<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BlogologyNet.com &#187; จักรภพ เพ็ญแข</title>
	<atom:link href="http://blogologynet.com/tag/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%9e-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b9%87%e0%b8%8d%e0%b9%81%e0%b8%82/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blogologynet.com</link>
	<description>บล็อกศาสตร์และสื่อมวลชนออนไลน์,ทฤษฎีบล็อก,การเขียนบล็อก,บล็อกเกอร์,สื่อมวลชนออนไลน์,นิเทศศาสตร์ออนไลน์,สื่อสารมวลชนออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Sun, 11 Jul 2010 03:32:48 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข</title>
		<link>http://blogologynet.com/jakkapop-and-communication-fail</link>
		<comments>http://blogologynet.com/jakkapop-and-communication-fail#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 May 2008 23:52:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[สื่อสารมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[การสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[จักรภพ เพ็ญแข]]></category>
		<category><![CDATA[ชาติชาย ชุณหะวัน]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสารการเมือง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mediatalkblog.wordpress.com/?p=102</guid>
		<description><![CDATA[
เช้าวันที่ 21 พฤษภาคม 2551 หนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ ต่างพร้อมใจกันลงข่าวนายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีโอกาสที่จะถูกลอยแพจากพรรคพลังประชาชน เนื่องจากการพูดจาจาบจ้วงหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมานับสัปดาห์แล้ว รวมถึงถูกยื่นถอดถอนจากตำแหน่งในวุฒิสภาโดย พรรคประชาธิปัตย์
ข่าวที่นำมาซึ่งการตีความของสื่อว่านายจักรภพ เพ็ญแข จะถูกลอยแพนั้น อ้างอิงมาจากคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ต่อเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้าเยี่ยมอวยพรวันเกิด และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความห่วงใยในเรื่องที่นายจักรภพ เพ็ญแข กล่าวจาบจ้วงล่วงเกินสถาบัน ทั้งยังสำทับว่า นายจักรภพ เพ็ญแข ต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง และปฏิเสธข่าวที่นายจักรภพ เพ็ญแข กล่าวมาก่อนหน้านี้ว่า ตนจะช่วยเคลียร์ปัญหานี้ให้

ขณะนี้ นายจักรภพ เพ็ญแข ดูเหมือนตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เนื่องมาจากการพูดจาและท่าทีที่เขาแสดงออกนับตั้งแต่เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีหน้าที่กำกับดูแลสื่อของรัฐ อันได้แก่ กรมประชาสัมพันธ์และสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น NBT) รวมถึงกำกับดูแลหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสื่อสารมวลชน คือ องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อสมท.) โดยทันทีที่เข้าดำรงตำแหน่ง นายจักรภพ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignright" style="float: right; margin: 10px 20px; border: 0px;" src="http://news.mcot.net/_images/MNewsImages_30272.jpg" alt="" width="303" height="226" /></p>
<p>เช้าวันที่ 21 พฤษภาคม 2551 หนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ ต่างพร้อมใจกันลงข่าว<strong>นายจักรภพ เพ็ญแข</strong> รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีโอกาสที่จะถูกลอยแพจากพรรคพลังประชาชน เนื่องจากการพูดจาจาบจ้วงหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมานับสัปดาห์แล้ว รวมถึงถูกยื่นถอดถอนจากตำแหน่งในวุฒิสภาโดย พรรคประชาธิปัตย์</p>
<p>ข่าวที่นำมาซึ่งการตีความของสื่อว่านายจักรภพ เพ็ญแข จะถูกลอยแพนั้น อ้างอิงมาจากคำให้สัมภาษณ์ของ <strong>พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ</strong> ต่อเรื่องที่ <strong>พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร</strong> เข้าเยี่ยมอวยพรวันเกิด และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความห่วงใยในเรื่องที่นายจักรภพ เพ็ญแข กล่าวจาบจ้วงล่วงเกินสถาบัน ทั้งยังสำทับว่า นายจักรภพ เพ็ญแข ต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง และปฏิเสธข่าวที่นายจักรภพ เพ็ญแข กล่าวมาก่อนหน้านี้ว่า ตนจะช่วยเคลียร์ปัญหานี้ให้<br />
<span id="more-729"></span></p>
<p>ขณะนี้ นายจักรภพ เพ็ญแข ดูเหมือนตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เนื่องมาจากการพูดจาและท่าทีที่เขาแสดงออกนับตั้งแต่เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีหน้าที่กำกับดูแลสื่อของรัฐ อันได้แก่ กรมประชาสัมพันธ์และสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น NBT) รวมถึงกำกับดูแลหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสื่อสารมวลชน คือ องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อสมท.) โดยทันทีที่เข้าดำรงตำแหน่ง นายจักรภพ เพ็ญแข มีท่าทีที่แข็งกร้าว ประกาศจะใช้อำนาจดำเนินการ “จัดระเบียบสื่อ” ซึ่งในมุมมองของสื่อ การกระทำดังกล่าวถือเป็นการคุกคามและละเมิดการทำหน้าที่ของสื่อ ขัดกับหลักเสรีภาพที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ</p>
<p>นับแต่นั้นมา นายจักรภพ เพ็ญแข กลายเป็นนักการเมืองที่ยืนอยู่ตรงกันข้ามกับสื่อ โดนสื่อวิพากษ์วิจารณ์ตลอดเวลา ในขณะเดียวกัน นายจักรภพ เพ็ญแข ก็อ้างอิงอำนาจในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลเรื่องสื่อประกาศที่จะจัดระเบียบสื่ออยู่ตลอดเวลาเช่นกัน</p>
<p>เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงนับว่า นายจักรภพ เพ็ญแข ใช้การสื่อสารที่แข็งกร้าวเป็นปฏิปักษ์ต่อสื่ออย่างชัดเจน ไม่มีการประนีประนอมในทุกๆเรื่อง โดยอาจลืมไปว่า ตนเป็นนักการเมือง ทุกคำพูดที่พูดออกไปนั้น ย่อมเกิดผลในทางการเมืองทั้งสิ้น จึงทำให้นายจักรภพ เพ็ญแข มีแนวโน้มว่าจะถูกลอยแพทางการเมือง ดังที่สื่อตีความเป็นข่าวโดยพร้อมเพรียงกันดังกล่าว</p>
<p>กรณีที่เกิดขึ้นกับ นายจักรภพ เพ็ญแข ทำให้หวนนึกถึงคำพูดของ <strong>พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน </strong>อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ล่วงลับไปแล้วเคยพูดเอาไว้ว่า <strong>“คำพูดนั้นก่อนพูดเราเป็นนายมัน พอเราพูดแล้วมันเป็นนายเรา”</strong> ซึ่งคำพูดนี้ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน จะคิดเองหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะความสำคัญอยู่ที่ตัวผู้พูดซึ่งเป็นถึงนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ว่าให้ความสำคัญต่อคำพูดของตนเป็นอย่างมาก</p>
<p>พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน ระมัดระวังคำพูดของตนเองเสมอ ก่อนจะพูดสิ่งใดออกไปนั้น เชื่อได้ว่าผ่านการพิจารณากลั่นกรองอย่างรอบคอบว่าเหมาะสมกับกาลเวลา สถานที่ และเหตุการณ์แล้วจึงพูดออกมา ดังนั้นจึงไม่ตกเป็นเหยื่อคำพูดของตนเอง ไม่ว่าก่อนหรือหลังพูดก็สามารถคงสถานะ “เป็นนาย” ของคำพูดตัวเองเสมอ</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ สื่อมวลชนจึงตั้งฉายาให้แก่ พล.ชาติชาย ชุณหะวัน ว่า “ปลาไหลใส่เสก็ต” นั่นคือมีความหลื่นไหลเอาตัวรอดจากพันธะของคำพูดได้อย่างแนบเนียน หากไม่ถูกคณะรัฐประหาร (รสช.) ยึดอำนาจ (ด้วยข้อกล่าวหาคล้ายกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) คงมีนวัตกรรมทางคำพูดใหม่ๆที่ใช้ในการสื่อสารทางการเมืองถูกประดิดประดอยจากปากของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน เป็นแน่แท้</p>
<p>นายจักรภพ เพ็ญแข นับว่าแตกต่างโดยสิ้นเชิงจาก พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน เพราะคำพูดที่นายจักรภพ เพ็ญแข พูดออกมาแทบทุกคำ ได้กลายเป็น “นาย” ของตนเองในภายหลัง นำมาซึ่งความยุ่งยากอย่างใหญ่หลวง ในขณะที่พูดอาจคิดและเชื่อว่าอำนาจทางการเมืองที่ตนมีอยู่ จะสามารถปกป้องให้พ้นจากผลกระทบที่สะท้อนกลับมาหาตนได้ แต่การณ์กลับไม่เป็นไปเช่นนั้น เพราะนายจักรภพ เพ็ญแข ถูกกระหน่ำจากรอบทิศ ไม่เพียงแต่สื่อที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันเท่านั้น ประชาชนทั่วไปก็สะท้อนความไม่พอใจผ่านการสำรวจความคิดเห็นของสำนักต่างๆ แม้แต่สมาชิกพรรคการเมืองเดียวกันคือพรรคพลังประชาชน ก็ยังแสดงท่าทีที่ไม่เห็นด้วยในหลายครั้งหลายหน จนเมื่อล่าสุด ก็มาถึงท่าทีของผู้ที่เชื่อกันว่าเป็นเจ้าของพรรคตัวจริง คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกบอกเล่าผ่าน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จนเป็นที่มาของการพาดหัวข่าวตามสื่อต่างๆ ว่า นายจักรภพ เพ็ญแข จะถูกลอยแพทางการเมือง</p>
<p>สิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นก็คือ นายจักรภพ เพ็ญแข ก็เป็นคนในแวดวงสื่อมวลชนก่อนที่จะเข้าสู่การเมือง จึงน่าจะรู้กลวิธีในการสื่อสารที่ดี โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในตำแหน่งทางการเมือง ที่คำพูดย่อมจะเกิดผลกระทบต่อทั้งสังคมและทั้งสถานะของตนด้วย แต่กลายเป็นว่า เมื่ออยู่ในฐานะนักการเมืองกลับต้องตกเป็นเหยื่อของคำพูดตัวเอง จึงนับว่าเป็นการสื่อสารที่ล้มเหลวเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะแล้ว ยังก่อให้เกิดโทษเป็นโอฐภัยที่วกกลับเข้ามาทำร้ายตัวเองในที่สุด</p>
<p>สิ่งที่เกิดขึ้นกับนายจักรภพ เพ็ญแข ครั้งนี้ น่าจะเป็นบทเรียนแก่นักการเมืองและบุคคลสาธารณะทั้งหลาย ให้ระมัดระวังในการใช้ถ้อยคำยิ่งขึ้น หากจะให้ดีก่อนจะพูดสิ่งใดออกมา ก็จงนึกถึงคำพูดของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน นั่นคือ “คำพูดนั้นก่อนพูดเราเป็นนายมัน พอเราพูดแล้วมันเป็นนายเรา” จะได้ไม่มีปัญหาในภายหลัง</p>
<p><strong>เพราะถ้ามีปัญหากับ “นาย” แล้วไม่ว่านายแบบใดก็มีแต่ความยุ่งยากทั้งสิ้น โดยเฉพาะนายที่ออกมาจากปากของตัวเอง. </strong></p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=729&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_729" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-and-communications" title="ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ (29 February 2008)">ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ</a> (2)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/samak-and-media" title="หลุมพรางดักสื่อของสมัคร สุนทรเวช (26 June 2008)">หลุมพรางดักสื่อของสมัคร สุนทรเวช</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/taksin-chinnawatra-and-media" title="พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กราบแผ่นดิน : การใช้สื่อของมือระดับเทพ (29 February 2008)">พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กราบแผ่นดิน : การใช้สื่อของมือระดับเทพ</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-massage-political-communications" title="ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่อ” และ “สาร” ทางการเมืองของประชาชน (29 February 2008)">ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่อ” และ “สาร” ทางการเมืองของประชาชน</a> (1)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/launching-media-blog" title="แตกบล็อกออกไปเป็น &#8220;สื่อและสาร&#8221; (21 June 2010)">แตกบล็อกออกไปเป็น &#8220;สื่อและสาร&#8221;</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/jakkapop-and-communication-fail/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความเห็นเรื่องสื่อ : เมื่อผมไม่เห็นด้วยกับ สนธิ ลิ้มทองกุล ผมก็ไม่เห็นด้วยกับ จักรภพ เพ็ญแข</title>
		<link>http://blogologynet.com/political-media</link>
		<comments>http://blogologynet.com/political-media#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 13 May 2008 01:30:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[สื่อสารมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[จักรภพ เพ็ญแข]]></category>
		<category><![CDATA[สนธิ ลิ้มทองกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[โกศล อนุสิม]]></category>
		<category><![CDATA[Kosol Anusim]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mediatalkblog.wordpress.com/?p=89</guid>
		<description><![CDATA[กรณีนักวิชาการอาวุโสสองท่าน คือ ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ แห่งคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับ ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ แห่งคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำจดหมายเปิดผนึก เตือนสติสื่อว่า อย่าใช้สื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง ยุยงให้เกลียดชังกัน ยั่งยุให้เกิดความรุนแรง  โดยไม่ระบุว่าเป็นสื่อใด ดังที่สังคมได้รับรู้และเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ต่อมาอยู่ในขณะนี้นั้น
เมื่ออ่านแล้วและตีความตามเนื้อหาที่ท่านอาจารย์ทั้งสองได้กล่าวไว้ ผม (ไม่เกี่ยวกับท่านอาจารย์ทั้งสองหรือใครคนใด) เข้าใจว่า สื่อดังกล่าวก็คือสื่อในเครือผู้จัดการ  ของ สนธิ ลิ้มทองกุล หนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เคลื่อนไหวทางการเมืองมาตั้งแต่สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มาจนถึงปัจจุบันที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี และสื่อในเครือผู้จัดการที่มีบทบาทเป็นเครื่องมือต่อสู้ทางการเมืองของพันธมิตรฯ ก็คือ ASTV News1 และหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน รวมถึงเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ผู้จัดการด้วย
การใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมืองนั้น สนธิ ลิ้มทองกุล ผู้เป็นเจ้าของ ได้ประกาศโดยเปิดเผยแล้วว่า ตนเลือกที่จะยืนอยู่ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและพรรคไทยรักไทย  ที่เว้นวรรคไปหลังการรัฐประหาร 9 กันยายน 2549 และกลับมาอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง 23 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กรณีนักวิชาการอาวุโสสองท่าน คือ <strong>ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์</strong> แห่งคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับ <strong>ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ </strong>แห่งคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำจดหมายเปิดผนึก เตือนสติสื่อว่า อย่าใช้สื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง ยุยงให้เกลียดชังกัน ยั่งยุให้เกิดความรุนแรง  โดยไม่ระบุว่าเป็นสื่อใด ดังที่สังคมได้รับรู้และเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ต่อมาอยู่ในขณะนี้นั้น</p>
<p>เมื่ออ่านแล้วและตีความตามเนื้อหาที่ท่านอาจารย์ทั้งสองได้กล่าวไว้ ผม (ไม่เกี่ยวกับท่านอาจารย์ทั้งสองหรือใครคนใด) เข้าใจว่า สื่อดังกล่าวก็คือสื่อในเครือผู้จัดการ  ของ<strong> สนธิ ลิ้มทองกุล</strong> หนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เคลื่อนไหวทางการเมืองมาตั้งแต่สมัย <strong>พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร</strong> เป็นนายกรัฐมนตรี มาจนถึงปัจจุบันที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี และสื่อในเครือผู้จัดการที่มีบทบาทเป็นเครื่องมือต่อสู้ทางการเมืองของพันธมิตรฯ ก็คือ ASTV News1 และหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน รวมถึงเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ผู้จัดการด้วย</p>
<p>การใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมืองนั้น สนธิ ลิ้มทองกุล ผู้เป็นเจ้าของ ได้ประกาศโดยเปิดเผยแล้วว่า ตนเลือกที่จะยืนอยู่ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและพรรคไทยรักไทย  ที่เว้นวรรคไปหลังการรัฐประหาร 9 กันยายน 2549 และกลับมาอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง 23 มกราคม 2551 ในชื่อพรรคพลังประชาชนและมี<strong>นายสมัคร สุนทรเวช </strong>เป็นตัวแทน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  ดังนั้น พันธมิตรประชาธิปไตย สนธิ ลิ้มทองกุล และสื่อในเครือผู้จัดการจึงกลับมาดำเนินงานทางการเมืองต่อ ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้ว<br />
<span id="more-725"></span><br />
โดยส่วนตัว แม้ผมจะไม่รู้จักกับ สนธิ ลิ้มทองกุล แต่ผมก็ชื่นชมแนวคิดในการสร้างและพัฒนาสื่อของไทย  ที่ต้องการจะสร้างเครือข่ายการสื่อสารไทยให้ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียและก้าวไปสู่ระดับโลก แม้จะพบกับปัญหาในช่วงวิกฤติปี 2540 จนต้องยุติโครงการนั้นลง  แต่ความคิดความฝันของเขาได้ทิ้งร่องรอยไว้ในสังคมไทย ซึ่งต่อไปภายหน้า อาจมีคนรุ่นใหม่มาสานต่อความคิดในการสร้างเครือข่ายสื่อสารของคนไทยจนสำเร็จก็ได้</p>
<p>แม้ว่าผมจะชื่นชมเขาในเรื่องดังกล่าว แต่ในการที่นำสื่อเข้าไปเป็นเครื่องมือในการเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น ผมไม่เห็นด้วย  การเลือกข้างของสื่อมีสิทธิ์ที่จะทำได้ก็จริงอยู่ แต่มันหมิ่นเหม่ต่อการเป็นเครื่องมือทางการเมืองของคนอีกกลุ่มหนึ่ง  แม้จะไม่โดยตรงแต่ก็อาจจะเป็นไปโดยอ้อม  และอาจทำให้ภาพสะท้อนที่ปรากฏผ่านสื่อมีความบิดเบี้ยวผิดไปจากความเป็นจริงได้  ดังที่เกิดขึ้นในกรณี วิทยุชุมชนเจ้าฟ้า เอฟเอ็ม 97.75 ที่เผยแพร่คำพูดในเชิงปลุกปั่นให้ใช้ความรุนแรงต่อ <strong>โชติศักดิ์ อ่อนสูง</strong> ที่ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงหนัง  แต่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบและยุติการจัดรายการวิทยุดังกล่าวแล้ว[<a href="http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000054449">อ่านที่นี่</a>]</p>
<p>นี่กระมังที่นักวิชาการอาวุโสทั้งสองท่านได้ทำจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องและเตือนสื่อให้เลิกเป็นเครื่องมือในการยุยงให้เกิดความรุนแรง  ในประเด็นนี้ ผมเห็นด้วยว่า มีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นได้ แม้จะโดยไม่ตั้งใจก็ตาม ดังนั้น หากใครเรียกร้องให้ สนธิ ลิ้มทองกุล เลิกใช้สื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง ผมก็ขอร่วมเรียกร้องด้วย</p>
<p>เมื่อผมไม่เห็นด้วยกับ <strong>สนธิ ลิ้มทองกุล</strong> ผมก็ไม่เห็นด้วยกับ <strong>จักรภพ เพ็ญแข </strong>รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเมื่อผมเรียกร้องให้ สนธิ ลิ้มทองกุล เลิกใช้สื่อในเป็นเครื่องมือในการเคลื่อนไหวทางการเมือง ผมก็เรียกร้องให้ จักรภพ เพ็ญแข เลิกใช้อำนาจในการคุกคามสื่อ (แม้จะเป็นสื่อรัฐบาล) ด้วย</p>
<p>โดยส่วนตัวแล้ว ผมชื่นชม จักรภพ เพ็ญแข ในช่วงกาลที่เขาทำงานด้านสื่อ โดยเฉพาะการวิเคราะห์เรื่องราวของต่างประเทศนั้น เขาได้ให้ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ที่ลึกและกว้าง เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง  การทำหน้าที่ในฐานะสื่อของเขานั้น ถือได้ว่า เป็นคนที่มีคุณภาพน่าชื่นชมคนหนึ่ง ในบรรดาสื่อทั้งหลายที่ทำหน้าที่ในสังคมไทย</p>
<p>เมื่อเขามาเป็นนักการเมือง ภาพที่เคยมีในสมัยเป็นคนทำสื่อได้หายวับไปในทันที  เขากลายเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐที่มีทีท่าเป็นลบกับสื่อตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  คำพูดที่จะ “จัดระบบสื่อ” หรือ “จัดระเบียบสื่อ” หรือ “ปฏิรูปสื่อ”  หรือพูดในลักษณะจะสั่งให้สื่อทำอย่างนั้น ไม่ให้ทำอย่างนี้  นับว่าเป็นท่าทีที่คุกคาม  ล่าสุดได้พูดถึงการสั่งไม่ให้สื่อของรัฐเสนอข่าวเรื่องการปฏิวัติ  จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม เป็นการคุกคามสื่อโดยตรง เพราะแม้จะเป็นสื่อของรัฐ แต่สื่อก็ต้องทำหน้าที่ของสื่อ คือสะท้อนความเป็นจริง นำเสนอข้อเท็จจริงโดยไม่ถูกบังคับหรือสั่งการโดยอำนาจใด</p>
<p>เมื่อผมเรียกร้องให้ สนธิ ลิ้มทองกุล เลิกใช้สื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง ผมก็เรียกร้อง จักรภพ เพ็ญแข เลิกคุกคามสื่อด้วย ไม่ว่าสื่อนั้นจะเป็นสื่อของรัฐหรือสื่อที่ไม่ใช่ของรัฐก็ตาม  และก็เรียกร้องอย่าได้ใช้อำนาจบังคับให้สื่อของรัฐเสนอข่าวในทางที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลเพียงอย่างเดียว โดยไม่เปิดให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ ติติง รัฐบาล  เพราะนั่นคือหน้าที่ของสื่อ</p>
<p>จักรภพ เพ็ญแข พูดอยู่เสมอว่า เขามาจากการเลือกตั้ง มาโดยระบอบประชาธิปไตยไม่ใช่เผด็จการ  แต่การแสดงความคิดเห็นและการกระทำของเขานั้น ก่อให้เกิดความสงสัยจากสังคมว่าเขาได้กระทำสวนทางกับประชาธิปไตยที่เขาอ้างถึง ดังมีคำถาม คำวิพากษ์วิจารณ์ ปรากฏตามสื่อเป็นอันมาก มีการเปรียบเทียบกับรัฐบาลที่เขาบอกว่ามาจากเผด็จการ คือรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ ก็ยังไม่มีการใช้อำนาจเท่ากับรัฐบาลที่มาจากระบอบประชาธิปไตยที่จักรภาพ เพ็ญแข มีส่วนร่วมอยู่ในปัจจุบัน</p>
<p>หากจะตำหนิสนธิ ลิ้มทองกุล โดยไม่แตะต้อง จักรภพ เพ็ญแข ผมคิดว่าไม่ยุติธรรม หากเรียกร้องต่อสนธิ ลิ้มทองกุล ให้เลิกใช้สื่อเป็นเครื่องมือในทางการเมือง โดยไม่เรียกร้องต่อ จักรภพ เพ็ญแข เลิกใช้สื่อของรัฐเป็นเครื่องมือรัฐบาล ก็ไม่เป็นการยุติธรรมด้วยเช่นกัน ผมจึงเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายปล่อยให้สื่อทำหน้าที่ของสื่อโดยอิสระอย่างแท้จริง.</p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=725&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_725" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-and-communications" title="ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ (29 February 2008)">ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ</a> (2)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/jakkapop-and-communication-fail" title="เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข (21 May 2008)">เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข</a> (4)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-and-violent" title="เมื่อสื่อถูกใช้ปั้นน้ำเป็นตัว อะไรจะขึ้นกับคนและสังคม (7 May 2008)">เมื่อสื่อถูกใช้ปั้นน้ำเป็นตัว อะไรจะขึ้นกับคนและสังคม</a> (2)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-right" title="อภิสิทธิและเอกสิทธิของสื่อ (14 May 2008)">อภิสิทธิและเอกสิทธิของสื่อ</a> (1)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/digital-media-enemy" title="สื่อยุคดิจิตอล: หรือถึงคราวหมาเฝ้าบ้านเจอศัตรูที่ลื่นไหลจริงๆ (14 May 2008)">สื่อยุคดิจิตอล: หรือถึงคราวหมาเฝ้าบ้านเจอศัตรูที่ลื่นไหลจริงๆ</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/political-media/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
