<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.8" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>BlogologyNet.com</title>
	<link>http://blogologynet.com</link>
	<description>บล็อกศาสตร์และสื่อมวลชนออนไลน์,ทฤษฎีบล็อก,การเขียนบล็อก,บล็อกเกอร์,สื่อมวลชนออนไลน์,นิเทศศาสตร์ออนไลน์,สื่อสารมวลชนออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Sat, 09 Jan 2010 14:27:25 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>8 ข้อผิดพลาดที่บล็อกเกอร์ทำบ่อย</title>
		<description>บล็อกมีองค์ประกอบหลายอย่าง ซึ่งนอกจากเนื้อหาแล้วยังมีเครื่องมือจัดวางเนื้อหาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้อ่าน บล็อกใดที่จัดวางเครื่องมือได้ดี มีความเหมาะสม ก็มีโอกาสที่จะยึดกุมจิตใจผู้อ่านให้ติดตามได้มากขึ้น บล็อกใดที่จัดวางเครื่องมือไม่เหมาะสม ผิดที่ผิดทาง ก็อาจจะทำให้ผู้อ่านไม่หวนกลับมาอ่านก็เป็นได้
บล็อเกอร์ทุกคนมีโอกาสที่จะทำผิดพลาด จนไม่สามารถดึงดูดผู้อ่านให้อยู่กับเนื้อหาได้ตามต้องการ ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบล้อกเกอร์อาจมองไม่เห็น หรือนึกไม่ถึงว่าจะเป็นข้อผิดพลาด ในเรื่องนี้ บล็อกเกอร์ผู้มีชื่อเสียงเข้าขั้น "กูรูบล็อก" ได้แนะนำไว้แตกต่างกันไปตามประสบการณ์ของตน หนึ่งในนั้นก็คือ แดเนียล สก็อกโก (Daniel Scocco) ผู้เขียนหนังสืออีบุคเรื่อง Make Money Blogging และเป็นเจ้าของบล็อก dailyblogtips.com


สก็อกโก (ขอเรียกว่า สก็อกโก ก็แล้วกัน ออกเสียงถูกต้องหรือไม่ก็ไม่อาจทราบได้) ชี้ให้เห็นถึงข้อผิดพลาดที่บล็อกเกอร์มักจะทำกันบ่อยๆเอาไว้ 8 ข้อ ได้แก่
1.ไม่มีกล่องค้นหา  กล่องค้นหาเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างหนึ่ง ช่วยให้ผู้อ่านใช้ค้นหาเรื่องที่ตนเองสนใจในบล็อกได้ทันที  ทั้งยังเป็นประตูพาท่องเที่ยว สำรวจตรวจตราเนื้อหาในบล็อกได้เป็นอย่างดี ซึ่งทุกคนก็คงเคยใช้งานกล่องค้นหานี้เป็นประจำอยู่แล้ว  หากขาดเจ้ากล่องนี้ไปการค้นเรื่องต่างๆต้องใช้เวลา  ในที่สุดก็คลิกไปหาที่บล็อกอื่น
2.ไม่มีบัญชีเรื่องย้อนหลัง ข้อนี้ก็เป็นเครื่องมือที่จำเป็นเช่นเดียวกัน ส่วนมากแล้วบัญชีเรื่องย้อนหลังจะจัดเรียงไว้ตามเดือนที่เผยแพร่ ทำให้สามารถค้นดูได้ว่าแต่ละเดือนมีเรื่องใดบ้างที่น่าสนใจ  ที่สำคัยก็คือ ...</description>
		<link>http://blogologynet.com/blogger-do-mistake</link>
			</item>
	<item>
		<title>หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 1</title>
		<description>สกุลศรี  ศรีสารคาม : เปิดเรียนเป็นสัปดาห์ที่สองในวิชา RT359 และ CA351 การสื่อสารมวลชนออนไลน์ ซึ่งเปิดเป็นพิเศษปีแรกที่คณะ เนื่องจากว่า เราเห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารออนไลน์ และการต่อยอดองค์ความรู้ด้านการผลิตรายการวิทยุและโทรทัศน์มาสู่สื่อออนไลน์

อย่าง ที่อาจทราบกันว่า สื่อออนไลน์นั้นกำลังเติบโต และ มีความสำคัญมาก ใครที่มีความรู้ความสามรถด้านนี้ ก็เหมือนเป็นอาวุธเสริมในการทำงานสื่อสารมวลชน แต่ในเมื่อเราเป็นคนสื่อ จะเพียงแค่ใช้เทคโนโลยีเป็นไม่ได้ จำเป็นต้องรู้ว่า การสื่อสารรูปแบบนี้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพควรทำอย่างไร และนั่นคือเป้าหมายของวิชานี้



เปิดเรียนเป็นสัปดาห์ที่สองในวิชา RT359 และ CA351 การสื่อสารมวลชนออนไลน์ ซึ่งเปิดเป็นพิเศษปีแรกที่คณะ เนื่องจากว่า เราเห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารออนไลน์ และการต่อยอดองค์ความรู้ด้านการผลิตรายการวิทยุและโทรทัศน์มาสู่สื่อออนไลน์

อย่างที่อาจทราบกันว่า สื่อออนไลน์นั้นกำลังเติบโต และ มีความสำคัญมาก ใครที่มีความรู้ความสามรถด้านนี้ ก็เหมือนเป็นอาวุธเสริมในการทำงานสื่อสารมวลชน แต่ในเมื่อเราเป็นคนสื่อ จะเพียงแค่ใช้เทคโนโลยีเป็นไม่ได้ จำเป็นต้องรู้ว่า การสื่อสารรูปแบบนี้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพควรทำอย่างไร และนั่นคือเป้าหมายของวิชานี้
หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์

เริ่ม ต้นเรียนกันด้วยเรื่องพื้นฐานให้เข้าใจความแตกต่างของสื่อออนไลน์ ลักษณะพิเศษเฉพาะตัวของการสื่อสารรูปแบบนี้ คือ นอกจาก จะสามารถเป็นเชิงลึกได้เหมือนที่หนังสือพิมพ์ทำ เพราะมีเนื้อที่ไม่จำกัดและมีลักษณะของการเชื่อมต่อข้อมูลไม่มีวันจบ ทำให้สามารถให้ข้อมูลที่ลึก กว้าง และรอบด้านได้ ...</description>
		<link>http://blogologynet.com/the-principle-of-online-journalism-01</link>
			</item>
	<item>
		<title>หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 2</title>
		<description>

สกุลศรี  ศรีสารคาม : สื่อออนไลน์ จะทำสื่อให้ดี มีเรื่องต้องคำนึงหลักๆ อยู่ 5 ข้อ ได้แก่ ทำยังไงให้กระชับ รับง่าย เข้าใจดี, ทั้งตัวคนผลิตและสื่อที่ทำต้องสามารถดัดแปลง ปรับเปลี่ยนเพื่อตอบสนองความต้องการของคนใช้อินเตอร์เน็ตได้, จะเขียนอะไรก็ควรให้อ่านได้ง่าย แค่สแกนตาผ่านก็รู้อะไรคืออะไร, อย่าลืมการสื่อสารสองทาง สร้างปฏิสัมพันธ์ และเปิดโอกาสให้ผู้รับสารมีอำนาจควบคุมสิ่งที่ต้องการรับด้วย, และสุดท้าย ให้ความสำคัญกับชุมชนให้มีส่วนร่วมในการสื่อสารร่วมกัน ตลอดจนเป็นช่องทางในการสร้างการสนทนาที่ต่อเนื่องในเรื่องต่างๆ



สั้น กระชับ ได้ใจความ คือสื่อออนไลน์ที่ดี (Brevity)

กล่าว เช่นนี้ก็คงไม่ผิด เพราะลักษณะของผู้รับสารสื่อออนไลน์นั้นมีลักษณะที่ ต้องการหาข้อมูล หรือ หาคำตอบเรื่องใดสักอย่าง และไม่ต้องการเสียเวลาในการอยู่หน้าจอเป็นเวลานานเกินไป ดังนั้น คนทำสื่อก็ต้องคิดว่า จะทำอย่างไรให้สั้น กระชับ ได้ใจความ ไม่ใช่หมายถึงบทความ หรือ ข่าวเท่านั้น แม้แต่ Podcast หรือ Video ก็ควรยึดหลักนี้ไว้เช่นกัน

วิธีการทำให้สื่อออนไลน์สั้น กระชับ ได้ใจความนั้น สามารถทำได้ด้วยวิธี

1. แบ่งเรื่องเป็นก้อนๆ ...</description>
		<link>http://blogologynet.com/the-principle-of-online-journalism-02</link>
			</item>
	<item>
		<title>หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 3</title>
		<description>

สกุลศรี ศรีสารคาม : สองตอนที่แล้ว พูดถึงหลักของการสื่อสารออนไลน์ ทั้งลักษณะของผู้รับสาร  ผู้ส่งสาร สาร รวมถึงธรรมชาติของสื่อออนไลน์ในลักษณะ “Brevity” และ “Adapability”  กันไปแล้ว คราวนี้มาดูหลักการของการสื่อสารมวลชนออนไลน์กันต่อในเรื่อง  “Scannability”หรือ “การกวาดสายตาอ่านได้”

เนื่องจากสื่อออนไลน์มีธรรมชาติที่คนอ่านไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ  หรือต้องใช้เวลากับสิ่งหนึ่งนานๆ ดังนั้น  เมื่อเข้ามาเพื่ออ่านข้อความสักหนึ่งข้อความ ผู้อ่านต้องการทราบโดยรวดเร็วว่า  บทความหรือเนื้อหาที่นำเสนอเกี่ยวกับอะไร มีเรื่องอะไรที่เขาจะอ่านในบทความได้บ้าง  โดยลักษณะการอ่านก็คือ “การกวาดสายตา”


กวาดตา..ฉันก็เจอว่าจะอ่านอะไร
วิธีการทำให้อ่านง่านหรือ Scannability นั้น ก็สามารถทำได้ด้วย  วิธีการเขียน (รออ่านต่อได้ในเรื่อง  “หลักการเขียนเพื่อสื่อออนไลน์ ซึ่งจะเขียนอธิบายต่อโดยละเอียดใน Blog ต่อไป)

เช่น การเขียนหนึ่งความคิดต่อหนึ่งย่อหน้า การมีหัวข้อย่อยเพื่อแบ่งความคิด  แบ่งเนื้อหาเป็นส่วนๆ มีรูปภาพประกอบ การใช้ keyword และการเน้นข้อความ ...</description>
		<link>http://blogologynet.com/the-principle-of-online-journalism-03</link>
			</item>
	<item>
		<title>รู้จักบล็อกที่สอนหาเงินผ่านบล็อก</title>
		<description>การหาเงินผ่านบล็อกนับเป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนจำนวนหนึ่งไปแล้วในบัดนี้  ซึ่งรายได้ก็มีตั้งแต่พอเลี้ยงตัวได้ไปจนถึงรวยหลักแสนหลักล้าน ก็มี กลายเป้นอาชีพอย่างหนึ่งที่คนผู้ไม่ชอบระบบแบบแผนขององคืกร ได้ยึดถือเอาเป็นแหล่งทำมาหากินอย่างเป็นล่ำเป็นสัน โดยเฉพาะฝรั่งตั้งโตทั้งหลาย

ในทีนี้จะขอแนะนำสัก 2 บล็อก ซึ่งเป็นบล็อกที่ให้ความรู้ เทคนิค ต่างๆในการทำมาหากินผ่านบล็อกหรือผ่านอินเตอร์เน็ต โดยเจ้าของบล็อกเป็นผู้เชี่ยวชาญในการหาเงินผ่านบล็อกโดยตรง เขียนหนังสือเผยแพร่มาแล้ว ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีในหมู่ผู้หากินทางอินเตอร์เน็ต


บล็อกแรกคือ  digitalmoneylife.com เจ้าของคือ อนุชา ลีวรกุล ชื่อนี้คงไม่ต้องแนะนำในหมุ่ผุ้หาเงินทางอินเตอร์เน็ต เพราะอนุชานับได้ว่าเป็นตัวจริงเสียงจริงคนหนึ่ง เขียนหนังสืออกมาหลายเล่ม ทั้งเรื่องเกี่ยวกับการทำ seo การหาเงินจากบล็อก การขายสินค้ากับเว็บไซต์อเมซอน หนังสือทำบล็อกด้วย Wordpress ก็มี ล่าสุดมีการขายข้อมูลแนะนการหาเงินวันละ 100 เหรียญให้ผู้สนใจทางหน้าบล็อกด้วย

บล็อก  digitalmoneylife.com ให้ข้อมูลการหาเงินผ่านอินเตอร์เน็ตมากมายหลายสถาน ทั้ง google adsense ทั้งขายของกับ amazon ทั้งทำการค้าในระบบ affiliate ที่มีอยู่มากมาย เช่น hotel affiliate และ AutoBlog ที่เขาบล็อกว่าเป็นแหล่งทำเงินที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง สิ่งที่อนุชาให้ไว้ในบล็อกนั้น อันประกอบด้วยเทคนิค วิธีการ ...</description>
		<link>http://blogologynet.com/to-know-blog-to-make-money</link>
			</item>
	<item>
		<title>ย้ายโฮสต์ใหม่ ช่วยแจ้งผลการเข้าใช้ด้วยครับ</title>
		<description>เพิ่งย้ายเข้าใช้โฮสต์ใหม่ ย้ายจากโฮสต์ไทยไปนอก  เนื่องจากโฮสต์เดิมที่ใช้อยู่เข้าจากเมืองนอกได้ช้ามาก  ช้ามากจนถึงช้าที่สุดและโหลดหน้าไม่ได้เลยก็มี ตอนไปต่างประเทศจะเข้าดูก็ไม่ได้ ลองให้เพื่อนๆที่อยู่ทางยุโรปทดสอบดูก็เป็นเหมือนกัน

ขอรบกวนท่านที่เข้ามาในช่วงนี้ช่วยแจ้งด้วยนะครับว่า มีปัญหาเรื่องโหลดช้า หรือไม่ อย่างไร หรือปัญหาอื่นๆอีกหรือไม่ จะได้แก้ไขปรับปรุงให้ใช้งานได้ดีขึ้นครับ

ขอความกรุณาแจ้งผลการใช้งานไว้ที่กล่องแสดงความคิดเห็นข้างล่างนี้ด้วยครับ

ขอบคุณครับ

โกศล อนุสิมThai Share This
 </description>
		<link>http://blogologynet.com/new-host</link>
			</item>
	<item>
		<title>ข้อสงสัยเรื่อง Google Page Rank กับบล็อกใหม่</title>
		<description>
สิ่งที่คนทำบล็อกปรารถนาประการหนึ่งก็คือ Google Page Rank  ที่จะนำไปสู่ประโยชน์ในหลายด้าน โดยเฉพาะบรรดาบล็อกเกอร์ที่เน้นการทำอันดับการค้าหาในเว็บไซต์ค้นหาสำคัญๆอย่างกูเกิล, ยาฮู, บิง (หรือชื่อเดิมคือ Live Search)  ที่เรียกกันว่า SEO (Search Engine Optimization) หากมีอันดับใน Google Page Rank  สูงโอกาสที่คนจะค้นพบในหน้าค้นหาก็สูง ผลที่ตามมาก็คือ หากเป็นบล็อกการค้าโอกาสที่คนจะซื้อสินค้าผ่านหน้าเว็บก็มากขึ้น สำหรับเว็บที่ให้บริการด้านต่างๆ ก็จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น

นั่นเป็นหลักการเบื้องต้นของอันดับ Google Page Rank กับ SEO นี่เป็นการอธิบายให้ผู้ยังไม่รู้ได้รับรู้พอสังเขป ส่วนผู้ที่รู้แล้วในระดับเซียนเหยียบเมฆก็ขอความกรุณาอย่าเบื่อไปเสียก่อนนะครับ



ตอนนี้ผมมีความสงสัยเรื่องอันดับ Page Rank เกิดขึ้น อันเนื่องมาจากได้ทำบล็อกใหม่เมื่อไม่นานมานี้  ปรากฏว่าเมื่อใช้บราวเซอร์ไฟร์ฟอกซ์เปิดดูเห็นมีอันดับ PR ด้วยทำให้เกิดความสงสัย จึงนำไปตรวจสอบซ้ำด้วยเครื่องมือตรวจสอบจากเว็บที่ให้บริการตรวจสอบ PR ผลออกมาก็ตรงกัน

บล็อกที่ทำใหม่ที่ปรากฏอันดับ PR  คือ  ...</description>
		<link>http://blogologynet.com/a-question-of-google-page-rank</link>
			</item>
	<item>
		<title>สื่อมวลชนออนไลน์: จะเป็น Gatekeeper หรือ Gateway ของข้อมูลข่าวสาร</title>
		<description>
บทบาทของสื่อออนไลน์คือเว็บไซต์ข่าวต่างๆในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารนับวันแต่จะเพิ่มมากขึ้น  และมีอิทธิพลต่อการรับรู้ของผู้คนที่เข้าถึงสื่อชนิดนี้เป็นจำนวนมาก  จนเรียกได้ว่าสื่อออนไลน์ในปัจจุบันนี้ ได้กลายเป็นสื่อสารมวลชนแขนงหนึ่ง คือ สื่อสารมวลชนออนไลน์ (Online Journal) โดยสมบูรณ์แล้ว
ความรวดเร็วของข้อมูลข่าวสารเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนนิยมรับรู้ข่าวสารจากสื่อออนไลน์   โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ข่าวที่เปิดให้ผู้อ่านมีส่วนร่วมในการเสนอข่าวสารในลักษณะเป็น ผู้สื่อข่าวภาคพลเมือง (Citizen Reporter) ที่สามารถส่งข่าวหรือข้อมูลได้โดยอิสระนั้น  ยิ่งทำให้การไหลเวียนของข้อมูลข่าวสารเพิ่มความรวดเร็วขึ้น
แต่การเพิ่มขึ้นของข้อมูลข่าวสารในลักษณะดังกล่าว แม้จะมีความรวดเร็วตอบสนองความต้องการในการรับรู้ข่าวสารใหม่ล่าสุดทันเหตุการณ์ของผู้อ่านได้  แต่ข้อเสียก็คือ  ข้อมูลข่าวสารเหล่านั้นขาดการกลั่นกรอง ตรวจสอบ  ว่ามีความเป็นจริงเพียงใดหรือไม่  ทำให้เสี่ยงต่อการคลาดเคลื่อนของข้อมูลข่าวสาร ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิด จนอาจนำไปสู่ความเสียหายอย่างหนึ่งอย่างใดขึ้นได้  ซึ่งเท่าที่ผ่านมา ก็เกิดความเสียหายจากข้อมูลข่าวสารที่ไม่ตรงความเป็นจริงขึ้นมาแล้ว ซึ่งจะขอยกตัวอย่างมาประกอบสัก 2 กรณี คือ

กรณีแรก  ข่าวการเสียชีวิตของสตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทแอปเปิล ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านคอมพิวเตอร์ของสหรัฐเสียชีวิต  โดยข่าวนี้ถูกเผยแพร่ในเว็บไซต์ข่าวไอรีพอร์ต (iReport.com) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข่าวในลักษณะเป็นสื่อภาคพลเมือง ...</description>
		<link>http://blogologynet.com/online-media-is-katekeeper-or-gateway</link>
			</item>
	<item>
		<title>จรรยาบรรณของบล็กเกอร์ในการนำบทความของผู้อื่นไปเผยแพร่</title>
		<description>บล็อกเกอร์หลายๆคนคงเคยเห็นบทความของตนถูกนำไปเผยแพร่ต่อในบล็อกต่างๆ  ทั้งโดยการยกไปทุกตัวอักษร และตัดตอนไปเฉพาะบางย่อหน้า  โดยไม่มีการอ้างอิงและให้เครดิตแต่อย่างใด

เมื่อเป็นเช่นนี้เชื่อแน่ว่าบล็อกเจ้าของเรื่องคงเกิดความรู้สึกไม่ดี เพราะบทความที่ตนเขียนขึ้นนั้น ผ่านการค้นคว้า ครุ่นคิด ลงมือเขียน  ขัดเกลาแก้ไข  กว่าจะได้บทความเรื่องหนึ่งย่อมใช้กำลังและสติปัญญาไปไม่น้อย ยังไม่รวมถึงมีสิทธิอันชอบธรรมในการเป็นเจ้าของบทความตามกฎหมายลิขสิทธิ์ โดยไม่ต้องนำไปขึ้นทะเบียนแต่อย่างใด เพราะกฎหมายลิขสิทธิ์กำหนดให้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์วรรณกรรมนั้นโดยอัตโนมัติ



บทความของผมที่เผยแพร่ตามสื่อและบล็อกต่างๆ  ได้ถูกนำไปเผยแพร่ต่อไม่น้อย  โดยผู้ที่เห็นว่าเป็นเรื่องดี มีประโยชน์สำหรับคนอื่นๆ ซึ่งผมยินดีที่จะให้นำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ห้ามหวง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีว่า ผู้นำไปเผยแพร่ต่อนั้นมีจรรยาบรรณและมารยาทที่ดี โดยได้อ้างอิงที่มาและทำใส่ลิงก์กลับมาให้  จึงขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

แต่มีบ้างที่บทความปรากฏในบล็อกอื่นโดยไม่มีที่มาที่ไป ทำให้เข้าใจว่าเป็นบทความของบล็อกเกอร์ผู้เป็นเจ้าของบล็อก หากผู้อ่านได้อ่านบทความในบล็อกนั้นก่อน แล้วมาอ่านบทความที่บล็อกซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องที่แท้จริงทีหลัง อาจเข้าใจผิดได้ว่า ได้ลอกเอาบทความจากบล็อกนั้นมา เพราะไม่ได้สังเกตวันเวลาที่เผยแพร่ว่าที่ใดก่อนและหลัง

ด้วยเหตุนี้ จึงได้เสนอจรรยาบรรณในเรื่องการนำบทความของผู้อื่นไปเผยแพร่ต่อ ให้แก่บล็อกเกอร์ทั้งหลายได้พิจารณา  เพื่อเป็นการเคารพและให้เกียรติแก่กันและกัน รวมถึงการปฏิบัติตามกำหมายลิขสิทธิ์ด้วย ดังนี้

1. ในกรณีนำบทความของผู้อื่นไปเผยแพร่ทั้งบทความ  ต้องให้เครดิตด้วยการเกริ่นนำ หรือหมายเหตุท้ายเรื่อง ว่าเป็นบทความของผู้ใด  เผยแพร่ที่ใด  และใส่ลิงก็กลับไปที่บทความนั้นโดยตรง หรือที่บล็อกนั้นก็ได้ ...</description>
		<link>http://blogologynet.com/things-do-and-do-not-for-blogger</link>
			</item>
	<item>
		<title>Online Journalism : นิเทศศาสตร์ออนไลน์ คืออะไร</title>
		<description>
นิเทศศาสตร์ออนไลน์ หรือ Online Journalism (อาจเรียกได้ว่า วารสารศาสตร์ออนไลน์ หรือ สื่อมวลชนออนไลน์ โดยมีความหมายนัยเดียวกัน)  อาจจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทย แต่เป็นเรื่องที่ฝรั่งชาติตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐอเมริการู้จักกันอย่างแพร่หลายแล้ว
นิเทศศาสตร์ออนไลน์ หรือสื่อสารมวลชนออนไลน์  ศึกษาเรื่องการสื่อสารผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ที่มีเว็บไซต์และบล็อกเป็นแหล่งเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร  เช่นเดียวกับสื่อมวลชนกระแสหลักคือ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ และ โทรทัศน์  โดยหลักการแล้ว  กระบวนการสื่อสารของนิเทศศาสตร์ออนไลน์หรือสื่อสารมวลชนออนไลน์  ก็เป็นเช่นเดียวกับการสื่อสารผ่านสื่ออื่นๆ  คือ มีผู้ส่งสาร ผู้รับสาร สาร และช่องทางการสื่อสาร นั่นเอง

แต่การสื่อสารแต่ละประเภทมีองค์ประกอบเฉพาะของตน  มีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกัน  นิเทศศาสตร์ออนไลน์ก็เช่นกัน  ดังนั้น การศึกษากระบวนการสื่อสารของนิเทศศาสตร์ออนไลน์จึงเป็นศาสตร์อีกแขนงหนึ่งที่เกิดมาพร้อมกับนวัตกรรมการสื่อสารที่เรียกกันว่าอินเตอร์เน็ต ซึ่งประกอบด้วยเว็บไซต์และบล็อกจำนวนนับไม่ถ้วน  เป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดสารสู่ผู้ เช่นเดียวกับหนังสือพิมพ์ สถานีวิทยุ หรือสถานีโทรทัศน์



ในประเทศตะวันตกมีการใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตอย่างกว้างขวาง  ทั้งด้านความบันเทิง ...</description>
		<link>http://blogologynet.com/online-journal</link>
			</item>
</channel>
</rss>
