<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BlogologyNet.com &#187; การทำหน้าที่สื่อ</title>
	<atom:link href="http://blogologynet.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blogologynet.com</link>
	<description>บล็อกศาสตร์และสื่อมวลชนออนไลน์,ทฤษฎีบล็อก,การเขียนบล็อก,บล็อกเกอร์,สื่อมวลชนออนไลน์,นิเทศศาสตร์ออนไลน์,สื่อสารมวลชนออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Sun, 11 Jul 2010 03:32:48 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>อภิสิทธิและเอกสิทธิของสื่อ</title>
		<link>http://blogologynet.com/media-right</link>
		<comments>http://blogologynet.com/media-right#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 May 2008 12:28:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[สื่อสารมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[การทำหน้าที่สื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือพิมพ์มติชน]]></category>
		<category><![CDATA[เอกสิทธิของสื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[Media]]></category>
		<category><![CDATA[media right]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mediatalkblog.wordpress.com/?p=91</guid>
		<description><![CDATA[มีการตั้งคำถามจากผู้คนอยู่เสมอๆ โดยเฉพาะผู้ที่คิดว่าตนเองได้รับผลกระทบในทางที่ไม่ดีจากการกระทำของสื่อว่า สื่อมีอภิสิทธิเหนือคนอื่นหรือไม่ เพราะดูเหมือนว่า สื่อจะสามารถเปิดโปงพฤติกรรม ตำหนิติเตียน วิพากษ์วิจารณ์ผู้คน องค์กร รัฐและรัฐบาล ได้อย่างเสรี  โดยไม่มีใครหรือหน่วยงานใดออกมา ตอบโต้ หรือจัดการกับสื่ออย่างจริงจัง  ปล่อยให้สื่อทำอะไรได้ตามใจ  จนดูเหมือนว่า สื่อจะมีอภิสิทธิจริงๆ
เมื่อมีคำถามในลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า  ผู้คนอาจเข้าใจจริงๆว่าสื่อมีอภิสิทธิเหนือผู้อื่น ทั้งๆที่ความจริงแล้ว สื่อทั้งในฐานะนิติบุคคลและปัจเจกบุคคลล้วนอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับนิติบุคคลและปัจเจกบุคคลอื่นๆ    สื่อมีสิทธิ์ที่จะถูกฟ้องร้องเอาผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิช  ประมวลกฎหมายอาญา และตามกฎหมายอื่นๆตามฐานความผิด  เมื่อสื่อถูกตัดสินว่าทำผิดก็ต้องรับโทษตามกฎหมายเช่นเดียวกัน แต่ทำไมสื่อจึงถูกมองว่ามีอภิสิทธิเหนือคนอื่น&#8230;

การที่เป็นเช่นนี้ เพราะบทบาทหน้าที่ของสื่อนั่นเอง  แม้ตามทฤษฎีการสื่อสารกำหนดไว้ว่าหน้าที่พื้นฐานของสื่อจะมีอยู่ 4 อย่าง คือ ให้ข่าวสาร ให้ความรู้ ให้ความบันเทิง และการโฆษณาประชาสัมพันธ์  แต่หน้าที่ทั้ง 4 ของสื่อก็ต้องยืนอยู่บนข้อเท็จจริง นั่นคือ การสะท้อนข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาเพื่อประโยชน์แห่งสาธารณะ คือสังคมและประชาชน  ดังนั้น ข้อเท็จจริงที่สื่อสะท้อนออกมา  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มีการตั้งคำถามจากผู้คนอยู่เสมอๆ โดยเฉพาะผู้ที่คิดว่าตนเองได้รับผลกระทบในทางที่ไม่ดีจากการกระทำของสื่อว่า <strong>สื่อมีอภิสิทธิเหนือคนอื่นหรือไม่</strong> เพราะดูเหมือนว่า สื่อจะสามารถเปิดโปงพฤติกรรม ตำหนิติเตียน วิพากษ์วิจารณ์ผู้คน องค์กร รัฐและรัฐบาล ได้อย่างเสรี  โดยไม่มีใครหรือหน่วยงานใดออกมา ตอบโต้ หรือจัดการกับสื่ออย่างจริงจัง  ปล่อยให้สื่อทำอะไรได้ตามใจ  จนดูเหมือนว่า สื่อจะมีอภิสิทธิจริงๆ</p>
<p>เมื่อมีคำถามในลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า  ผู้คนอาจเข้าใจจริงๆว่าสื่อมีอภิสิทธิเหนือผู้อื่น ทั้งๆที่ความจริงแล้ว สื่อทั้งในฐานะนิติบุคคลและปัจเจกบุคคลล้วนอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับนิติบุคคลและปัจเจกบุคคลอื่นๆ    สื่อมีสิทธิ์ที่จะถูกฟ้องร้องเอาผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิช  ประมวลกฎหมายอาญา และตามกฎหมายอื่นๆตามฐานความผิด  เมื่อสื่อถูกตัดสินว่าทำผิดก็ต้องรับโทษตามกฎหมายเช่นเดียวกัน แต่ทำไมสื่อจึงถูกมองว่ามีอภิสิทธิเหนือคนอื่น&#8230;<br />
<span id="more-726"></span><br />
การที่เป็นเช่นนี้ เพราะบทบาทหน้าที่ของสื่อนั่นเอง  แม้ตามทฤษฎีการสื่อสารกำหนดไว้ว่าหน้าที่พื้นฐานของสื่อจะมีอยู่ 4 อย่าง คือ ให้ข่าวสาร ให้ความรู้ ให้ความบันเทิง และการโฆษณาประชาสัมพันธ์  แต่หน้าที่ทั้ง 4 ของสื่อก็ต้องยืนอยู่บนข้อเท็จจริง นั่นคือ การสะท้อนข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาเพื่อประโยชน์แห่งสาธารณะ คือสังคมและประชาชน  ดังนั้น ข้อเท็จจริงที่สื่อสะท้อนออกมา  อาจเป็นการล่วงละเมิดในมุมมองผู้ได้รับความเสียหายจากข้อมูลข่าวสารนั้น สื่อจึงมีจรรยาบรรณในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร เพื่อกำกับการทำหน้าที่ให้อยู่ภายใต้ศีลธรรม จริยธรรม และกฎหมาย  หากผู้ที่ถูกกล่าวถึงคิดว่าตนได้รับความเสียหาย ถูกคุกคามจากสื่อ หรือถูกสื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง  เสนอข้อมูลอันเป็นเท็จ ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องเอาผิดกับสื่อได้  ดังปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ และมีคดีความเป็นจำนวนมากที่สื่อเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในศาล  ถูกปรับและถูกจำคุกตามฐานความผิด  โดยไม่มีอภิสิทธิแต่อย่างใด</p>
<p>ดังนั้น การตั้งข้อสงสัย หรือมีข้อสังเกตเรื่องอภิสิทธิของสื่อ  จึงอาจเกิดจากการเข้าใจผิดเพราะการทำหน้าที่ของสื่อ ในข้อการให้ข่าวสารและการให้ความรู้  ซึ่งการให้ความรู้นั้น ย่อมต้องรวมถึงการวิพากษ์ วิจารณ์ ติติง ชี้แนะ เอาไว้ด้วย</p>
<p><strong>สื่อหาได้มีอภิสิทธิเหนือองค์กรใดหรือบุคคลใดไม่ แต่สิ่งที่สื่อมีก็คือเอกสิทธิบางอย่างที่องค์กรหรือบุคคลอื่นอาจจะไม่มี</strong></p>
<p>เอกสิทธิก็คือ สิทธิจะได้รับการปกป้องหรือยกเว้นจากเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น สมาชิกรัฐสภามีเอกสิทธิคุ้มครองไม่ให้ถูกดำเนินคดีในช่วงสมัยประชุมสภา หรือ มีเอกสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและลงมติในสภาในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย โดยไม่ถูกบังคับจากใครหรือองค์กรใดรวมถึงพรรคการเมืองที่ตนสังกัด  เป็นต้น  สื่อก็มีเอกสิทธิในการเผยแพร่ข่าวสารได้โดยอิสระตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้  ใครจะบังคับสื่อให้เผยแพร่หรือไม่เผยแพร่ข่าวสารใดๆไม่ได้  นั่นคือเอกสิทธิที่เป็นข้อกำหนดโดยทั่วไป</p>
<p><strong>แต่สื่อมีเอกสิทธิบางอย่างที่พิเศษกว่าเอกสิทธิตามกฎหมายนั่นคือ เอกสิทธิที่ได้รับการปกป้องจากสาธารณชน</strong> เอกสิทธิดังกล่าวนี้ ไม่ได้กำหนดไว้ในกฎหมายใด ไม่มีใน ขนบธรรมเนียม ประเพณี  ของสังคม หากแต่เกิดขึ้นเพราะการทำหน้าที่ของสื่อที่ปกป้องผลประโยชน์ของสาธารณชน  เมื่อสาธารณชนเห็นว่าสื่ออยู่ข้างเดียวกับตน  เมื่อเกิดเหตุใดๆขึ้นกับสื่อ  สาธารณชนก็จะรวมตัวกันลุกขึ้นมาปกป้องสื่อ  เพื่อให้สื่อปลอดภัยจากการถูกคุกคาม เพื่อให้สื่อยังคงเป็นสื่อที่ทำหน้าที่เพื่อสาธารณชนต่อไป</p>
<p>กรณีดังกล่าวนี้อาจเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก  กรณีที่เกิดขึ้นในประเทศไทยที่เข้าข่ายเอกสิทธิข้อนี้ก็คือ  กรณีสื่อในเครือมติชนถูกซื้อกิจการโดยบริษัทแกรมมี่ผ่านตลาดหลักทรัพย์เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งถือว่าเป็นการคุกคามเพื่อครอบครองสื่อจากองค์กรธุรกิจที่ไม่ใช่สื่อสาธารณะ สาธารณชนจึงลุกขึ้นมาปกป้องโดยวิธีการต่างๆ  เพื่อให้สื่อรอดพ้นจาการถูกซื้อกิจการ เพราะไม่มั่นใจว่า เมื่อเปลี่ยนมือไปจากเจ้าของเดิมซึ่งเป็นคนทำสื่อมืออาชีพแล้ว  สื่อจะยังคงเป็นสื่อที่ทำหน้าที่เพื่อสาธารณชนอย่างเดิมหรือไม่  จนในที่สุดบริษัทแกรมมี่ก็ยกเลิกการซื้อหุ้น  สาธารณชนจึงสามารถปกป้องสื่อให้รอดพ้นจากการถูกซื้อ การปกป้องสื่อให้รอดพ้นจากการถูกซื้อในครั้งนี้ ก็คือการปกป้องผลประโยชน์ของสาธารณชนนั่นเอง</p>
<p>นี่คือตัวอย่างเอกสิทธิของสื่อที่ได้รับการปกป้องจากสาธารณชน  กรณีเช่นนี้ไม่ได้มีแค่เฉพาะสื่อเท่านั้น องค์กรที่ทำงานเพื่อสาธารณะอื่นๆก็มีโอกาสที่จะได้รับการปกป้องจากสาธารณชนในลักษณะนี้เช่นกัน</p>
<p><strong>ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คงพอจะมองเห็นได้ชัดเจนแล้วว่า สื่อไม่มีอภิสิทธ์แต่อย่างใด แต่มีเอกสิทธิที่จะได้รับการปกป้องจากสาธารณชนด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง  แต่การที่สื่อจะได้รับเอกสิทธิ์เช่นนี้ ย่อมต้องผ่านการทำงานโดยยึดมั่นในกฎหมาย จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ และผลประโยชน์แห่งสาธารณชนมาอย่างยาวนาน  เมื่อสาธารณชน ไว้วางใจ ศรัทธาและเชื่อมั่น ก็จะลุกขึ้นมาปกป้องสื่อเอง.</strong></p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=726&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_726" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/digital-media-enemy" title="สื่อยุคดิจิตอล: หรือถึงคราวหมาเฝ้าบ้านเจอศัตรูที่ลื่นไหลจริงๆ (14 May 2008)">สื่อยุคดิจิตอล: หรือถึงคราวหมาเฝ้าบ้านเจอศัตรูที่ลื่นไหลจริงๆ</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/thai-mass-media" title="ก้าวที่กล้าของสื่อมวลชนไทย : บทพิสูจน์การเป็นสื่อมวลชนที่แท้ (20 May 2009)">ก้าวที่กล้าของสื่อมวลชนไทย : บทพิสูจน์การเป็นสื่อมวลชนที่แท้</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-and-communications" title="ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ (29 February 2008)">ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ</a> (2)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-and-violent" title="เมื่อสื่อถูกใช้ปั้นน้ำเป็นตัว อะไรจะขึ้นกับคนและสังคม (7 May 2008)">เมื่อสื่อถูกใช้ปั้นน้ำเป็นตัว อะไรจะขึ้นกับคนและสังคม</a> (2)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/sayan-yodrak-and-media" title="วิวาทะ สายัณห์-ยอดรัก : สื่อทำหน้าที่เป็นพนักงานส่งเอกสารเท่านั้นหรือ? (22 March 2008)">วิวาทะ สายัณห์-ยอดรัก : สื่อทำหน้าที่เป็นพนักงานส่งเอกสารเท่านั้นหรือ?</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/media-right/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สื่อยุคดิจิตอล: หรือถึงคราวหมาเฝ้าบ้านเจอศัตรูที่ลื่นไหลจริงๆ</title>
		<link>http://blogologynet.com/digital-media-enemy</link>
		<comments>http://blogologynet.com/digital-media-enemy#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 May 2008 00:52:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[สื่อสารมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[การทำหน้าที่สื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[บทบาทของสื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[Media]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mediatalkblog.wordpress.com/?p=90</guid>
		<description><![CDATA[การเรียกขานสื่อว่าแมลงวันก็ดี หรือหมาเฝ้าบ้านก็ดี  ล้วนแต่มีความหมายในทางที่ดี สะท้อนการทำหน้าที่ของสื่อ นั่นคือ ในฐานะแมลงวัน เมื่อมีของเน่าเหม็นที่ไหน แมลงวันจะไปตอมที่นั่น  อันแสดงนัยให้เห็นว่า เมื่อมีเรื่องไม่ชอบมาพากล มีเรื่องไม่ดีไม่งามเกิดขึ้น สื่อจะต้องทำหน้าที่เสาะหาข้อเท็จจริงออกมาตีแผ่ให้สังคมรับรู้  เหมือนแมลงวันไปตอมของเน่าเหม็นให้คนรู้ว่ามีของเน่าเหม็นอยู่ที่นั่น ในฐานะหมาเฝ้าบ้าน  สื่อทำหน้าที่ส่งเสียงเตือนผู้คนอันเปรียบเสมือนเจ้าของบ้าน ให้รู้ว่ามีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นในสังคม  เหมือนหมาเฝ้าบ้านที่ส่งเสียงเห่าเตือนเจ้าของ เมื่อมีคนแปลกหน้ามาบ้าน  ซึ่งอาจจะเป็นโจรผู้ร้ายหรือผู้ไม่หวังดี  หากมีการบุกรุกเข้ามาโดยพละการ หมาเฝ้าบ้านก็ไล่กัดไล่งับเอาได้ เพื่อรักษาประโยชน์เจ้าของบ้าน
ดังนั้นศัตรูของหมาเฝ้าบ้าน หรือเจ้าของบ้านก็คือคนแปลกหน้า โจรผู้ร้าย คนไม่ดี ที่มุ่งหวังจะมาขโมยทรัพย์สินของเจ้าของบ้านนั่นเอง

บทบาทของสื่อจึงเป็นบทบาทที่สะท้อนข้อเท็จจริงของสังคม ปกปักรักษาผลประโยชน์สาธารณะ   ทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสาร ให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างถูกต้องตรงกับความเป็นจริง  สื่อจึงเป็นเครื่องมืออันสำคัญยิ่งของสังคม  คอยตรวจตราหาความไม่ชอบมาพากล  เมื่อเจอแล้วก็ส่งเสียงเตือนให้ผู้คนรู้ตัว เพื่อแก้ไขหรือป้องกันไม่ให้ความไม่ชอบมาพากลนั้นสร้างปัญหา  และในหลายกรณี สื่อเป็นหัวหอกในการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมอย่างขันแข็ง
ที่กล่าวมานั้น หากเปรียบเทียบกับสภาพการณ์ของสื่อในปัจจุบัน ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องเพ้อฝัน เป็นคำบอกเล่าในตำนาน นิทาน หรือเรื่องแต่ง  เพราะบทบาทของสื่อในปัจจุบันไม่ว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การเรียกขานสื่อว่าแมลงวันก็ดี หรือหมาเฝ้าบ้านก็ดี  ล้วนแต่มีความหมายในทางที่ดี สะท้อนการทำหน้าที่ของสื่อ นั่นคือ ในฐานะแมลงวัน เมื่อมีของเน่าเหม็นที่ไหน แมลงวันจะไปตอมที่นั่น  อันแสดงนัยให้เห็นว่า เมื่อมีเรื่องไม่ชอบมาพากล มีเรื่องไม่ดีไม่งามเกิดขึ้น สื่อจะต้องทำหน้าที่เสาะหาข้อเท็จจริงออกมาตีแผ่ให้สังคมรับรู้  เหมือนแมลงวันไปตอมของเน่าเหม็นให้คนรู้ว่ามีของเน่าเหม็นอยู่ที่นั่น ในฐานะหมาเฝ้าบ้าน  สื่อทำหน้าที่ส่งเสียงเตือนผู้คนอันเปรียบเสมือนเจ้าของบ้าน ให้รู้ว่ามีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นในสังคม  เหมือนหมาเฝ้าบ้านที่ส่งเสียงเห่าเตือนเจ้าของ เมื่อมีคนแปลกหน้ามาบ้าน  ซึ่งอาจจะเป็นโจรผู้ร้ายหรือผู้ไม่หวังดี  หากมีการบุกรุกเข้ามาโดยพละการ หมาเฝ้าบ้านก็ไล่กัดไล่งับเอาได้ เพื่อรักษาประโยชน์เจ้าของบ้าน</p>
<p>ดังนั้นศัตรูของหมาเฝ้าบ้าน หรือเจ้าของบ้านก็คือคนแปลกหน้า โจรผู้ร้าย คนไม่ดี ที่มุ่งหวังจะมาขโมยทรัพย์สินของเจ้าของบ้านนั่นเอง<br />
<span id="more-79"></span><br />
บทบาทของสื่อจึงเป็นบทบาทที่สะท้อนข้อเท็จจริงของสังคม ปกปักรักษาผลประโยชน์สาธารณะ   ทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสาร ให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างถูกต้องตรงกับความเป็นจริง  สื่อจึงเป็นเครื่องมืออันสำคัญยิ่งของสังคม  คอยตรวจตราหาความไม่ชอบมาพากล  เมื่อเจอแล้วก็ส่งเสียงเตือนให้ผู้คนรู้ตัว เพื่อแก้ไขหรือป้องกันไม่ให้ความไม่ชอบมาพากลนั้นสร้างปัญหา  และในหลายกรณี สื่อเป็นหัวหอกในการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมอย่างขันแข็ง</p>
<p>ที่กล่าวมานั้น หากเปรียบเทียบกับสภาพการณ์ของสื่อในปัจจุบัน ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องเพ้อฝัน เป็นคำบอกเล่าในตำนาน นิทาน หรือเรื่องแต่ง  เพราะบทบาทของสื่อในปัจจุบันไม่ว่า วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ อันเป็นสื่อกระแสหลัก ส่วนมากแล้วจะมีบทบาทในการให้ความบันเทิงและการโฆษณาประชาสัมพันธ์กิจกรรมของหมู่มนุษย์ มากกว่าที่จะทำหน้าที่แมลงวันหรือหมาเฝ้าบ้าน ฟาดฟันกับความไม่ชอบมาพากล ความไม่เป็นธรรมในสังคม ผิดกับสื่อสมัยก่อนเป็นอย่างยิ่ง</p>
<p>มีคนเคยวิเคราะห์ไว้ว่า ที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจาก ศัตรูของหมาเฝ้าบ้าน หรือศัตรูของสังคมในปัจจุบันนั้น  มีความแตกต่างจากสมัยก่อนเป็นอย่างมาก  ซึ่งในสมัยก่อนมีตัวตนชัดเจน  ขาวเป็นขาว ดำเป็นดำ  จึงทำให้สื่อมีเป้าหมายในการต่อสู้ฟาดฟันได้เต็มที่  ศัตรูที่ว่าก็ได้แก่  รัฐบาลเผด็จการที่ใช้อำนาจไม่เป็นธรรม เอารัดเอาเปรียบประชาชน สร้างความเหลื่อมล้ำในสังคม  การฉ้อราษฎร์บังหลวง  รวมไปถึงผู้มีอิทธิพล  การเอารัดเอาเปรียบของบรรดาพ่อค้านายทุนทั้งหลายต่อแรงงานและเกษตรกร  เป็นต้น  ซึ่งสื่อสามารถที่จะขุดคุ้ย ตีแผ่ ฟาดฟันความไม่ดีไม่งามดังกล่าวได้ตรงเป้า  การใช้อำนาจคุกคามบีบคั้นสื่อก็กระทำอย่างตรงไปตรงมา เช่น การสั่งปิดหนังสือพิมพ์ ปิดแท่นพิมพ์  สั่งจับกุมคุมขังคนทำสื่อ  ดังนั้น ในแง่ของการรับมือกับการคุกคาม สื่อก็สามารถเตรียมตัวรับมือได้  สรุปแล้ว ทั้งหมาเฝ้าบ้านและโจรเข้าบ้าน ต่างก็เห็นตัวกัน แยกแยะกันได้อย่างชัดเจน</p>
<p>แต่ในปัจจุบัน สิ่งเหล่านั้นได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว  โจรเข้าบ้านไม่ได้ปรากฏตัวอย่างชัดเจน  บางครั้งก็แปลงกายปะปนเข้ามากับคนในบ้าน  บางครั้งก็ปลอมตัวเป็นเจ้าบ้าน  หรือบางคราวคนที่เข้ามาอาศัยในบ้านกลายเป็นโจรเสียเอง  ทำให้หมาเฝ้าบ้านไม่สามารถแยกแยะโจรกับเจ้าของบ้านและคนในบ้านได้อย่างชัดเจนอีกต่อไป</p>
<p>การใช้อำนาจรัฐในการข่มขู่คุกคามสื่อก็ไม่ได้ใช้รูปแบบเดิมๆอีกแล้ว ปัจจุบันไม่มีการสั่งปิดสื่อ แท่นพิมพ์ หรือจับกุมคุมขังคนทำสื่ออีกแล้ว  หากแต่ใช้วิธีใหม่ในการข่มขู่คุกคาม  เช่น อาจใช้อำนาจผ่านหน่วยงานของรัฐที่มีงบประมาณในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ  ให้งดการสนับสนุนสื่อที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล หรือ วิธีการอื่นใดที่จะทำให้สื่อไม่สามารถต่อกรได้อย่างตรงๆ</p>
<p>การทุจริตคอรัปชั่นแม้จะเกิดขึ้นอย่างรุนแรง  แต่ก็ไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้ให้สื่อสามารถขุดคุ้ยออกมาตีแผ่ได้  และถึงแม้สื่อจะทำหน้าที่ตีแผ่เรื่องราวออกมาให้สังคมได้รับรู้  ผู้ที่กระทำการทุจริตก็มีวิธีการรับมือกับปัญหาได้อย่างดี มีกระบวนการโต้แย้งเพื่อล้างมลทินให้ตัวเองได้อย่างแนบเนียน กระบวนดังกล่าวนั้นก็รวมไปถึงการใช้สื่อตอบโต้สื่อ สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ตัวเอง</p>
<p>นี่อาจเรียกได้ว่า ศัตรูของหมาเฝ้าบ้านมีความลื่นไหล  เปลี่ยนสี แปลงกาย  ปรับพฤติกรรมให้เหมือนคนปกติหรือเจ้าของบ้านได้ใกล้เคียงขึ้นมาก  จนกระทั่งหมาเฝ้าบ้านไม่สามารถแยกแยะได้  หรือแยกแยะได้ก็ต่อเมื่อสายเกินไป เพราะโจรได้ยกเค้าทรัพย์สินในบ้านไปหมดแล้ว  แต่ก่อนโจรผู้ร้ายแสดงความเป็นศัตรูกับหมาเฝ้าบ้านโดยชัดเจน หาทางที่จะทำร้ายให้ตาย บาดเจ็บ หรือเข็ดหลาบ  แต่โจรในปัจจุบันอาจแสดงความเป็นมิตรกับหมาเฝ้าบ้าน  ทำให้การระแวดระวังลดน้อยลง</p>
<p>สื่อก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับหมาเฝ้าบ้าน  คือเจอกับสัตรูที่ลื่นไหล  บางครั้ง สื่อเองก็กลายเป็นเครื่องมือหรือกระบอกเสียงของบรรดาศัตรูที่ลื่นไหลไปโดยไม่รู้ตัว  เพราะนอกจากจะลื่นไหลแล้ว ศัตรูยังฉลาดหลักแหลม รู้ทันสื่อ จนสามารถใช้วิธีการ “ลับ ลวง พราง” ให้สื่อตกเป็นเครื่องมือได้โดยไม่ทันระวังตัวก็มี</p>
<p>ข้อนี้มองไปก็เห็นได้ไม่ยากนัก นั่นคือ สื่อทั้งหลายในปัจจุบัน ได้ตกเป็นเครื่องมือของนักการเมืองไปแล้ว  โดยนักการเมืองอาศัยการทำหน้าที่ของสื่อ ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลงานของตัวเอง  ทั้งๆที่หลายกรณีเห็นว่าสิ่งที่นักการเมืองพูดนั้นไม่เกิดประโยชน์อะไร ในหลายครั้งหลายคราว แม้นักการเมืองจะด่าสื่ออย่างรุนแรงแบบไม่เกรงใจ แต่สื่อก็ยังทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงอยู่เสมอๆ  โดยถ่ายทอดคำพูดเหล่านั้นแทบจะทุกคำ</p>
<p>หรือว่า ในยุคดิจิตอลนี้  ทั้งหมาเฝ้าบ้านและสื่อไทยจะเจอศัตรูที่ลื่นไหลเข้าจริงๆแล้ว?</p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=79&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_79" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-right" title="อภิสิทธิและเอกสิทธิของสื่อ (14 May 2008)">อภิสิทธิและเอกสิทธิของสื่อ</a> (1)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-and-communications" title="ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ (29 February 2008)">ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ</a> (2)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-and-violent" title="เมื่อสื่อถูกใช้ปั้นน้ำเป็นตัว อะไรจะขึ้นกับคนและสังคม (7 May 2008)">เมื่อสื่อถูกใช้ปั้นน้ำเป็นตัว อะไรจะขึ้นกับคนและสังคม</a> (2)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-massage-political-communications" title="ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่อ” และ “สาร” ทางการเมืองของประชาชน (29 February 2008)">ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่อ” และ “สาร” ทางการเมืองของประชาชน</a> (1)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-and-news-writing" title="บางถ้อยคำใน “ผู้จัดการ” เป็นสิ่งสมควรที่จะปรากฏใน “สื่อสาธารณะ” หรือไม่ (16 May 2008)">บางถ้อยคำใน “ผู้จัดการ” เป็นสิ่งสมควรที่จะปรากฏใน “สื่อสาธารณะ” หรือไม่</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/digital-media-enemy/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
