ศาสตร์ของการเขียนนั้นลุ่มลึกและกว้างขวางจนเรียนรู้ไม่มีวันหมด ลำพังการเขียนเรื่องเพื่อพิมพ์เป็นหนังสือก็มีมากมายหลายวิธีอยู่แล้ว เมื่อเกิดบล็อกขึ้นก็เกิดวิชาเขียนบล็อกตามมา นักเขียนคือบล็อกเกอร์ก็ต่างเสาะหาวิธีการเขียนเพื่อให้เกิดผลคือมีคนอ่านแล้วติดใจจนกลับมาอ่านอีก ซึ่งวิธีการที่แต่ละคนคิดค้นขึ้นมานั้นก็ไม่ได้รับประกันว่าจะได้ผลเสมอไป คนหนึ่งใช้ได้ผลแต่กับอีกคนอาจไม่เกิดอะไรขึ้น เหมือนกับเขียนแล้วพิมพ์เป็นเล่มนั่นแหละ
คราวนี้ขอเก็บข้อแนะนำจากบล็อกเกอร์หญิงมาให้อ่านกันดูบ้าง หลังจากอ่านเรื่องของบล็อกเกอร์ชายมาหลายเรื่องแล้ว นั่นคือ ข้อเขียนเรื่อง “8 กฎการเล่าเรื่องลงบล็อก” หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า “8 Rules for Telling Stories on Your Blog” เป็นผลงานของ เจนิเฟอร์ ฟุลไวเลอร์ (Jennifer Fulwiler- ไม่รู้ออกเสียงถูกต้องหรือไม่ ตกลงว่าให้เข้าใจตามที่ออกเสียงมาก็แล้วกัน) ซึ่งเผยแพร่ใน dailyblogtips.com
แม่หญิงเจนิเฟอร์ ฟุลไวเลอร์ เป็นใครมาจากไหน? ตามประวัติที่แนะนำไว้จับใจความได้ว่า เธอคือนักเขียนและนักพัฒนาเว็บไซต์ซึ่งเป็นที่รู้จักและถูกอ้างอิงอยู่เสมอๆ บล็อกของเธอคือ ConversionDiary.com
แม่หญิงเจนิเฟอร์กล่าวว่า การเขียนเรื่องลงบล็อกประเภทที่เรียกว่าบันทึกความทรงจำ (diary-style) นั้นส่วนมากมักจะเป็นเรื่องยาวๆ เมื่อคนเห็นแวบแรกก็มักจะถามตัวเองว่ามันคุ้มค่าไหมที่จะอ่านเรื่องยาวเฟื้อยแบบนี้ ดังนั้นจะต้องหาวิธีการเขียนที่ทำให้ผู้อ่านมองผ่านแวบแรกแล้วบอกตัวเองว่ามันน่าอ่านดีแท้ ดังนั้นเธอจึงเขียน “8 กฎการเล่าเรื่องลงบล็อก” ซึ่งจะขอยกมาเล่าต่อบางประการ ได้แก่
Thai Share This
Written on October 18, 2008 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์
ในบรรดาสาวกลัทธิ MMO (Make Money Online) ทั่วโลกคงมีน้อยคนที่ไม่รู้จัก จอห์น เชา (John Chow) เช่นเดียวกับที่บรรดานัก MMO เมืองไทยคงมีน้อยคนที่ไม่รู้จัก John Redtor เพราะ John Chow และ John Redtor นับว่าเป็นเซียนตัวจริงทั้งสองคน (ขออภัย John Redtor ที่เอ่ยนามอ้างอิงโดยไม่ได้ขออนุญาตไว้ ณ ที่นี้)
………………………………………………..
<< โฉมหน้าเฮียเชา บล็อกเกอร์สะท้านโลก
Credit Image :John Chow dot Com
……………………………………………….
จอห์น เชา เป็นคนหนึ่งที่สร้างกระแส MMO ให้พุ่งขึ้นสู่ความนิยม เพราะความสำเร็จของเขาในธุรกิจหาเงินผ่านบล็อกจนเป็นเศรษฐีเงินหลายล้าน เป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้แก่คนเป็นจำนวนมากเข้าสู่ธุรกิจนี้ ชื่อของเขาถูกเอ่ยถึงอยู่เสมอเมื่อมีการพูดถึง MMO
บล็อกของจอนห์น เชา คือ John Chow dot Com คือหนึ่งในบล็อกยอดนิยมที่มี Traffic ล้นหลาม มีบล็อกเกอร์และผู้สนใจจากทุกมุมโลก ต่างคลิกเข้าสู่บล็อกเพื่อเรียนรู้ข้อแนะนำจากบล็อกเกอร์เศรษฐีที่ไม่ขี้เหนียวความรู้คนนี้ คำแนะนำเป็นจำนวนมากได้ถูกนำไปปรับใช้ในการทำงานหาเงินผ่านอินเตอร์เน็ตโดยบรรดาผู้แสวงหาความสำเร็จ
สิ่งสำคัญที่ทำให้บล็อกอันเป็นเครื่องมือในการหาเงิน [...]
Written on October 10, 2008 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์
โพสต์ที่ผ่านมา แนะนำเคล็ดในการเขียนบล็อกของนายไมเคิล มาร์ติน ในเรื่องรูปหัวข้อการจัดรูปแบบการเขียน ทีนี้ยังติดพันเรื่องของนายคนนี้อยู่ จึงขอแนะนำเพิ่มเติมอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์แก่แฟนานุแฟนของโกศลทอล์ค โดยนำเรื่องที่นายไมเคิล มาร์ติน เขียนไว้เป็นภาษาอังกฤษว่า Let Readers Read In Peace ซึ่งมีอยู่ 3 ข้อขอแปลเป็นไทยว่า “3 ยุทธวิธีทำความสงบใจให้ผู้อ่าน” ดังที่จั่วหัวเรื่องไว้
การทำความสงบใจให้ผู้อ่าน ไม่ใช่สอนให้ผู้อ่านนั่งสมาธิถือศีลกินเจนะครับ แต่เป็นการจัดการบล้อกของเราให้ผู้อ่านได้อ่านบล็อกอย่างสะดวกสบาย ไม่มีสิ่งใดรบกวน เหมือนนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดที่เงียบสงบนั่นแหละ ซึ่งนายไมเคิล มาร์ติน บอกไว้ในเรื่องนี้ว่า การทำให้ผู้อ่านสงบใจขณะอ่านบล็อกของเรานั้น เป็นบันไดขั้นแรก ที่ดึงความสนใจให้เข้าสู่เนื้อหา นำไปสู่ขั้นที่สองก็คือการอ่านเนื้อหาของเราอย่างใจจดจ่อจนจบบทความ
แนวคิดเรื่องการอ่านนั้นมีอยู่ว่า เมื่อคนเราอ่านอะไรแล้วก็จะอ่านไปเรื่อยๆจนจบ หากไม่มีอะไรมาดึงความสนใจให้วอกแวกเสียก่อน ด้วยอาศัยแนวคิดนี้นี่เองที่ทำให้บล็อกเกอร์ทั้งหลายที่ต้องการให้ผู้อ่านอ่านบทความของตนตั้งแต่ต้นจนจบ จึงหาหนทางที่จะสร้างความสุขสงบใจแก่ผู้อ่าน โดยไม่มีอะไรมาขัดจังหวะ เมื่อทำให้ผู้อ่านซึมซับรับเนื้อหาที่นำเสนอได้อย่างราบรื่นจนพอใจ สิ่งที่จะได้ก็คือ คอมเมนต์ หรือไม่ก็ ซับสคริปต์ใหม่ๆเพิ่มขึ้น
นายไมเคิล มาร์ติน ยอกขุนพลคนมือโปรในแวดวงบล็อกเกอร์ จึงนำเสนอความคิดผ่านบล็อกของเขาว่า มี 3 ยุทธวิธีจัดการกับเรื่องนี้ นั่นคือ
Thai Share This
Written on October 6, 2008 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์
ยอดปรารถนาของบล็อกเกอร์ที่ลงทุน ลงแรง ลงสติปัญญาทำบล็อกขึ้นมาด้วยความเหนื่อยยากก็คือผู้อ่าน หากไม่มีผู้อ่านแล้วเนื้อหาจะดีแสนดีเพียงใดก็ไม่มีประโยชน์ ไม่ต่างจากเพชรอยู่ในขี้ตม แม้เพชรจะยังเป็นเพชรแต่ก็อยู่ในสถานะที่ไม่ต่างจากขี้ตม เป็นอาหารเต่าอาหารปลาก็ไม่ได้
บล็อกเกอร์จึงแสวงหาหนทางอันมากมายเพื่อให้มีผู้อ่านมาอ่านเนื้อหาในบล็อกที่ตนสร้างขึ้น ยิ่งจำนวนผู้มาอ่านมากเท่าใด ผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมย่อมตามมามากเท่านั้น บล็อกเกอร์มืออาชีพทั่วโลกต่างมีวิธีการหาคนอ่านมาเข้าบล็อกสารพันวิธี โดยมีเป้าหมายสองอย่างคือ ทำอย่างไรจึงจะมีคนมาเข้าบล็อก และทำอย่างไรจึงจะทำให้คนเคยมาแล้วกลับมาอีก
บล็อกเกอร์มืออาชีพชาวฝรั่งดั้งขอดูจะเป็นเจ้ายุทธวิธีในการหาคนมาอ่านบล็อก ดังจะเห็นได้จากมีบล็อกว่าด้วยเรื่องการทำบล็อกเป็นจำนวนมาก เสนอแนะวิธีการต่างๆในการทำบล็อกให้เป็นที่นิยม หนึ่งในบล็อกเกอร์มืออาชีพดังกล่าวก็คือ นายไมเคิล มาร์ติน (Michael Martin) เจ้าของบล็อก problogdesign.com เขียนบทความเผยแพร่ในบล็อก มีผู้อ่านเป็นจำนวนมาก
ในบรรดาบทความว่าด้วยเรื่องเคล็ดในการทำบล็อก (Blog Tip) ของนายไมเคิลคนนี้ มีอยู่หลายบทความที่อ่านแล้วรู้สึกตรงใจ จึงขอสรุปเนื้อหาบางส่วนที่พิเคราะห์แล้วว่าน่าจะเข้ากับบล็อกไทยและผู้อ่านไทยๆได้ โดยนำมาจากบทความเรื่อง “30 วิธีในการช่วยเพิ่มความสะดวกในการอ่าน” (30 Ways to Improve Readability)
กระทาชายนายไมเคิล มาร์ติน แนะนำเคล็ดดีๆไว้ 30 ข้อ มูลเหตุที่เขียนเรื่องนี้เขาบอกว่า เกิดจากการสอบถามผู้อ่านบล็อกว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการวางรูปแบบบล็อกคืออะไร คำตอบที่ได้รับกลับมามากที่สุดก็คือ ความสะดวกในการอ่าน ดังนั้น เขาจึงสรุปว่า ผู้คนเข้าบล็อกมาเพื่ออ่านเนื้อหา ดังนั้นก็ต้องทำให้เขาอ่านได้โดยสะดวกง่ายดายเข้าไว้ บล็อกที่ตกแต่งแบบวิลิศมาหราจนแทบจะดูไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไรนั้น มีแต่จะไล่ให้คนหนีหาย เขาว่างั้น ดังนั้นเขาจึงแนะนำวิธีการทำให้บล็อกอ่านง่ายๆ อาทิ…
จงขีดเส้นใต้เมื่อใส่ลิงค์ [...]
Written on October 6, 2008 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์
ภาษาหนังสือ (Letter) เป็นเครื่องมือสื่อสารที่เป็นสัญลักษณ์ที่อธิบายสิ่งที่เป็นนามธรรมอันได้แก่ความคิดที่สื่อสารผ่านภาษาพูด (Oral) ให้มีรูปธรรมคือตัวตนขึ้น นำไปสู่การทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น ทั้งยังมีความคงทน แม้กาลเวลาผ่านไปนานแล้วนับจากที่ได้สื่อสารขึ้นครั้งแรก แต่ก็ยังสามารถรับรู้ได้เช่นเดิม ผิดจากภาษาพูดที่สูญหายไปในทันที ต้องอาศัยการจดจำ ซึ่งความจำของคนเรานั้นมีข้อจำกัด ไม่นานก็อาจลืมเลือน หรือตกหล่นไป ทำให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้หากนำไปสื่อสารต่อหลายๆชั้น ในที่สุดความหมายอาจเปลี่ยนไปจากจุดเริ่มต้น ชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ
ทุกคนคงเคยเล่นเกมส์ในโรงเรียนเมื่อตอนเด็กๆ โดยครูจะให้ถ่ายทอดคำพูดจากหัวแถวไปที่ท้ายแถว โดยให้พุดประโยคที่มีคำใกล้เคียงกันทั้งประโยค เช่น “หัวหินเป็นถิ่นมีหอย อุตส่าห์นั่งคอยจนหอยติดหิน” เป็นต้น ซึ่งผลปรากฏว่า ถ้อยคำที่คนหัวแถวกระซิบให้คนถัดไปฟังแล้วให้กระซิบต่อกันไปเรื่อยๆนั้น พอถึงคนสุดท้ายปลายแถว “หอยติดหิน” มักจะกลายเป็นติดอย่างอื่นไปทุกครั้ง
ภาษาหนังสือหรือตัวอักษร จึงเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ช่วยลดความคลาดเคลื่อนของภาษาพูดและรักษาสภาพสารที่สื่อออกไปไว้เป็นหลักฐาน ให้สามารถกลับมาทบทวนใหม่ได้ จนในที่สุดก็กลายเป็นเครื่องมือสื่อสารอันเยี่ยมยอดที่สุดของวัฒนธรรมมนุษย์
คนแต่ละคนมีเอกลักษณ์และรูปแบบการสื่อสารของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นภาษาพูด ภาษาท่าทาง หรือภาษาหนังสือ ซึ่งสะท้อนความคิด พฤติกรรม หรือตัวตนของตนออกมา ดังนั้น หากสังเกตให้ดี จะเห็นความเป็นเอกลักษณ์หรือรูปแบบเฉพาะตัวของแต่ละคน
ข้อสังเกตที่ง่ายที่สุดก็คือ การเปรียบเทียบวิธีการสื่อสารในเรื่องเดียวกัน เช่น เรื่อง Google Adsense สนับสนุนเว็บไซต์ภาษาไทย ระหว่าง Kosoltalk.com กับ Songchaiblog.com และ Redtor.com จะเห็นวิธีสื่อสารที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ผมอ่านบล็อกของ ทรงชัย ณะอำภัย (สังเกตให้ดี [...]
Written on October 2, 2008 | Posted in
บล็อกศาสตร์
ผมรู้จัก interiorsiam.com บล็อกของนักตกแต่งภายใน หรือ “ช่างแบบ” ของ บล็อกเอร์MiMD (บล็อกเกอร์ MiMD บอกว่าชาว ตจว. เรียกนักตกแต่งภายในว่า “ช่างแบบ” ซึ่งMiMDบอกว่าชอบ ผมก็ชอบเหมือนกัน) ผ่านคอมเมนต์ที่บล็อกโกศลทอล์คนี่เอง ดังนั้นจึงกลับไปเยี่ยมเยือนตอบแทนตามธรรมเนียมของชาวบล็อกที่ถือปฏิบัติกันมา การที่ติดตามอ่านบล็อกนี้เป็นประจำ (แต่บางช่วงอาจทิ้งระยะห่างไปบ้าง) เพราะ
1. บล็อกเกอร์ทำให้เรื่องยากเป็นเรื่องง่าย เรื่องการตกแต่งภายใน สำหรับผมหรือคนที่ไม่ได้มีความรู้หรือความสนใจแล้ว คิดว่าเป็นเรื่องยาก เช่นเดียวกับเรื่องอื่นๆที่อยู่นอกแวดวงของเรา ดังนั้น การที่จะให้ความสนใจในเรื่องดังกล่าวจึงเป็นไปได้ยาก ความเข้าใจของผมสำหรับงานตกแต่งภายในก็คือ มันเกี่ยวข้องกับการออกแบบผสมผสานกับงานศิลปะที่จะสร้างความพึงพอใจให้แก่เจ้าของสถานที่ งานออกแบบเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเลข การคิดคำนวณ งานศิลปะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความคิด จินตนาการ วาดวิมานในอากาศแล้วทำให้มันเป็นจริง ซึ่งทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องยากสำหรับผม หรือคนที่ไม่มีความรู้ด้านนี้ แต่บล็อกเกอร์คือ MiMD กลับอธิบายหลักการ ความคิด และการทำงานของช่างแบบแบบง่ายๆ อ่านแล้ว เห็นภาพร่างขององค์ประกอบของการตกแต่ง แม้จะไม่ได้ถึงขนาดทะลุปรุโปร่ง แต่ก็ทำให้เข้าใจและสนุกสนานในการอ่าน
2. ได้ต่อยอดความคิดจากการอ่าน การบอกเล่าถึงเรื่องราวและวิธีการทำงานของช่างแบบของ MiMD ทำให้ได้ต่อยอดความคิดจากสิ่งที่เขาบอกเล่าเอาไว้ แม้จะเป็นเรื่องของการออกแบบ การคิดกระบวนการออกแบบ การนำเสนอแก่ลูกค้า แต่ความคิดที่ MiMD ได้บอกเล่าเอาไว้นั้น สามารถนำไปต่อยอดความคิดเพื่อใช้ประโยชน์เรื่องอื่นๆได้ [...]
Written on September 21, 2008 | Posted in
วิเคราะห์บล็อก
มีใครเคยนึกหรือไม่ว่า มีเหตุผลใดจึงต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งตกแต่งและเขียนบล็อก ทั้งที่คนจำนวนไม่น้อยหรือาจจะส่วนมากในบรรดาคนที่เรียกว่าบล็อกเกอร์ ไม่รู้เรื่องการทำบล็อก ไม่รู้จักโดเมน โฮสต์ และโค้ดใดๆมาก่อน แต่เมื่อมาเป็นบล็อกเกอร์ ต่างก็ดิ้นรนเสาะหาความรู้เรื่องการทำบล็อกอย่างที่ไม่เคยนึกมาก่อนว่าตัวเองจะทำได้เช่นนี้
ผมเองก็จัดเป็นคนหนึ่งในหมู่คนส่วนเหล่านี้ หากถามถึงความคิดก่อนที่จะมาเขียนบล็อก ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะใส่ใจให้ความสำคัญแก่บล็อกมากถึงขนาดนี้
การเขียนเขียนบล็อกนั้นแต่ละคนก็มีเหตุผลไปคนละอย่างสองอย่าง เช่นเดียวกับการทำสิ่งต่างๆในชีวิต สำหรับตัวผมเองนั้น เหตุผลที่เขียนบล็อกก็มีอยู่หลายข้อ เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงคอยสังเกตคนอื่นๆที่เขียนบล็อกว่า เขามีวัตถุประสงค์อะไรในการเขียนบล็อก ด้วยการจับใจความเอาจากเนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในบล็อกเป็นหลัก ทั้งบล็อกไทยบล็อกฝรั่ง ซึ่งเนื้อหาที่ปรากฏในแต่ละบล็อกนั้น ก็ทำให้พอจะสรุปได้ว่า เจ้าของบล็อกหรือบล็อกเกอร์วัตถุประสงค์เช่นไรในการเขียนบล็อก ซึ่งผมพอจะประมวลออกมาเป็นข้อๆได้ดังนี้
Thai Share This
Written on September 14, 2008 | Posted in
บล็อกศาสตร์