<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BlogologyNet.com &#187; การเมืองภาคประชาชน</title>
	<atom:link href="http://blogologynet.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blogologynet.com</link>
	<description>บล็อกศาสตร์และสื่อมวลชนออนไลน์,ทฤษฎีบล็อก,การเขียนบล็อก,บล็อกเกอร์,สื่อมวลชนออนไลน์,นิเทศศาสตร์ออนไลน์,สื่อสารมวลชนออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Sun, 11 Jul 2010 03:32:48 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่อ” และ “สาร” ทางการเมืองของประชาชน</title>
		<link>http://blogologynet.com/media-massage-political-communications</link>
		<comments>http://blogologynet.com/media-massage-political-communications#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 Feb 2008 07:39:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[สื่อสารมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[การสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[การเมืองภาคประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ขาประจำ]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษิณ ชินวัตร]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสารการเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[Politic Communication]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mediatalkblog.wordpress.com/?p=4</guid>
		<description><![CDATA[
เกริ่น
บทความนี้เขียนขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2547 ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไฮไลท์การเมือง อันเป็นช่วงรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สมัยที่ 2 ซึ่งมีความขัดแย้งทางความคิดระหว่างรัฐบาลอันหมายถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับภาคประชาชนและนักวิชาการ รวมถึงเกิดรอยร้าวในพรรคไทยรักไทย โดยการนำของนายเสนาะ เทียนทอง ที่วิพากษ์วิจารณ์หัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี จนนำมาสู่การขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้วิวาทะกับนักวิชาการที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ตนอย่างดุเดือด โดยเรียกว่า &#8220;นักวิชาการขาประจำ&#8221; คือคอยแต่จะวิพากษ์วิจารณ์เพียงอย่างเดียวในสายตาของนายกรัฐมนตรี และนักวิชาการ&#8221;ขาประจำ&#8221; ดังกล่าว ก็มี นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เป็นต้น การนำบทความเชิงวิเคราะห์ข่าวมาเผยแพร่อีกครั้ง ก็เพื่อเป็นการบันทึกไว้ให้เป็นหลักฐาน ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์แก่การศึกษาถึงเรื่องดังกล่าวในกาลข้างหน้า ซึ่งถือได้ว่า บทความนี้ก็เป็นบันทึกส่วนหนึ่งของสังคมด้วยเช่นกัน 
โกศล อนุสิม
29 กุมภาพันธ์ 2551
ขอเชิญอ่านบทความแบบเต็มๆครับ&#8230;
&#8230;&#8230;  
ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่อ” และ “สาร” ทางการเมืองของประชาชน
&#160;

คำนิยาม “ขาประจำ” ที่นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ไว้แก่นักวิชาการที่วิพากษ์วิจารณ์ผลงานรัฐบาล  อันมี นักวิชาการอาวุโสอย่าง ดร.อัมมาร์ สยามวาลา และรุ่นกลางอย่าง ธีรยุทธ  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><font size="5"><font face="Cordia New"><span><span><a href="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/02/politics.jpg" title="ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่ย?? และ “สาร” ทางการเมืภ??ขภ??ประชาชน"><img border="0" align="left" width="100" src="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/02/politics.jpg" hspace="20" alt="ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่ย?? และ “สาร” ทางการเมืภ??ขภ??ประชาชน" height="150" /></a></span></span></font></font><font size="5"><font face="Cordia New"><span></span></font></font><font size="5"><font face="Cordia New"><span></span></font></font><font size="5"><font face="Cordia New"><span></span></font></font><font size="5"><font face="Cordia New"><span></p>
<h1><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">เกริ่น</span></h1>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">บทความนี้เขียนขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2547 ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไฮไลท์การเมือง อันเป็นช่วงรัฐบาล <strong>พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร</strong> สมัยที่ 2 ซึ่งมีความขัดแย้งทางความคิดระหว่างรัฐบาลอันหมายถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับภาคประชาชนและนักวิชาการ รวมถึงเกิดรอยร้าวในพรรคไทยรักไทย โดยการนำของ<strong>นายเสนาะ เทียนทอง</strong> ที่วิพากษ์วิจารณ์หัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี จนนำมาสู่การขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้วิวาทะกับนักวิชาการที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ตนอย่างดุเดือด โดยเรียกว่า <strong>&#8220;นักวิชาการขาประจำ&#8221;</strong> คือคอยแต่จะวิพากษ์วิจารณ์เพียงอย่างเดียวในสายตาของนายกรัฐมนตรี และนักวิชาการ&#8221;ขาประจำ&#8221; ดังกล่าว ก็มี <strong>นายธีรยุทธ บุญมี</strong> อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ <strong>ศ.นพ.ประเวศ วะสี</strong> ราษฎรอาวุโส เป็นต้น</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">การนำบทความเชิงวิเคราะห์ข่าวมาเผยแพร่อีกครั้ง ก็เพื่อเป็นการบันทึกไว้ให้เป็นหลักฐาน ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์แก่การศึกษาถึงเรื่องดังกล่าวในกาลข้างหน้า ซึ่งถือได้ว่า บทความนี้ก็เป็นบันทึกส่วนหนึ่งของสังคมด้วยเช่นกัน</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><strong>โกศล อนุสิม</strong></span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">29 กุมภาพันธ์ 2551</span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ขอเชิญอ่านบทความแบบเต็มๆครับ&#8230;</span></p>
<p align="center"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span id="more-713"></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><strong>&#8230;&#8230;</strong></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span> <span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span> </p>
<p align="center" style="margin:0;"><strong>ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่อ” และ “สาร” ทางการเมืองของประชาชน</strong></p>
<p align="center" style="margin:0;">&nbsp;</p>
<p align="justify" style="margin:0;" class="MsoBodyText"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span></p>
<p align="justify" style="margin:0;" class="MsoBodyText"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">คำนิยาม <b><i>“ขาประจำ”</i></b> ที่นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ไว้แก่นักวิชาการที่วิพากษ์วิจารณ์ผลงานรัฐบาล<span>  </span>อันมี นักวิชาการอาวุโสอย่าง ดร.อัมมาร์ สยามวาลา และรุ่นกลางอย่าง ธีรยุทธ<span>  </span>บุญมี แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เป็นขาประจำดั้งเดิม และต่อมามีเพิ่มเติมอีกหลายคน อาทิ<span>  </span>สังศิต<span>  </span>พิริยะรังสรรค์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย<span>  </span>สมเกียรติ<span>  </span>ตั้งกิจวานิช<span>  </span>แห่งทีดีอาไอ<span>  </span>แม้กระทั่งผู้อาวุโสอย่าง นายแพทย์ประเวศ<span>  </span>วะสี ที่เคยเรียกร้องให้สังคมไทยให้โอกาสนายกรัฐมนตรีเมื่อขึ้นครองอำนาจใหม่ๆ แต่ปัจจุบันได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลบ่อยขึ้น จึงดูเหมือนว่านายกรัฐมนตรีจะตอบแทนผู้อาวุโสของบ้านเมืองท่านนี้ ด้วยการจัดให้อยู่ในนักวิชาการประเภท “ขาประจำ” กันไปแล้ว<span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">หากนายกรัฐมนตรีทักษิณ<span>  </span>ชินวัตร<span>  </span>พอมีเวลาว่างจากภารกิจสักห้าหรือสิบนาที<span>  </span>ทบทวนถึงบทบาทของนักวิชาการที่จัดอยู่ในกลุ่มขาประจำเหล่านี้ ก็จะเห็นได้ว่า<span>  </span>นายกรัฐมนตรีทุกคนก่อนหน้านี้ ทั้งนายชวน หลีกภัย<span>  </span>นายบรรหาร ศิลปอาชา พลเอกชวลิต<span>  </span>ยงใจยุทธ ล้วนแต่ถูกนักวิชาการเหล่านี้ไม่คนใดก็คนหนึ่งวิพากษ์วิจารณ์การทำงานมาแล้วทั้งสิ้น<span>  </span>บางคนอาจโดนหนักกว่าที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้เสียอีก<span>  </span>ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า นักวิชาการที่นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันตั้งให้เป็นขาประจำ ในความหมายที่ดีแต่พูด<span>  </span>พูดในสิ่งที่ไม่รู้จริง<span>  </span>รู้แต่รู้ไม่หมด<span>  </span>ไม่เคยบริหารงาน ฯลฯ นั้น<span>  </span>มิได้มุ่งโจมตีนายรัฐมนตรีที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่อย่างใด<span>  </span>หากเป็นการทำหน้าที่ในฐานะนักวิชาการ นั่นคือ เป็นปัญญาของสังคม หากเห็นในสิ่งที่คิดว่าไม่ถูกต้อง ก็ย่อมจะชี้ให้สังคมได้รู้เพื่อหาหนทางแก้ไข โดยตั้งอยู่บนหลักการทางวิชาการที่ตนมีความเชี่ยวชาญเป็นสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">กรณีนักวิชาการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลจึงเป็นทั้งสิทธิและหน้าที่ที่สมาชิกของสังคมพึงมีและพึงทำ ในสังคมที่ถือว่าเป็นประชาธิปไตยนั้น<span>  </span>ย่อมต้องมีคนเหล่านี้ดำรงอยู่เพื่อ<span>  </span>เป็นหมอที่คอยเยียวยารักษาความป่วยไข้ทางปัญญา และแนะนำการรักษาสุขภาพทางความคิดแก่ผู้คนในสังคม</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">หมอที่รักษาโรคต่างๆ<span>  </span>ย่อมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องป่วยเป็นโรคนั้นก่อนจึงจะรักษาโรคได้ ฉันใด หมอทางปัญญาที่วิพากษ์วิจารณ์และชี้แนะคณะรัฐมนตรีที่บริหารประเทศ<span>  </span>ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นนายกรัฐมนตรีหรือเป็นรัฐมนตรีก่อน ฉันนั้น</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ในฐานะที่เป็นประชาชน นักวิชาการเหล่านี้ย่อมเป็นหนึ่งในหมู่ประชาชนที่มีสิทธิ์และใช้สิทธิ์เลือกตั้งตัวแทนเข้ามาทำหน้าที่รับผิดชอบบริหารราชการแผ่นดินแทนตน<span>  </span>จึงมีความชอบธรรมที่จะตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ ชี้แนะแก่ตัวแทนของตน<span>  </span>ไม่ว่าตัวแทนเหล่านั้นจะอยู่ในฐานะฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล<span>  </span>เสียงวิพากษ์วิจารณ์ใดๆก็ตาม ย่อมเป็นเสียงแห่งเจ้าของสิทธิ์ทั้งหลายเหล่านั้น<span>  </span>จำเป็นอย่างยิ่งที่บรรดาตัวแทนทั้งหลายจะต้องรับฟังอย่างตั้งใจ<span>  </span>ไม่ว่าตัวแทนนั้นจะอยู่ในฐานะใด</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>            </span>ตั้งใจฟังให้รู้ชัดว่า เสียงของเจ้าของสิทธิ์เหล่านั้น แตกต่างกันอย่างไรหรือไม่ ระหว่างเมื่อเกือบสี่ปีที่แล้ว กับทุกวันนี้ </span></p>
<p align="justify" style="margin:0;" class="MsoBodyText"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">หากเสียงชื่นชมสมใจยังคงหนักแน่นเช่นเมื่อเกือบสี่ปีก่อน<span>  </span>ก็ไม่ต้องต้องเดือดร้อนให้ลำบากใจ แต่ถ้าเสียงอันชื่นชมเมื่อครั้งโน้นจางหายไป<span>  </span>ปรากฏเสียงโห่กันขรม นั่นควรจะต้องสำรวจตรวจตราได้แล้วว่า<span>  </span>เหตุใดน้ำเสียงของเจ้าของสิทธิ์เหล่านั้นจึงเปลี่ยนไปได้เช่นนี้</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ผลย่อมมาจากเหตุ หากหาเหตุไม่พบ หรือพบแล้วทำเป็นไม่เห็น ก็ย่อมจะแก้ไขอะไรไม่ได้ การตะโกนด่าตอบโต้อีกฝายหนึ่ง อย่างดีที่สุดก็ได้แค่ความสะใจเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">หากจัดระเบียบให้บรรดาผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายรัฐบาล หรือวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรี เป็นฝ่ายขาประจำ<span>  </span>อีกไม่ช้าไม่นาน อาจไม่มีขาจรให้นายกรัฐมนตรีได้รับฟังความคิดเห็น<span>  </span>หรือหากยังมีหลงเหลืออยู่ ก็ย่อมจะไม่หลากหลาย<span>  </span>เมื่อไม่มีความหลากหลายทางความคิด<span>  </span>ก็ย่อมจะมีแนวโน้มที่จะอ่อนแอทางปัญญาเอาได้ </span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">อย่าลืมว่า เสียงของขาประจำเหล่านี้ คือเสียงของประชาชน<span>   </span>แต่ละคนย่อมมีที่ยืน มีเกียรติภูมิที่ได้รับการยอมรับจากประชาชน ดังนั้น พวกเขาคือ ”สื่อ” ของประชาชนโดยแท้<span>   </span>ดังนั้นคำพูดของพวกเขาก็คือ ”สาร” ที่มาจากประชาชน<span>  </span>จึงหมายความได้ว่าความคิดเห็นของพวกเขาต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใด ก็ย่อมเป็นความคิดเห็นของประชาชนด้วย<span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ปรากฏการณ์ขาประจำที่เกิดขึ้นนี้ ย่อมเป็นปรากฏการณ์การสื่อสารทางการเมืองของภาคประชาชนนั่นเอง<span>  </span>ดังนั้นชอบหรือไม่ชอบขาประจำ<span>  </span>ก็ย่อมจำเป็นที่จะต้องรับฟังแล้ว</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">อย่าลืมอีกว่า การสื่อสารทางการเมืองภาคประชาชนลักษณะนี้<span>  </span>ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมาแล้วหลายครั้ง ทั้งในกรณี 14 ตุลาคม 2516<span>  </span>หรือกรณี 17</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">-18</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> พฤษภาคม 2535 หรือแม้กระทั่งครั้งที่นายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง ก็ถูกกดดันจากภาคประชาชนมาแล้วเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span> <span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ท่าทีที่นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีต่อการวิพากษ์การทำงานของรัฐบาลครั้งล่าสุด (28 กรกฎาคม 2547) ที่ไม่ตอบโต้ ไม่ต่อล้อต่อเถียงนั้น จึงเป็นท่าทีที่แปลกใหม่ และน่าชื่นชม อย่างน้อยก็ในขณะนี้ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ข้อที่ควรปฏิบัติสำหรับผู้อยู่ในอำนาจทางการเมือง ไม่ว่าจะได้อำนาจมาด้วยวิธีใดก็คือ<span>  </span>อย่าทำให้ประชาชนโกรธเป็นดีที่สุด.</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span></span><strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">29 </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">กรกฎาคม </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">2547</span></strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span></p>
<p></span></font></font></p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=713&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_713" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-and-communications" title="ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ (29 February 2008)">ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ</a> (2)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/taksin-chinnawatra-and-media" title="พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กราบแผ่นดิน : การใช้สื่อของมือระดับเทพ (29 February 2008)">พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กราบแผ่นดิน : การใช้สื่อของมือระดับเทพ</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/jakkapop-and-communication-fail" title="เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข (21 May 2008)">เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข</a> (4)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/samak-and-media" title="หลุมพรางดักสื่อของสมัคร สุนทรเวช (26 June 2008)">หลุมพรางดักสื่อของสมัคร สุนทรเวช</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-and-news-writing" title="บางถ้อยคำใน “ผู้จัดการ” เป็นสิ่งสมควรที่จะปรากฏใน “สื่อสาธารณะ” หรือไม่ (16 May 2008)">บางถ้อยคำใน “ผู้จัดการ” เป็นสิ่งสมควรที่จะปรากฏใน “สื่อสาธารณะ” หรือไม่</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/media-massage-political-communications/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
