ<span>  </span>วะสี ที่เคยเรียกร้องให้สังคมไทยให้โอกาสนายกรัฐมนตรีเมื่อขึ้นครองอำนาจใหม่ๆ แต่ปัจจุบันได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลบ่อยขึ้น จึงดูเหมือนว่านายกรัฐมนตรีจะตอบแทนผู้อาวุโสของบ้านเมืองท่านนี้ ด้วยการจัดให้อยู่ในนักวิชาการประเภท “ขาประจำ” กันไปแล้ว<span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">หากนายกรัฐมนตรีทักษิณ<span>  </span>ชินวัตร<span>  </span>พอมีเวลาว่างจากภารกิจสักห้าหรือสิบนาที<span>  </span>ทบทวนถึงบทบาทของนักวิชาการที่จัดอยู่ในกลุ่มขาประจำเหล่านี้ ก็จะเห็นได้ว่า<span>  </span>นายกรัฐมนตรีทุกคนก่อนหน้านี้ ทั้งนายชวน หลีกภัย<span>  </span>นายบรรหาร ศิลปอาชา พลเอกชวลิต<span>  </span>ยงใจยุทธ ล้วนแต่ถูกนักวิชาการเหล่านี้ไม่คนใดก็คนหนึ่งวิพากษ์วิจารณ์การทำงานมาแล้วทั้งสิ้น<span>  </span>บางคนอาจโดนหนักกว่าที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้เสียอีก<span>  </span>ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า นักวิชาการที่นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันตั้งให้เป็นขาประจำ ในความหมายที่ดีแต่พูด<span>  </span>พูดในสิ่งที่ไม่รู้จริง<span>  </span>รู้แต่รู้ไม่หมด<span>  </span>ไม่เคยบริหารงาน ฯลฯ นั้น<span>  </span>มิได้มุ่งโจมตีนายรัฐมนตรีที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่อย่างใด<span>  </span>หากเป็นการทำหน้าที่ในฐานะนักวิชาการ นั่นคือ เป็นปัญญาของสังคม หากเห็นในสิ่งที่คิดว่าไม่ถูกต้อง ก็ย่อมจะชี้ให้สังคมได้รู้เพื่อหาหนทางแก้ไข โดยตั้งอยู่บนหลักการทางวิชาการที่ตนมีความเชี่ยวชาญเป็นสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">กรณีนักวิชาการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลจึงเป็นทั้งสิทธิและหน้าที่ที่สมาชิกของสังคมพึงมีและพึงทำ ในสังคมที่ถือว่าเป็นประชาธิปไตยนั้น<span>  </span>ย่อมต้องมีคนเหล่านี้ดำรงอยู่เพื่อ<span>  </span>เป็นหมอที่คอยเยียวยารักษาความป่วยไข้ทางปัญญา และแนะนำการรักษาสุขภาพทางความคิดแก่ผู้คนในสังคม</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">หมอที่รักษาโรคต่างๆ<span>  </span>ย่อมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องป่วยเป็นโรคนั้นก่อนจึงจะรักษาโรคได้ ฉันใด หมอทางปัญญาที่วิพากษ์วิจารณ์และชี้แนะคณะรัฐมนตรีที่บริหารประเทศ<span>  </span>ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นนายกรัฐมนตรีหรือเป็นรัฐมนตรีก่อน ฉันนั้น</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ในฐานะที่เป็นประชาชน นักวิชาการเหล่านี้ย่อมเป็นหนึ่งในหมู่ประชาชนที่มีสิทธิ์และใช้สิทธิ์เลือกตั้งตัวแทนเข้ามาทำหน้าที่รับผิดชอบบริหารราชการแผ่นดินแทนตน<span>  </span>จึงมีความชอบธรรมที่จะตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ ชี้แนะแก่ตัวแทนของตน<span>  </span>ไม่ว่าตัวแทนเหล่านั้นจะอยู่ในฐานะฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล<span>  </span>เสียงวิพากษ์วิจารณ์ใดๆก็ตาม ย่อมเป็นเสียงแห่งเจ้าของสิทธิ์ทั้งหลายเหล่านั้น<span>  </span>จำเป็นอย่างยิ่งที่บรรดาตัวแทนทั้งหลายจะต้องรับฟังอย่างตั้งใจ<span>  </span>ไม่ว่าตัวแทนนั้นจะอยู่ในฐานะใด</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>            </span>ตั้งใจฟังให้รู้ชัดว่า เสียงของเจ้าของสิทธิ์เหล่านั้น แตกต่างกันอย่างไรหรือไม่ ระหว่างเมื่อเกือบสี่ปีที่แล้ว กับทุกวันนี้ </span></p>
<p align="justify" style="margin:0;" class="MsoBodyText"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">หากเสียงชื่นชมสมใจยังคงหนักแน่นเช่นเมื่อเกือบสี่ปีก่อน<span>  </span>ก็ไม่ต้องต้องเดือดร้อนให้ลำบากใจ แต่ถ้าเสียงอันชื่นชมเมื่อครั้งโน้นจางหายไป<span>  </span>ปรากฏเสียงโห่กันขรม นั่นควรจะต้องสำรวจตรวจตราได้แล้วว่า<span>  </span>เหตุใดน้ำเสียงของเจ้าของสิทธิ์เหล่านั้นจึงเปลี่ยนไปได้เช่นนี้</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ผลย่อมมาจากเหตุ หากหาเหตุไม่พบ หรือพบแล้วทำเป็นไม่เห็น ก็ย่อมจะแก้ไขอะไรไม่ได้ การตะโกนด่าตอบโต้อีกฝายหนึ่ง อย่างดีที่สุดก็ได้แค่ความสะใจเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">หากจัดระเบียบให้บรรดาผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายรัฐบาล หรือวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรี เป็นฝ่ายขาประจำ<span>  </span>อีกไม่ช้าไม่นาน อาจไม่มีขาจรให้นายกรัฐมนตรีได้รับฟังความคิดเห็น<span>  </span>หรือหากยังมีหลงเหลืออยู่ ก็ย่อมจะไม่หลากหลาย<span>  </span>เมื่อไม่มีความหลากหลายทางความคิด<span>  </span>ก็ย่อมจะมีแนวโน้มที่จะอ่อนแอทางปัญญาเอาได้ </span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">อย่าลืมว่า เสียงของขาประจำเหล่านี้ คือเสียงของประชาชน<span>   </span>แต่ละคนย่อมมีที่ยืน มีเกียรติภูมิที่ได้รับการยอมรับจากประชาชน ดังนั้น พวกเขาคือ ”สื่อ” ของประชาชนโดยแท้<span>   </span>ดังนั้นคำพูดของพวกเขาก็คือ ”สาร” ที่มาจากประชาชน<span>  </span>จึงหมายความได้ว่าความคิดเห็นของพวกเขาต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใด ก็ย่อมเป็นความคิดเห็นของประชาชนด้วย<span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ปรากฏการณ์ขาประจำที่เกิดขึ้นนี้ ย่อมเป็นปรากฏการณ์การสื่อสารทางการเมืองของภาคประชาชนนั่นเอง<span>  </span>ดังนั้นชอบหรือไม่ชอบขาประจำ<span>  </span>ก็ย่อมจำเป็นที่จะต้องรับฟังแล้ว</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">อย่าลืมอีกว่า การสื่อสารทางการเมืองภาคประชาชนลักษณะนี้<span>  </span>ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมาแล้วหลายครั้ง ทั้งในกรณี 14 ตุลาคม 2516<span>  </span>หรือกรณี 17</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">-18</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> พฤษภาคม 2535 หรือแม้กระทั่งครั้งที่นายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง ก็ถูกกดดันจากภาคประชาชนมาแล้วเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span> <span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ท่าทีที่นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีต่อการวิพากษ์การทำงานของรัฐบาลครั้งล่าสุด (28 กรกฎาคม 2547) ที่ไม่ตอบโต้ ไม่ต่อล้อต่อเถียงนั้น จึงเป็นท่าทีที่แปลกใหม่ และน่าชื่นชม อย่างน้อยก็ในขณะนี้ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ข้อที่ควรปฏิบัติสำหรับผู้อยู่ในอำนาจทางการเมือง ไม่ว่าจะได้อำนาจมาด้วยวิธีใดก็คือ<span>  </span>อย่าทำให้ประชาชนโกรธเป็นดีที่สุด.</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span></span><strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">29 </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">กรกฎาคม </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">2547</span></strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span></p>
<p></span></font></font></p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=713&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_713" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-and-communications" title="ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ (29 February 2008)">ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ</a> (2)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/taksin-chinnawatra-and-media" title="พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กราบแผ่นดิน : การใช้สื่อของมือระดับเทพ (29 February 2008)">พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กราบแผ่นดิน : การใช้สื่อของมือระดับเทพ</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/jakkapop-and-communication-fail" title="เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข (21 May 2008)">เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข</a> (4)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/samak-and-media" title="หลุมพรางดักสื่อของสมัคร สุนทรเวช (26 June 2008)">หลุมพรางดักสื่อของสมัคร สุนทรเวช</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-and-news-writing" title="บางถ้อยคำใน “ผู้จัดการ” เป็นสิ่งสมควรที่จะปรากฏใน “สื่อสาธารณะ” หรือไม่ (16 May 2008)">บางถ้อยคำใน “ผู้จัดการ” เป็นสิ่งสมควรที่จะปรากฏใน “สื่อสาธารณะ” หรือไม่</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/media-massage-political-communications/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
