“โอเคเนชั่นบล็อก” ตัวอย่างกรณีศึกษา "ชุมชนนักข่าวพลเมือง”
บล็อก (Blog) ถูกเรียกว่าเป็น สื่อภาคพลเมือง (Citizen Journal) ผู้เขียนบล็อกหรือบล็อกเกอร์ (Blogger) เรียกว่า นักข่าวพลเมือง (Citizen Reporter) ซึ่งสื่อและนักข่าวภาคพลเมืองก็ทำหน้าที่เช่นเดียวกับสื่อและนักข่าวของสื่อหลัก อันได้แก่ หนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ ต่างกันแต่สื่อภาคพลเมืองนั้นทำหน้าที่ในฐานะปัจเจกบุคคลที่ไม่สังกัดองค์กรสื่อใดๆ
นักข่าวพลเมืองเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ส่งสาร โดยอาศัยบล็อกเป็นช่องทางการส่งสาร กระบวนการได้มาซึ่งสาร การแปลงสาร จนถึงการส่งสารนั้นควบคุมโดยคนๆเดียวเบ็ดเสร็จ ดังนั้นสารที่ส่งออกไปสู่ผู้รับจะมีคุณภาพเช่นไร เป็นประโยชน์หรือโทษแก่ผู้รับหรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับสำนึกของผู้ควบคุมกระบวนการผลิตข่าวสารของบล็อก ซึ่งก็คือบล็อกเกอร์นั่นเอง
จากหลักการดังกล่าวย่อมแสดงว่า บล็อกเป็นสื่อมวลชนชนิดหนึ่งและบล็อกเกอร์ก็เป็นนักสื่อสารมวลชนประเภทหนึ่ง จึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบไม่ต่างจากสื่อกระแสหลัก จรรยาบรรณของสื่อกระแสหลักมีอยู่เช่นไร สื่อพลเมืองก็ย่อมจะต้องมีเช่นนั่นด้วย แต่เพราะสื่อภาคพลเมืองเป็นสื่อของปัจเจกบุคคล จึงยากที่จะใช้จรรยาบรรณของสื่อมากำกับควบคุมได้ นอกจากจะเกิดจากสำนึกของนักข่าวภาคพลเมืองหรือบล็อกเกอร์เองเป็นสำคัญ
ในปัจจุบันสื่อภาคพลเมืองขยายตัวในเชิงประมาณเป็นอย่างมาก โดยมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นตามจำนวนของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต มีผู้ให้บริการพื้นที่สำหรับสร้างสื่อชนิดนี้มากมาย ทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเช่นกูเกิลที่ให้บริการในนามเว็บไซต์บล็อกเกอร์ (Blogger) หรือ บล็อกสป็อต (Blogspot.com) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ที่สุด รองลงมาได้แก่ เวิร์ดเพรส (Wordpress.com) ซึ่งทั้งสองแห่งให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย (รายอื่นๆก็ไม่คิดค่าใช้จ่ายเช่นกัน) ส่วนในประเทศไทยนั้นก็มีให้บริการหลายราย รวมถึงเครือเนชั่นที่เป็นกลุ่มบริษัทสื่อสารขนาดใหญ่รายหนึ่งของไทย ก็ให้บริการในนามโอเคเนชั่นบล็อก (OKnation.net)
การสร้างโอเคเนชั่นบล็อกขึ้นมานั้นเกิดขึ้นภายใต้แนวคิดสื่อภาคพลเมือง โดยมุ่งที่จะสร้างให้เป็นชุมชนของนักข่าวพลเมืองที่มีคุณภาพ มีความหลากหลาย ดังจะเห็นได้จากคำขวัญที่กำหนดไว้ว่า “ทุกคนเป็นนักข่าวได้” และโอเคเนชั่นบล็อกคือเวทีที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเป็นนักข่าวได้อย่างเท่าเทียมกัน บล็อกเกอร์ของโอเคเนชั่นบล็อกจึงมีแทบทุกสาขาอาชีพ รวมถึงนักข่าวในเครือเนชั่นและนักศึกษาด้านสื่อสารมวลชนก็เขียนบล็อกเป็นจำนวนมาก กระจายอยู่ในทุกพื้นที่ของประเทศ รวมถึงต่างประเทศ ต่างก็ทำหน้าที่สื่อภาคพลเมืองของตนอย่างสม่ำเสมอ
ดังนั้น โอเคเนชั่นบล็อกจึงกลายเป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ที่สร้างโดยนักข่าวพลเมือง ครอบคลุมเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม โดยข้อมูลดังกล่าวมีทั้งข้อมูลชั้นต้นที่มาจากแหล่งข้อมูลโดยตรง และข้อมูลชั้นสองหรือชั้นสามที่อ้างอิงมาจากแหล่งอื่น ทั้งเป็นข้อมูลดิบที่ยังไม่ได้แยกแยะวิเคราะห์วิจัยและข้อมูลที่ผ่านแยกแยะ การวิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจัย วิจารณ์โดยบล็อกเกอร์ผู้เป็นเจ้าของเรื่อง รวมถึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร และอ้างอิงกันในหมู่บล็อกเกอร์หรือนักข่าวพลเมืองด้วยกัน
จุดเด่นที่สุดของโอเคเนชั่นบล็อกก็คือ รูปแบบการนำเสนอของบรรดานักข่าวพลเมือง ของที่นี่ เป็นนำเสนอในรูปของข่าวและรายงานที่มีการวิเคราะห์ แยกแยะและวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นที่นำเสนอ การที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะบล็อกเกอร์จำนวนมากเป็นบุคคลที่อยู่ในสายอาชีพสื่อสารมวลชน หรืออาชีพที่เกี่ยวเนื่องกัน หรือเป็นกลุ่มคนที่ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อต่างๆอย่างเหนียวแน่น จึงทำให้สามารถสังเคราะห์สารที่ตนต้องการสื่อออกมาในรูปแบบข่าวหรือรายงานข่าวได้ใกล้เคียงกับที่นำเสนอผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วไป
ดังที่ทราบกันแล้วว่า บล็อกเกอร์หรือสื่อภาคพลเมืองคือการทำงานของปัจเจกบุคคลที่ไม่ได้สังกัดองค์กรใด แม้ในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องอยู่ภายใต้สังกัดองค์กรที่ตนทำงานอยู่ แต่ในฐานะสื่อภาคพลเมืองย่อมอยู่ในฐานะปัจเจกบุคคลไม่ว่าจะมาจากวิชาชีพใดรวมถึงวิชาชีพสื่อมวลชนเองด้วย การแสดงออกในฐานะสื่อภาคพลเมืองก็คือการแสดงอกในฐานะปัจเจกบุคคล ซึ่งธรรมชาติของปัจเจกบุคคลนั้นย่อมมีความเป็นตัวของตัวเองสูง แสดงออกโดยอิสระ ยิดติดในกฎเกณฑ์น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้สูงที่บล็อกเกอร์จะแสดงออกอย่างสุดโต่ง ใช้อิสรภาพเกินเลยขอบเขตของความเหมาะสม หากบล็อกเกอร์ผู้นั้นไร้จิตสำนึกที่ดี แต่บรรดาบล็อกเกอร์ของโอเคเนชั่นบล็อกต่างมีความรับผิดชอบสูง จึงปรากฏกรณีที่ส่งข้อมูลข่าวสารที่ไม่เหมาะสมน้อยมาก และภายใต้การกำกับดูแลของเว็บมาสเตอร์ของเว็บไซต์โอเคเนชั่น (OKnation.net) ที่ออกกฎกติกาการใช้งานให้สมาชิกปฏิบัติอย่างชัดเจน ซึ่งกฎดังกล่าวนั้นก็อาศัยกรอบของกฎหมายและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพของสื่อสารมวลชนมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติร่วมกัน ในกรณีที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมละเมิดกฎกติกาดังกล่าว เว็บมาสเตอร์สามารถลบเนื้อหานั้นออกจากระบบ จนถึงระงับสิทธิ์ในการใช้งานของบล็อกเกอร์ที่ทำผิดนั้นได้ทันที ซึ่งกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
โอเคเนชั่นบล็อกจึงสามารถใช้เป็นแหล่งศึกษาเกี่ยวกับสื่อภาคพลเมืองและผู้สื่อข่าวภาคพลเมืองได้อย่างดียิ่ง เหตุผลก็คือ ที่นี่คือแหล่งชุมนุมของนักข่าวพลเมืองที่หลากหลายและมีลักษณะเป็น “ชุมชนนักข่าวพลเมือง” ที่ชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่ง หากมีการศึกษาวิจัยตามหลักวิชาการอย่างแท้จริงแล้ว ย่อมจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพของสื่อภาคพลเมืองและนักข่าวภาคพลเมืองของไทย และจะเป็นการพิสูจน์ว่า หลักการที่โอเคเนชั่นวางไว้ว่า “ทุกคนเป็นนักข่าวได้” เกิดขึ้นจริงแล้วหรือไม่ อย่างไร
ขอฝากถึงนักวิชาการและนักวิจัยทั้งหลายไว้ในที่นี้ด้วย.

Leave a Reply