<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BlogologyNet.com &#187; จดหมาย</title>
	<atom:link href="http://blogologynet.com/tag/%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blogologynet.com</link>
	<description>บล็อกศาสตร์และสื่อมวลชนออนไลน์,ทฤษฎีบล็อก,การเขียนบล็อก,บล็อกเกอร์,สื่อมวลชนออนไลน์,นิเทศศาสตร์ออนไลน์,สื่อสารมวลชนออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Sun, 11 Jul 2010 03:32:48 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ป.ล. ฉันยังมีชีวิตอยู่&#8230;คอยดูในตู้จดหมาย</title>
		<link>http://blogologynet.com/letter</link>
		<comments>http://blogologynet.com/letter#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Mar 2008 11:06:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[สื่อสารมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[การสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mediatalkblog.wordpress.com/?p=28</guid>
		<description><![CDATA[
ทุกเย็นเมื่อกลับจากทำงานจนถึงบ้าน  สิ่งหนึ่งที่คนทั้งหลายจะต้องทำก็คือดูที่ตู้จดหมาย ว่าจะมีใครส่งอะไรมาถึงบ้าง 
เมื่อมีจดหมายอยู่ในตู้ ความรู้สึกของเจ้าของตู้รับจดหมายก็คือ ดีใจที่ยังมีคนส่งข่าวมาถึง แม้ว่าเมื่อดูใกล้แล้วจะเป็นจดหมายทวงหนี้ อันได้แก่ ค่าอะไรต่อมิอะไรต่างๆ  ซึ่งอาจทำให้ความดีใจหายไปบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดา
แต่ถ้าหากมีจดหมายจากเพื่อนพ้องน้องพี่ คนรู้จัก  ส่งข่าวมาถึง  คนที่ได้รับจดหมายนอกจากจะดีใจแล้ว ยังมีความสุขเพิ่มขึ้นอีก เพราะสายสัมพันธ์ที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ด้วยใจ  ทำให้มีความสุข นั่นคืออิทธิพลของจดหมายที่มีต่อคนมายาวนาน
จดหมายคือสื่อชนิดหนึ่งที่เป็นช่องทางการส่งสารจากผู้ส่งไปสู่ผู้รับ  น่าจะเป็นการสื่อสารยุคโบราณเพียงอย่างเดียวที่ยังสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้  แม้การสื่อสารที่เกิดมาทีหลังอย่างโทรเลขก็หมดความหมายลงแล้ว เมื่อเทคโนโลยีโทรคมนาคมได้รับการพัฒนาขึ้นมาจนทำให้คนพูดคุยกันได้ทุกแห่งทุกหนหลายช่องทางและทำได้ตลอดเวลา แต่สำหรับจดหมายนั้น  ยังคงมีบทบาทสำคัญในการรับและส่งสาร จากผู้ส่งไปยังผู้รับ  และจะยังคงอยู่อีกต่อไปเป็นเวลานานอย่างแน่นอน

ในปัจจุบันแม้การสื่อสารสมัยใหม่จะมีสื่อมากมายให้เลือกใช้อย่างสะดวกสบาย  ที่สำคัญก็คืออีเมล์ที่ไม่ต้องเสียเวลาซื้อแสตมป์ จ่าหน้าซอง หย่อนตู้ไปรษณีย์แล้วรอเป็นวันสองวันหรือหลายวันกว่าจะถึงมือผู้รับ  เพราะเพียงแค่พิมพ์แล้วคลิกส่งก็ถึงผู้รับแทบจะในทันที  แต่ยังมีคนเป็นจำนวนมากที่ยังเขียนจดหมายถึงกัน ส่งบัตรอวยพร ข่าวสาร ผ่านจดหมายให้คนที่ตนรักหรือรู้จัก  และมีความปรารถนาที่จะได้รับจดหมายจากใครก็ตามที่จะเขียนถึง ด้วยการดูตู้จดหมายทุกๆวัน
สาเหตุที่จดหมายยังเป็นวิธีการสื่อสารที่คนยังใช้อยู่แม้จะล้าสมัยไปแล้วก็คือ จดหมายเป็นสื่อที่ทำให้ถ่ายทอดความรู้สึกได้อย่างแท้จริง การเขียนจดหมายด้วยลายมือก็ดี หรือด้วยการพิมพ์ผ่านคอมพิวเตอร์ก็ดี ล้วนเป็นช่วงระยะเวลาที่ผู้เขียนคือผู้ส่งสารจะได้ครุ่นคิด ไตร่ตรอง  ระลึกถึงสิ่งที่ตนได้กระทำร่วมกันกับผู้รับจดหมายที่ตนกำลังจะส่งถึง  การที่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านตัวหนังสือไปในจดหมาย เป็นสัญลักษณ์ของความใกล้ชิด สนิทสนม ผูกพันกันและกันนั่นเอง
การที่ต้องจ่าหน้าซอง หาซื้อแสตมป์  เอาไปหย่อนตู้ไปรษณีย์ กระบวนการทั้งหลายเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นการกระตู้ความรู้สึกผูกพันระหว่างผู้ส่งกับผู้รับ  ในกรณีของผู้ส่ง การที่ต้องผ่านกระบวนการอันยุ่งยากในการส่งจดหมายแต่ละครั้ง  ย่อมแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของผู้ที่ตนจะส่งจดหมายไปให้ นำไปสู่ความตั้งใจทำจนสำเร็จ ในกรณีของผู้รับนั้น การได้รับจดหมายสักฉบับหนึ่ง ย่อมหมายถึงคุณค่าที่ตนมีต่อผู้ส่ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/03/letter01.jpg" title="Letter"></a><img border="0" vspace="15" align="left" width="307" src="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/03/letter01.jpg" hspace="15" alt="Letter" height="193" /></p>
<p align="justify">ทุกเย็นเมื่อกลับจากทำงานจนถึงบ้าน  สิ่งหนึ่งที่คนทั้งหลายจะต้องทำก็คือดูที่ตู้จดหมาย ว่าจะมีใครส่งอะไรมาถึงบ้าง </p>
<p align="justify">เมื่อมีจดหมายอยู่ในตู้ ความรู้สึกของเจ้าของตู้รับจดหมายก็คือ ดีใจที่ยังมีคนส่งข่าวมาถึง แม้ว่าเมื่อดูใกล้แล้วจะเป็นจดหมายทวงหนี้ อันได้แก่ ค่าอะไรต่อมิอะไรต่างๆ  ซึ่งอาจทำให้ความดีใจหายไปบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดา</p>
<p align="justify">แต่ถ้าหากมีจดหมายจากเพื่อนพ้องน้องพี่ คนรู้จัก  ส่งข่าวมาถึง  คนที่ได้รับจดหมายนอกจากจะดีใจแล้ว ยังมีความสุขเพิ่มขึ้นอีก เพราะสายสัมพันธ์ที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ด้วยใจ  ทำให้มีความสุข นั่นคืออิทธิพลของจดหมายที่มีต่อคนมายาวนาน</p>
<p align="justify">จดหมายคือสื่อชนิดหนึ่งที่เป็นช่องทางการส่งสารจากผู้ส่งไปสู่ผู้รับ  น่าจะเป็นการสื่อสารยุคโบราณเพียงอย่างเดียวที่ยังสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้  แม้การสื่อสารที่เกิดมาทีหลังอย่างโทรเลขก็หมดความหมายลงแล้ว เมื่อเทคโนโลยีโทรคมนาคมได้รับการพัฒนาขึ้นมาจนทำให้คนพูดคุยกันได้ทุกแห่งทุกหนหลายช่องทางและทำได้ตลอดเวลา แต่สำหรับจดหมายนั้น  ยังคงมีบทบาทสำคัญในการรับและส่งสาร จากผู้ส่งไปยังผู้รับ  และจะยังคงอยู่อีกต่อไปเป็นเวลานานอย่างแน่นอน</p>
<p align="justify"><span id="more-49"></span></p>
<p align="justify">ในปัจจุบันแม้การสื่อสารสมัยใหม่จะมีสื่อมากมายให้เลือกใช้อย่างสะดวกสบาย  ที่สำคัญก็คืออีเมล์ที่ไม่ต้องเสียเวลาซื้อแสตมป์ จ่าหน้าซอง หย่อนตู้ไปรษณีย์แล้วรอเป็นวันสองวันหรือหลายวันกว่าจะถึงมือผู้รับ  เพราะเพียงแค่พิมพ์แล้วคลิกส่งก็ถึงผู้รับแทบจะในทันที  แต่ยังมีคนเป็นจำนวนมากที่ยังเขียนจดหมายถึงกัน ส่งบัตรอวยพร ข่าวสาร ผ่านจดหมายให้คนที่ตนรักหรือรู้จัก  และมีความปรารถนาที่จะได้รับจดหมายจากใครก็ตามที่จะเขียนถึง ด้วยการดูตู้จดหมายทุกๆวัน</p>
<p align="justify">สาเหตุที่จดหมายยังเป็นวิธีการสื่อสารที่คนยังใช้อยู่แม้จะล้าสมัยไปแล้วก็คือ จดหมายเป็นสื่อที่ทำให้ถ่ายทอดความรู้สึกได้อย่างแท้จริง การเขียนจดหมายด้วยลายมือก็ดี หรือด้วยการพิมพ์ผ่านคอมพิวเตอร์ก็ดี ล้วนเป็นช่วงระยะเวลาที่ผู้เขียนคือผู้ส่งสารจะได้ครุ่นคิด ไตร่ตรอง  ระลึกถึงสิ่งที่ตนได้กระทำร่วมกันกับผู้รับจดหมายที่ตนกำลังจะส่งถึง  การที่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านตัวหนังสือไปในจดหมาย เป็นสัญลักษณ์ของความใกล้ชิด สนิทสนม ผูกพันกันและกันนั่นเอง</p>
<p align="justify">การที่ต้องจ่าหน้าซอง หาซื้อแสตมป์  เอาไปหย่อนตู้ไปรษณีย์ กระบวนการทั้งหลายเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นการกระตู้ความรู้สึกผูกพันระหว่างผู้ส่งกับผู้รับ  ในกรณีของผู้ส่ง การที่ต้องผ่านกระบวนการอันยุ่งยากในการส่งจดหมายแต่ละครั้ง  ย่อมแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของผู้ที่ตนจะส่งจดหมายไปให้ นำไปสู่ความตั้งใจทำจนสำเร็จ ในกรณีของผู้รับนั้น การได้รับจดหมายสักฉบับหนึ่ง ย่อมหมายถึงคุณค่าที่ตนมีต่อผู้ส่ง หากไม่มีคุณค่าเพียงพอแล้ว ก็ยากที่ใครจะส่งจดหมายไปถึงคนที่ตนไม่รู้จักหรือไม่มีความผูกพัน</p>
<p align="justify">ดังนั้น จดหมายที่ส่งผ่านตู้ไปรษณีย์ จึงมีคุณค่าและความหมายแตกต่างจดหมายที่ส่งผ่านสื่ออีเล็กโทรนิกส์ เช่น อีเมล์ ที่ส่งได้ทีละมากๆ กระบวนการส่งก็ไม่ยุ่งยากซับซ้อน  ความสะดวกง่ายดายทำให้คนไม่เห็นคุณค่าและความหมายของถ้อยคำที่ส่งไปถึงกัน  จดหมายอีเล็กโทรนิกส์จึงแฝงไปด้วยอันตรายอยู่เป็นอันมาก  คนสามารถใช้เป็นช่องทางในการทำลายและทำร้ายกันให้เกิดความเสียหาย ทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักหรือโกรธแค้นขุ่นเคืองกัน</p>
<p align="justify">จดหมายเป็นทั้งสื่อและเป็นทั้งช่องทางการสื่อสารที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกและสะท้อนบุคลิกของผู้คนให้ถ่ายทอดถึงกันได้อย่างใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด  ดังนั้น ลมหายใจของจดหมายจึงยังคงอยู่ในปัจจุบันและจะอยู่อีกยาวนานในอนาคต แม้ปริมาณจะลดน้อยลงไปมากก็ยิ่งทำให้เห็นถึงคุณค่าของจดหมายมากยิ่งขึ้น เพราะในขณะที่มีช่องทางการสื่อสารอื่นอีกมากมายให้เลือกใช้อย่างสะดวกสบาย  แต่หากใครสักคนเลือกที่จะเขียนจดหมายส่งไปรษณีย์ถึงใครอีกคนหนึ่ง จดหมายนั้นย่อมมีคุณค่าความหมายเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ</p>
<p align="justify">ลองสังเกตตัวเราเองว่า เมื่อได้รับจดหมายจากใครสักคน เป็นจดหมายจริงๆมิใช่ใบทวงหนี้หรือจดหมายทางการ เราจะรู้สึกอย่างไร  หากมีความดีใจและสุขใจ นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า จดหมายนั้นมีคุณค่าและความหมายต่อเราอย่างแน่นอน</p>
<p align="justify">หลังเลิกงานเมื่อกลับถึงบ้านแล้วดูตู้จดหมายก่อนเข้าบ้าน หากได้รับจดหมายสักฉบับ หรือบัตรอวยพรสักใบ จากคนที่เรารู้จัก  ย่อมแสดงให้เห็นว่า จดหมายยังมีลมหายใจอยู่ เพื่อสร้างชีวิตชีวาให้แก่เรา</p>
<p align="justify">หากเขียนจดหมายถึงใครสักคน ย่อมหมายความว่า เรากำลังบอกเขาด้วยถ้อยคำของเราเองว่า ฉันยังมีชีวิตอยู่ คอยดูในตู้จดหมาย</p>
<p align="justify"><strong>ป.ล.อย่าลืมเขียนจดหมายถึงใครสักคนเดียวนี้!</strong></p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=49&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_49" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-and-communications" title="ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ (29 February 2008)">ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ</a> (2)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/launching-media-blog" title="แตกบล็อกออกไปเป็น &#8220;สื่อและสาร&#8221; (21 June 2010)">แตกบล็อกออกไปเป็น &#8220;สื่อและสาร&#8221;</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/jakkapop-and-communication-fail" title="เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข (21 May 2008)">เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข</a> (4)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/samak-and-media" title="หลุมพรางดักสื่อของสมัคร สุนทรเวช (26 June 2008)">หลุมพรางดักสื่อของสมัคร สุนทรเวช</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-of-wars" title="สงครามผ่านสื่อ : ผู้บริโภคคือเหยื่อที่แท้จริง (15 March 2008)">สงครามผ่านสื่อ : ผู้บริโภคคือเหยื่อที่แท้จริง</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/letter/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
