<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BlogologyNet.com</title>
	<atom:link href="http://blogologynet.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blogologynet.com</link>
	<description>บล็อกศาสตร์และสื่อมวลชนออนไลน์,ทฤษฎีบล็อก,การเขียนบล็อก,บล็อกเกอร์,สื่อมวลชนออนไลน์,นิเทศศาสตร์ออนไลน์,สื่อสารมวลชนออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Sun, 11 Jul 2010 03:32:48 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ข่าวงานประกวดบล็อกแห่งปีโดยโอเคเนชั่น</title>
		<link>http://blogologynet.com/thailand-blog-award-contest-2010</link>
		<comments>http://blogologynet.com/thailand-blog-award-contest-2010#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Jul 2010 15:34:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[สารพันข่าวบล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[ประกวดบล็อกแห่งปี]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยแลนด์ บล็อก อวอร์ด2010]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blogologynet.com/?p=1012</guid>
		<description><![CDATA[ข่าวจากหนังสือพิมพืกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ เรื่องจัดประกวดบล็อกแห่งปี โดยให้บล็อกเกอร์หรือผู้อ่านทั่วไปส่งบล็อกเข้าประกวด โดยอเคเนชั่น ผนึกกำลัง 2 เว็บใหญ่ เอ็กซ์ทีนดอทคอม และบล็อกแก๊งค์ เครือพันทิปดอทคอม จัด &#8220;ไทยแลนด์ บล็อก อวอร์ด2010&#8243; ชิงถ้วย ก.ไอซีที พร้อมเงินรางวัล หวังหนุนเนื้อหาดีดี ๆ บนบล็อก 
ผู้สนใจอ่านรายละเอียดตามลิงก์นี้ >> โอเคเนชั่นผนึก 2เว็บใหญ่จัดประกวดบล็อกแห่งปี
Thai Share This

	เรื่องในหมวดเดียวกัน
	
	แตกบล็อกออกไปเป็น &#8220;สื่อและสาร&#8221; (0)


]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ข่าวจากหนังสือพิมพืกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ เรื่องจัดประกวดบล็อกแห่งปี โดยให้บล็อกเกอร์หรือผู้อ่านทั่วไปส่งบล็อกเข้าประกวด โดยอเคเนชั่น ผนึกกำลัง 2 เว็บใหญ่ เอ็กซ์ทีนดอทคอม และบล็อกแก๊งค์ เครือพันทิปดอทคอม จัด &#8220;ไทยแลนด์ บล็อก อวอร์ด2010&#8243; ชิงถ้วย ก.ไอซีที พร้อมเงินรางวัล หวังหนุนเนื้อหาดีดี ๆ บนบล็อก </p>
<p>ผู้สนใจอ่านรายละเอียดตามลิงก์นี้ >> <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20100708/341916/%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B8%81-2%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B5.html">โอเคเนชั่นผนึก 2เว็บใหญ่จัดประกวดบล็อกแห่งปี</a></p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=1012&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_1012" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/launching-media-blog" title="แตกบล็อกออกไปเป็น &#8220;สื่อและสาร&#8221; (21 June 2010)">แตกบล็อกออกไปเป็น &#8220;สื่อและสาร&#8221;</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/thailand-blog-award-contest-2010/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แตกบล็อกออกไปเป็น &#8220;สื่อและสาร&#8221;</title>
		<link>http://blogologynet.com/launching-media-blog</link>
		<comments>http://blogologynet.com/launching-media-blog#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Jun 2010 15:38:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[สารพันข่าวบล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[การสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสารมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[Media Blog]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blogologynet.com/?p=1009</guid>
		<description><![CDATA[ผมได้แยกเนื้อหาเกี่ยวกับสื่อสารมวลชนและนิเทศศาสตร์ ที่แทรกอยู่ใน blogologynet.comออกไปเป็นบล็อกสำหรับการสื่อสารโดยเฉพาะ คือ สื่อและสาร Thaimediaobserver.com เพื่อไม่ให้ปะปนกัน ง่ายแก่การค้นคว้าและใช้งานของผู้ที่สนใจด้านสื่อสารมวลชนซึ่งเป็นสื่อกระแสหลัก อาจมีเนื้อหาเกี่ยวกับบล็อกอยู่บ้าง ในกรณีที่พาดพึงถึงบล็อกกับสื่อมวลชน 
เนื้อหาเริ่มแรกของสื่อและสารก็ได้ยกเอาส่วนเฉพาะเรื่องสื่อมวลชนไปจาก blogologynet.com นี้เอง ผมได้ทำลิงก์เชื่อมโยงกันไว้ทั้งสองบล็อก  สามารถเข้าหาข้อมูลระหว่างสองบล็อกได้โดยสะดวก ดูที่ Blogroll ด้านขวามือนะครับ
ขอเชิญไปเยี่ยมชมได้ และขอขอบคุณที่เข้ามาใช้บริการ หากมีคำแนะนำใดก็ให้ไว้ด้วยนะครับ
ขอขอบคุณ
โกศล อนุสิม
Thai Share This

	เรื่องในหมวดเดียวกัน
	
	พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กราบแผ่นดิน : การใช้สื่อของมือระดับเทพ (0)
	ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ (2)
	เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข (4)
	หลุมพรางดักสื่อของสมัคร สุนทรเวช (0)
	หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 3 (0)


]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมได้แยกเนื้อหาเกี่ยวกับสื่อสารมวลชนและนิเทศศาสตร์ ที่แทรกอยู่ใน <a href="http://blogologynet.com">blogologynet.com</a>ออกไปเป็นบล็อกสำหรับการสื่อสารโดยเฉพาะ คือ สื่อและสาร <a href="http://thaimediaobserver.com">Thaimediaobserver.com</a> เพื่อไม่ให้ปะปนกัน ง่ายแก่การค้นคว้าและใช้งานของผู้ที่สนใจด้านสื่อสารมวลชนซึ่งเป็นสื่อกระแสหลัก อาจมีเนื้อหาเกี่ยวกับบล็อกอยู่บ้าง ในกรณีที่พาดพึงถึงบล็อกกับสื่อมวลชน </p>
<p>เนื้อหาเริ่มแรกของสื่อและสารก็ได้ยกเอาส่วนเฉพาะเรื่องสื่อมวลชนไปจาก <a href="http://blogologynet.com">blogologynet.com</a> นี้เอง ผมได้ทำลิงก์เชื่อมโยงกันไว้ทั้งสองบล็อก  สามารถเข้าหาข้อมูลระหว่างสองบล็อกได้โดยสะดวก ดูที่ Blogroll ด้านขวามือนะครับ</p>
<p>ขอเชิญไปเยี่ยมชมได้ และขอขอบคุณที่เข้ามาใช้บริการ หากมีคำแนะนำใดก็ให้ไว้ด้วยนะครับ</p>
<p>ขอขอบคุณ<br />
โกศล อนุสิม</p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=1009&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_1009" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/taksin-chinnawatra-and-media" title="พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กราบแผ่นดิน : การใช้สื่อของมือระดับเทพ (29 February 2008)">พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กราบแผ่นดิน : การใช้สื่อของมือระดับเทพ</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-and-communications" title="ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ (29 February 2008)">ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ</a> (2)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/jakkapop-and-communication-fail" title="เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข (21 May 2008)">เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข</a> (4)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/samak-and-media" title="หลุมพรางดักสื่อของสมัคร สุนทรเวช (26 June 2008)">หลุมพรางดักสื่อของสมัคร สุนทรเวช</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/the-principle-of-online-journalism-03" title="หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 3 (26 August 2009)">หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 3</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/launching-media-blog/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อย่าตกเป็นเหยื่อข่าวสาร</title>
		<link>http://blogologynet.com/information-consideration</link>
		<comments>http://blogologynet.com/information-consideration#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Apr 2010 00:26:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องพิเศษ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blogologynet.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b2</guid>
		<description><![CDATA[ในสภาวะบ้านเมืองที่กำลังวุ่นวายในขณะนี้  มีข้อมูลข่าวสารเป็นจำนวนมากไหลเวียนผ่านสื่อต่าง ๆ สู่การรับรู้ของผู้คน  โดยเฉพาะสื่ออินเตอร์เน็ตทั้งบล็อก เว็บไซต์ข่าว และเว็บไซต์โซเชียลมีเดีย ทั้งหลายนั้น มีข่าวสารที่ไม่มีการตรวจสอบยืนยันเผยแพร่เป็นจำนวนมาก  จึงไม่สามารถรู้ได้ว่า ข่าวสารใดเป็นจริง ข่าวสารใดเป็นเท็จ 
	สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากก็คือ มีถ้อยคำในลักษณะปลุกปั่นยุยงให้คนเกลียดชังจนพร้อมจะทำลายและทำร้ายกันเผยแพร่อย่างเสรีตามเว็บไซต์ต่าง ๆ  และนับวันแต่จะมีปริมาณมากและรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ  จนอาจเรียนได้ว่า มีการใช้ความรุนแรงผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตกันอย่างไร้ขีดจำกัดแล้ว เหลือเพียงแต่จะเกิดขึ้นจริงบนท้องถนนเมื่อใดเท่านั้นเอง

	ณ ปัจจุบันนี้ สื่ออิเล็คโทรนิค หรือสื่อสมัยใหม่ ซึ่งก็คืออินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งที่แพร่กระจายข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็วที่สุดโดยไม่มีการตรวจสอบ  และผู้ใช้อินเตอร์เน็ตก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นตลอดเวลา  ดังนั้น  อินเตอร์เน็ตจึงกลายเป็นดาบสองคม  มีทั้งคนดีและคนไม่ดีนำไปใช้  จึงมีผู้รับข่าวสารตกเป็นเหยื่อของคนไม่ดีอยู่เสมอ ๆ
วิจารณญาณของผู้รับข้อมูลข่าวสารจึงเป็นเรื่องสำคัญ  ควรจะต้องใช้ปัญญาพิจารณาอย่างรอบด้านและจริงจังก่อนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ  หากใช้อารมณ์ก็อาจจะคล้อยตามคำชักจูง ชักชวน ไปเข้าร่วมกิจกรรมที่อาจจะเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น
เมื่อจะรับข้อมูลข่าวสารจากสื่ออินเตอร์เน็ตเมื่อใด  ควรต้องเตือนตนทุกครั้งว่า ระวังจะตกเป็นเหยื่อข่าวสาร  ต้องพิจารณาด้วยสติปัญญาเพื่อจะได้ประโยชน์สูงสุดแก่ตนและคนอื่น.
Thai Share This

	เรื่องในหมวดเดียวกัน
	
	ไม่มีเรื่องในหมวดเดียวกัน เชิญอ่านเรื่องอื่นๆครับ
	

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในสภาวะบ้านเมืองที่กำลังวุ่นวายในขณะนี้  มีข้อมูลข่าวสารเป็นจำนวนมากไหลเวียนผ่านสื่อต่าง ๆ สู่การรับรู้ของผู้คน  โดยเฉพาะสื่ออินเตอร์เน็ตทั้งบล็อก เว็บไซต์ข่าว และเว็บไซต์โซเชียลมีเดีย ทั้งหลายนั้น มีข่าวสารที่ไม่มีการตรวจสอบยืนยันเผยแพร่เป็นจำนวนมาก  จึงไม่สามารถรู้ได้ว่า ข่าวสารใดเป็นจริง ข่าวสารใดเป็นเท็จ </p>
<p>	สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากก็คือ มีถ้อยคำในลักษณะปลุกปั่นยุยงให้คนเกลียดชังจนพร้อมจะทำลายและทำร้ายกันเผยแพร่อย่างเสรีตามเว็บไซต์ต่าง ๆ  และนับวันแต่จะมีปริมาณมากและรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ  จนอาจเรียนได้ว่า มีการใช้ความรุนแรงผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตกันอย่างไร้ขีดจำกัดแล้ว เหลือเพียงแต่จะเกิดขึ้นจริงบนท้องถนนเมื่อใดเท่านั้นเอง<br />
<span id="more-1005"></span><br />
	ณ ปัจจุบันนี้ สื่ออิเล็คโทรนิค หรือสื่อสมัยใหม่ ซึ่งก็คืออินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งที่แพร่กระจายข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็วที่สุดโดยไม่มีการตรวจสอบ  และผู้ใช้อินเตอร์เน็ตก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นตลอดเวลา  ดังนั้น  อินเตอร์เน็ตจึงกลายเป็นดาบสองคม  มีทั้งคนดีและคนไม่ดีนำไปใช้  จึงมีผู้รับข่าวสารตกเป็นเหยื่อของคนไม่ดีอยู่เสมอ ๆ</p>
<p>วิจารณญาณของผู้รับข้อมูลข่าวสารจึงเป็นเรื่องสำคัญ  ควรจะต้องใช้ปัญญาพิจารณาอย่างรอบด้านและจริงจังก่อนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ  หากใช้อารมณ์ก็อาจจะคล้อยตามคำชักจูง ชักชวน ไปเข้าร่วมกิจกรรมที่อาจจะเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น</p>
<p><strong>เมื่อจะรับข้อมูลข่าวสารจากสื่ออินเตอร์เน็ตเมื่อใด  ควรต้องเตือนตนทุกครั้งว่า ระวังจะตกเป็นเหยื่อข่าวสาร  ต้องพิจารณาด้วยสติปัญญาเพื่อจะได้ประโยชน์สูงสุดแก่ตนและคนอื่น.</strong></p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=1005&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_1005" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li>ไม่มีเรื่องในหมวดเดียวกัน เชิญอ่านเรื่องอื่นๆครับ</li>
	</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/information-consideration/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นิเทศศาสตร์ มสธ. เรียนและสอนปริญญาเอกผ่านสื่ออินเตอร์เน็ต</title>
		<link>http://blogologynet.com/stou-phd-learning-program</link>
		<comments>http://blogologynet.com/stou-phd-learning-program#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Apr 2010 15:56:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องพิเศษ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blogologynet.com/?p=1000</guid>
		<description><![CDATA[ปัจจุบันอินเตอร์เน็ตกลายเป็นเครื่องมือสารพัดประโยชน์ไปแล้ว  คงไม่เกินความจริงหากจะชี้ชัดลงไปว่า อินเตอร์เน็ตกลายเป็นสื่อกระแสหลักอีกประเภทหนึ่ง เพิ่มเติมจากสื่อกระแสหลักดั้งเดิม คือ หนังสือพิมพ์ วิทยุ  ภาพยนตร์ และโทรทัศน์  หากจะพูดกันจริง ๆ แล้ว อินเตอร์เน็ตได้รวมเอาสื่อกระแสหลักดั้งเดิมทั้งสี่ประเภทเข้าไว้ด้วยกัน กลายเป็น “สื่อผสม” (Multimedia) ที่สมบูรณ์แบบไปแล้ว
ระบบการศึกษาก็ได้ใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตในทุกระดับ  การเรียนการสอนทางไกลที่เคยใช้วิทยุและโทรทัศน์เป็นเครื่องมือได้หันมาใช้อินเตอร์เน็ตเสริมหรือทดแทนกันได้  มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช หรือ มสธ. ซึ่งเปิดสอนระบบทางไกลมาตั้งแต่เริ่มแรก  ปัจจุบันก็ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อในการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงระดับปริญญาเอกแล้ว

ผู้เขียนเคยศึกษาปริญญาโทนิเทศศาสตร์  ของสาขานิเทศศาสตร์ มสธ. รุ่นแรกเมื่อปี 2546 (มีเหตุจำเป็นหลายประการทำให้ต้องละการเรียนซึ่งเหลือแต่การทำวิทยานิพนธ์) ได้เห็นการใช้ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตในการช่วยค้นคว้าข้อมูล ความรู้ และการติดต่อสื่อสารระหว่างนักศึกษาและอาจารย์ อย่างได้ผลยิ่ง  เมื่อทางสาขานิเทศศาสตร์ได้เปิดการสอนระดับปริญญาเอกขึ้น  จึงมีความสนใจใคร่รู้ว่า  ทางมหาวิทยาลัยมีการจัดการเรียนการสอนอย่างไรบ้าง  จึงได้ค้นหาข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของสาขาวิชานิเทศศาสตร์นั้นเอง
หลักสูตรปริญญาเอกดังกล่าว ออกแบบมาสำหรับการศึกษาทางไกล โดยกำหนดไว้ในหลักการและเหตุผลของหลักสูตรว่า “มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญเพื่อสร้างให้เป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางการสื่อสาร (Communication Expert) และตอบสนองการเรียนรู้เพื่อสังคมส่วนรวม ทั้งระดับท้องถิ่นและโลก รวมทั้งตนเอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันอินเตอร์เน็ตกลายเป็นเครื่องมือสารพัดประโยชน์ไปแล้ว  คงไม่เกินความจริงหากจะชี้ชัดลงไปว่า อินเตอร์เน็ตกลายเป็นสื่อกระแสหลักอีกประเภทหนึ่ง เพิ่มเติมจากสื่อกระแสหลักดั้งเดิม คือ หนังสือพิมพ์ วิทยุ  ภาพยนตร์ และโทรทัศน์  หากจะพูดกันจริง ๆ แล้ว อินเตอร์เน็ตได้รวมเอาสื่อกระแสหลักดั้งเดิมทั้งสี่ประเภทเข้าไว้ด้วยกัน กลายเป็น “สื่อผสม” (Multimedia) ที่สมบูรณ์แบบไปแล้ว</p>
<p>ระบบการศึกษาก็ได้ใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตในทุกระดับ  การเรียนการสอนทางไกลที่เคยใช้วิทยุและโทรทัศน์เป็นเครื่องมือได้หันมาใช้อินเตอร์เน็ตเสริมหรือทดแทนกันได้  มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช หรือ มสธ. ซึ่งเปิดสอนระบบทางไกลมาตั้งแต่เริ่มแรก  ปัจจุบันก็ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อในการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงระดับปริญญาเอกแล้ว<br />
<span id="more-1000"></span><br />
<img class="alignleft" style="border: 0pt none; margin: 10px;" src="http://www.stou.ac.th/Information/congratulations/images/201011731461.jpg" alt="" width="301" height="222" />ผู้เขียนเคยศึกษาปริญญาโทนิเทศศาสตร์  ของสาขานิเทศศาสตร์ มสธ. รุ่นแรกเมื่อปี 2546 (มีเหตุจำเป็นหลายประการทำให้ต้องละการเรียนซึ่งเหลือแต่การทำวิทยานิพนธ์) ได้เห็นการใช้ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตในการช่วยค้นคว้าข้อมูล ความรู้ และการติดต่อสื่อสารระหว่างนักศึกษาและอาจารย์ อย่างได้ผลยิ่ง  เมื่อทางสาขานิเทศศาสตร์ได้เปิดการสอนระดับปริญญาเอกขึ้น  จึงมีความสนใจใคร่รู้ว่า  ทางมหาวิทยาลัยมีการจัดการเรียนการสอนอย่างไรบ้าง  จึงได้ค้นหาข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของสาขาวิชานิเทศศาสตร์นั้นเอง</p>
<p>หลักสูตรปริญญาเอกดังกล่าว ออกแบบมาสำหรับการศึกษาทางไกล โดยกำหนดไว้ในหลักการและเหตุผลของหลักสูตรว่า <strong>“มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญเพื่อสร้างให้เป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางการสื่อสาร (Communication Expert) และตอบสนองการเรียนรู้เพื่อสังคมส่วนรวม ทั้งระดับท้องถิ่นและโลก รวมทั้งตนเอง บนรากฐานการสร้างความเชี่ยวชาญและมีความสามารถเชิงบูรณาการใช้องค์ความรู้อย่างแข็งแกร่ง มีความเป็นเลิศทางวิชาการ และมีจิตสำนึกสาธารณะอันจะนำไปสู่ความมีจริยธรรมคุณธรรม ดังนั้นจึงเป็นหลักสูตรแบบ Customized Program มุ่งเน้นการสื่อสารบูรณาการ บนรากฐานความรับผิดชอบต่อสาธารณะ (Public Responsibility Based-Communication Study) เป็นแผนการศึกษาเน้นการวิจัย  และเป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่น ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันออกแบบบทเรียนและมีความยืดหยุ่น เรื่องสถานที่ เวลา เพื่อการเรียนรู้ทุกแห่งหนในโลก และทุกเวลาด้วยระบบการศึกษาทางไกล”</strong></p>
<p>ส่วนวิธีการเรียนการสอนนั้น ผสมผสานระหว่างการใช้สื่อหลายประเภท ทั้งใช้เอกสารการศึกษา ตำราต่าง ๆ  การสัมมนาพิเศษกับคณาจารย์ และที่สำคัญคือ <strong>“การเรียนผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ (E-learning) เป็นการเรียนผ่านสื่อออนไลน์ที่สามารถสร้างการมีปฏิสัมพันธ์ในกลุ่มผู้เรียน และปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนและคณาจารย์ได้ มีระบบการบริหารจัดการในการเรียนการสอน การติดต่อสื่อสาร การสร้างกิจกรรม ค้นคว้า แลกเปลี่ยนและจัดการความรู้ ฯลฯ โดยกระทำผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นการลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ใช้สื่ออิเล็คโทรนิค”</strong></p>
<p>สำหรับคุณสมบัติของผู้สมัครเรียนนั้น กำหนดไว้ว่า</p>
<p>1.สำเร็จการศึกษาขั้นปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชรับรองในสาขาวิชานิเทศศาสตร์หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีผลการเรียนระดับดีมาก โดยมีคะแนนเฉลี่ยในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า 3.25 จากระบบ 4 แต้ม หรือเทียบเท่า หรือ</p>
<p>2.สำเร็จการศึกษาขั้นปริญญาโทหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชรับรองในสาขาวิชานิเทศศาสตร์หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีคะแนนเฉลี่ยในระดับปริญญาโทไม่ต่ำกว่า 3.25 จากระบบ 4 แต้ม หรือเทียบเท่า หรือ</p>
<p>3. เป็นผู้ที่สภาวิชาการพิจารณาแล้วเห็นสมควรรับเข้าศึกษาได้ และ</p>
<p>4. มีความรู้ภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด ทั้งนี้ นักศึกษาอาจขอใช้คะแนนการสอบ TOEFL 500 หรือ 173 คะแนน ด้วยวิธี Computer Based Test (CBT) หรือ 62 คะแนน ด้วยวิธี Internet Based Test หรือ IELTS 5.5 หรือคะแนนสอบอื่นที่เทียบเท่าแทนก็ได้ และ</p>
<p>5. มีโครงการในการทำดุษฎีนิพนธ์ที่ชัดเจน และ</p>
<p>6. มีข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์ ผลงาน และโครงการที่เด่นชัดและเหมาะสมในศาสตร์ที่ศึกษา และมีแผนการที่ชัดเจนเกี่ยวกับการนำความรู้ตามหลักสูตรที่เรียนไปปฏิบัติภายหลังสำเร็จการศึกษา</p>
<p>เมื่ออ่านคุณสมบัติแล้ว หลายคนอาจสงสัยคุณสมบัติข้อที่ 3  ซึ่งในข้อนี้ได้สอบถามไปยังสาขาวิชานิเทศศาสตร์ แล้วได้รับคำชี้แจงจาก <strong>รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยาธร ท่อแก้ว  ประธานกรรมการบริหารหลักสูตรปริญญาเอก</strong> ว่า <strong>“เป็นผู้ที่ไม่อยู่ในเงื่อนไข ข้อ 1 หรือ 2 หรือทั้งสองข้อ แต่มีการพิจารณาด้วยคุณสมบัติอื่นที่เทียบเคียงได้ หรือมีความเป็นเลิศ  เช่น ได้รับรางวัลระดับโลกทางด้านวิชาการนั้น ๆ หรือ มีผลงานเป็นเลิศที่ประจักษ์ ยอมรับ ขั้นตอนการนำเสนออย่างนี้ขั้นตอนสุดท้ายอยู่ที่สภาวิชาการพิจารณา รวมทั้งขึ้นกับนโยบายที่ละมหาวิทยาลัยด้วยที่กำหนดหลักเกณฑ์ เขียนเปิกไว้ไม่ให้มีทางตันเมื่อต้องใช้ ในสายวิทยาศาสตร์ เป็นนักวิจัยที่ได้รางวัลระดับโลก จบปริญญาตรี ต่อปริญญาเอกได้เลย”</strong></p>
<p>หากผู้อ่านท่านที่กำลังหาที่เรียนปริญญาเอกโดยไม่ต้องเข้าเรียนในห้องเรียนเต็มเวลา  และเป็นผู้ที่สนใจหรือทำงานเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต หรือเป็นผู้ใช้อินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว  หลักสูตรปริญญาเอกนิเทศศาสตร์ของ มสธ. น่าจะตอบสนองความต้องการได้  และเป็นการใช้ประโยชน์จากสื่ออินเตอร์เน็ตให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย</p>
<p>มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เคยได้รับรางวัลมหาวิทยาลัยเปิดที่สอนด้วยระบบทางไกลดีเด่นระดับโลกมาแล้ว  การเปิดสอนปริญญาเอกผ่านระบบทางไกลโดยใช้สื่ออินเตอร์เน็ตในรูปแบบ e-Learning นับเป็นเรื่องที่น่าทดสอบ ทดสอง และสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง  เป็นการเปิดประตูของการศึกษาสู่ยุคใหม่อย่างแท้จริง.</p>
<p><strong>อ่านรายละเอียดหลักสูตรตามลิงก์ด้านล่าง</strong><br />
<a href="http://www.stou.ac.th/Schools/Sca/ScaNew/doctor_program.html">http://www.stou.ac.th/Schools/Sca/ScaNew/doctor_program.html</a><br />
<a href="http://www.stou.ac.th/thai/grad_stdy/master_52/comarts_52.asp">http://www.stou.ac.th/thai/grad_stdy/master_52/comarts_52.asp</a></p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=1000&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_1000" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li>ไม่มีเรื่องในหมวดเดียวกัน เชิญอ่านเรื่องอื่นๆครับ</li>
	</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/stou-phd-learning-program/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>8 ข้อผิดพลาดที่บล็อกเกอร์ทำบ่อย</title>
		<link>http://blogologynet.com/blogger-do-mistake</link>
		<comments>http://blogologynet.com/blogger-do-mistake#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 Sep 2009 13:41:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[บล็อกศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[การเขียนบล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[ความผิดพลาดของบล็อกเกอร์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งที่บล็อกเกอร์ไม่ควรทำ]]></category>
		<category><![CDATA[หลักการทำบล็อก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blogologynet.com/?p=970</guid>
		<description><![CDATA[บล็อกมีองค์ประกอบหลายอย่าง ซึ่งนอกจากเนื้อหาแล้วยังมีเครื่องมือจัดวางเนื้อหาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้อ่าน บล็อกใดที่จัดวางเครื่องมือได้ดี มีความเหมาะสม ก็มีโอกาสที่จะยึดกุมจิตใจผู้อ่านให้ติดตามได้มากขึ้น บล็อกใดที่จัดวางเครื่องมือไม่เหมาะสม ผิดที่ผิดทาง ก็อาจจะทำให้ผู้อ่านไม่หวนกลับมาอ่านก็เป็นได้
บล็อเกอร์ทุกคนมีโอกาสที่จะทำผิดพลาด จนไม่สามารถดึงดูดผู้อ่านให้อยู่กับเนื้อหาได้ตามต้องการ ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบล้อกเกอร์อาจมองไม่เห็น หรือนึกไม่ถึงว่าจะเป็นข้อผิดพลาด ในเรื่องนี้ บล็อกเกอร์ผู้มีชื่อเสียงเข้าขั้น &#8220;กูรูบล็อก&#8221; ได้แนะนำไว้แตกต่างกันไปตามประสบการณ์ของตน หนึ่งในนั้นก็คือ แดเนียล สก็อกโก (Daniel Scocco) ผู้เขียนหนังสืออีบุคเรื่อง Make Money Blogging และเป็นเจ้าของบล็อก dailyblogtips.com

สก็อกโก (ขอเรียกว่า สก็อกโก ก็แล้วกัน ออกเสียงถูกต้องหรือไม่ก็ไม่อาจทราบได้) ชี้ให้เห็นถึงข้อผิดพลาดที่บล็อกเกอร์มักจะทำกันบ่อยๆเอาไว้ 8 ข้อ ได้แก่
1.ไม่มีกล่องค้นหา  กล่องค้นหาเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างหนึ่ง ช่วยให้ผู้อ่านใช้ค้นหาเรื่องที่ตนเองสนใจในบล็อกได้ทันที  ทั้งยังเป็นประตูพาท่องเที่ยว สำรวจตรวจตราเนื้อหาในบล็อกได้เป็นอย่างดี ซึ่งทุกคนก็คงเคยใช้งานกล่องค้นหานี้เป็นประจำอยู่แล้ว  หากขาดเจ้ากล่องนี้ไปการค้นเรื่องต่างๆต้องใช้เวลา  ในที่สุดก็คลิกไปหาที่บล็อกอื่น
2.ไม่มีบัญชีเรื่องย้อนหลัง ข้อนี้ก็เป็นเครื่องมือที่จำเป็นเช่นเดียวกัน ส่วนมากแล้วบัญชีเรื่องย้อนหลังจะจัดเรียงไว้ตามเดือนที่เผยแพร่ ทำให้สามารถค้นดูได้ว่าแต่ละเดือนมีเรื่องใดบ้างที่น่าสนใจ  ที่สำคัยก็คือ สก็อกโกบอกว่ามีประโยชน์ในเรื่องเสิร์ชเอ็นจิ้นหรือ SEO ด้วย เพราะบัญชีเรื่องรายเดือนนี้เป็นเสมือนแผนที่บล็อก (Site [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;">บล็อกมีองค์ประกอบหลายอย่าง ซึ่งนอกจากเนื้อหาแล้วยังมีเครื่องมือจัดวางเนื้อหาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้อ่าน บล็อกใดที่จัดวางเครื่องมือได้ดี มีความเหมาะสม ก็มีโอกาสที่จะยึดกุมจิตใจผู้อ่านให้ติดตามได้มากขึ้น บล็อกใดที่จัดวางเครื่องมือไม่เหมาะสม ผิดที่ผิดทาง ก็อาจจะทำให้ผู้อ่านไม่หวนกลับมาอ่านก็เป็นได้</p>
<p style="text-align: justify;">บล็อเกอร์ทุกคนมีโอกาสที่จะทำผิดพลาด จนไม่สามารถดึงดูดผู้อ่านให้อยู่กับเนื้อหาได้ตามต้องการ ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบล้อกเกอร์อาจมองไม่เห็น หรือนึกไม่ถึงว่าจะเป็นข้อผิดพลาด ในเรื่องนี้ บล็อกเกอร์ผู้มีชื่อเสียงเข้าขั้น &#8220;กูรูบล็อก&#8221; ได้แนะนำไว้แตกต่างกันไปตามประสบการณ์ของตน หนึ่งในนั้นก็คือ<strong> แดเนียล สก็อกโก</strong> (Daniel Scocco) ผู้เขียนหนังสืออีบุคเรื่อง <strong>Make Money Blogging</strong> และเป็นเจ้าของบล็อก <a href="http://www.dailyblogtips.com/">dailyblogtips.com</a></p>
<p><span id="more-970"></span></p>
<p style="text-align: justify;">สก็อกโก (ขอเรียกว่า สก็อกโก ก็แล้วกัน ออกเสียงถูกต้องหรือไม่ก็ไม่อาจทราบได้) ชี้ให้เห็นถึงข้อผิดพลาดที่บล็อกเกอร์มักจะทำกันบ่อยๆเอาไว้ 8 ข้อ ได้แก่</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>1.ไม่มีกล่องค้นหา </strong> กล่องค้นหาเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างหนึ่ง ช่วยให้ผู้อ่านใช้ค้นหาเรื่องที่ตนเองสนใจในบล็อกได้ทันที  ทั้งยังเป็นประตูพาท่องเที่ยว สำรวจตรวจตราเนื้อหาในบล็อกได้เป็นอย่างดี ซึ่งทุกคนก็คงเคยใช้งานกล่องค้นหานี้เป็นประจำอยู่แล้ว  หากขาดเจ้ากล่องนี้ไปการค้นเรื่องต่างๆต้องใช้เวลา  ในที่สุดก็คลิกไปหาที่บล็อกอื่น</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>2.ไม่มีบัญชีเรื่องย้อนหลัง</strong> ข้อนี้ก็เป็นเครื่องมือที่จำเป็นเช่นเดียวกัน ส่วนมากแล้วบัญชีเรื่องย้อนหลังจะจัดเรียงไว้ตามเดือนที่เผยแพร่ ทำให้สามารถค้นดูได้ว่าแต่ละเดือนมีเรื่องใดบ้างที่น่าสนใจ  ที่สำคัยก็คือ สก็อกโกบอกว่ามีประโยชน์ในเรื่องเสิร์ชเอ็นจิ้นหรือ SEO ด้วย เพราะบัญชีเรื่องรายเดือนนี้เป็นเสมือนแผนที่บล็อก (Site Map) กลายๆ ทำให้แมงมุมจากเสิร์ชเอ็นจิ้นเก็บข้อมูลของบล็อกได้ง่ายขึ้น</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>3.ไม่มีหน้าติดต่อ </strong>หน้าที่เป็นช่องทางสื่อสารระหว่างผู้อ่านกับบล็อกเกอร์ หากผู้อ่านมีเรื่องจะบอกกล่าว หรือแจ้งข้อขัดข้อง หรือความต้องการใดๆ อันเป็นเสมือนเสียงสะท้อนที่มีต่อบล็อก ก็สามารถใช้หน้าติดต่อเป็นช่องทางการสื่อสารได้ อาจจะเป็นเบอร์โทรศัพท์ หรือ อีเมล์ หรือที่กรอกข้อความ ตามแต่จะบล็อกเกอร์จะเห็นสมควร ข้อนี้คนไทยเราอาจจะไม่ค่อยใช้ แต่มีไว้ก็คงไม่เสียหาย</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>4.มีระบบเชื่อมโยงซับซ้อนยุ่งยาก</strong> ได้แก่ป้ายบอกทางและลิงก์ต่างๆ สก้อกโกแนะนำว่าให้ทำระบบการเชื่อมโยงให้ง่ายที่สุด เช่น ใช้แถบเมนูเพียงแถบเดียว มีลิงก์ชี้ไปที่หน้าหลักจากหน้าในทุกหน้า หลีกเลี่ยงการใช้เมนูแบบห้อยย้อย (Drop-down Menu) เป็นต้น</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>5.ใช้ตัวอีกษรไม่เหมาะสม </strong> การใช้ตัวอักษรก็เป็นเรื่องสำคัญ เขาบอกว่าต้องทำให้ผู้อ่านๆแล้วรูสึกสบาย ขนาดตัวอักษร ช่องไฟ ระยะห่างระหว่างบรรทัด ต้องให้พอเหมาะ ถ้าตัวอักษรเล็กไปหรือใหญ่ไป อาจทำให้ผู้อ่านรำคาญจนหนีไปที่บล็อกอื่นได้</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>6.ไม่ทำลิงก์ให้ชัดเจน</strong> เมื่อมีลิงก์เชื่อมดยงไปที่ใดก็ตาม ต้องเน้นให้สังเกตุเห้นได้ง่าย โดยการขีดเส้นใต้ หรือเปลี่ยนสี หรือทำตัวหนา หรือทำทั้งหมดให้ชัดเจนไปเลย การทำเช่นนี้จะทำให้ผู้อ่านรู้ว่ามีลิงก์ที่นำไปสู่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในหน้าอื่นๆ ทำให้ใช้เวลาอยู่กับบล็อกของเราเพื่อรับรู้ข้อมูลข่าวสารนานขึ้น แต่ถ้าไม่เน้นลิงก์ให้เด่นชัด ก็ไม่มีประโยชน์อะไร</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>7.มีโฆษณามากเกินไป </strong>ข้อนี้เป็นสิ่งที่บรรดากูรูบล้อกทั้งหลายพูดตรงกัน สก็อกโกก็บอกไว้ว่า บล็อกเกอร์เป็นจำนวนมากคิดว่าการมีโฆษณาเป็นจำนวนมากจะช่วยทำให้ได้เงินเพิ่มขึ้น เขาบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะโฆษณามากเกินไปทำให้ผู้อ่านรำคาญได้ แทนที่จะได้ทราฟิคดีๆมีคุณภาพกลับจะทำให้ไม่มีใครอยากเข้าบล็อก เมื่อพิจารณาแล้วเห็นจะจริง เพราะลองนึกตัวเราดู ถ้าเจอบล็อกไหนมีแต่โฆษณา ทุกมุมเต็มไปด้วยแบนเนอร์โฆษณาเราก็เผ่นเหมือนกัน</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>8.มีปุ่มและป้ายมากเกินไป</strong> ลองสำรวจที่ไซด์บาร์ของบล็อกเราดูบ้าง ว่ามีปุ่มและป้ายต่างๆมากเกินไปหรือไม่ ถ้ามีมากจะให้คนอ่านสับสนงุนงงและรำคาญ คงเป็นประเภทเดียวกับที่เกิดความรู้สึกต่อป้ายโฆษณา อาจจะทำให้เผ่นแน่บไม่เหลี่ยวหลังไปเลยก็ได้</p>
<p style="text-align: justify;">นี่เป็นข้อผิดพลาดที่บล็อกกูรูระดับโลกแนะนำไว้ว่าอย่าทำ ใครคิดเห็นประการใดก็ลองพิจารณาดู จะนำไปใช้ประโยชน์เช่นไรก็สุดแท้แต่ความต้องการของท่านทั้งหลาย หากอยากอ่านข้อคิดเห็นของเดเนียล สก็อกโกให้หนำใจก็คลิกไปที่  <a href="http://www.dailyblogtips.com/">dailyblogtips.com</a> ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง.</p>
<p><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-1054503077643492";
/* 300x250, created 1/7/10 */
google_ad_slot = "2351659827";
google_ad_width = 300;
google_ad_height = 250;
//-->
</script><br />
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=970&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_970" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/interiorsiamcom-as-a-citizen-journal-blog" title="interiorsiam.com กับการเป็น Citizen Journal ของ “ช่างแบบ” (21 September 2008)">interiorsiam.com กับการเป็น Citizen Journal ของ “ช่างแบบ”</a> (6)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/how-many-entry-in-a-day-on-your-blog" title="เขียนบล็อกบ่อยแค่ไหนจึงดี (26 March 2009)">เขียนบล็อกบ่อยแค่ไหนจึงดี</a> (2)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/why-you-write-blog" title="เขียนบล็อกทำไม เขียนเพื่ออะไร (14 September 2008)">เขียนบล็อกทำไม เขียนเพื่ออะไร</a> (10)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/theprinciple-of-blog-content-writing" title="หลักการเขียนบล็อกเบื้องต้น (27 March 2009)">หลักการเขียนบล็อกเบื้องต้น</a> (6)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/down-load-free-ebook-blog-and-arts-of-blog" title="สวัสดีปีใหม่ เชิญรับ eBook บล็อกและศาสตร์แห่งบล็อกแทน ส.ค.ส. 2552 (1 January 2009)">สวัสดีปีใหม่ เชิญรับ eBook บล็อกและศาสตร์แห่งบล็อกแทน ส.ค.ส. 2552</a> (12)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/blogger-do-mistake/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 1</title>
		<link>http://blogologynet.com/the-principle-of-online-journalism-01</link>
		<comments>http://blogologynet.com/the-principle-of-online-journalism-01#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 Aug 2009 04:25:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[สื่อสารมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[นิเทศศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[นิเทศศาสตร์ออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[สกุลศรี ศรีสารคาม]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสารมวลชนออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[หลักการเบื้องต้นการสื่อสารออนไลน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blogologynet.com/?p=937</guid>
		<description><![CDATA[สกุลศรี  ศรีสารคาม : เปิดเรียนเป็นสัปดาห์ที่สองในวิชา RT359 และ CA351 การสื่อสารมวลชนออนไลน์ ซึ่งเปิดเป็นพิเศษปีแรกที่คณะ เนื่องจากว่า เราเห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารออนไลน์ และการต่อยอดองค์ความรู้ด้านการผลิตรายการวิทยุและโทรทัศน์มาสู่สื่อออนไลน์
อย่าง ที่อาจทราบกันว่า สื่อออนไลน์นั้นกำลังเติบโต และ มีความสำคัญมาก ใครที่มีความรู้ความสามรถด้านนี้ ก็เหมือนเป็นอาวุธเสริมในการทำงานสื่อสารมวลชน แต่ในเมื่อเราเป็นคนสื่อ จะเพียงแค่ใช้เทคโนโลยีเป็นไม่ได้ จำเป็นต้องรู้ว่า การสื่อสารรูปแบบนี้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพควรทำอย่างไร และนั่นคือเป้าหมายของวิชานี้

เปิดเรียนเป็นสัปดาห์ที่สองในวิชา RT359 และ CA351 การสื่อสารมวลชนออนไลน์ ซึ่งเปิดเป็นพิเศษปีแรกที่คณะ เนื่องจากว่า เราเห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารออนไลน์ และการต่อยอดองค์ความรู้ด้านการผลิตรายการวิทยุและโทรทัศน์มาสู่สื่อออนไลน์
อย่างที่อาจทราบกันว่า สื่อออนไลน์นั้นกำลังเติบโต และ มีความสำคัญมาก ใครที่มีความรู้ความสามรถด้านนี้ ก็เหมือนเป็นอาวุธเสริมในการทำงานสื่อสารมวลชน แต่ในเมื่อเราเป็นคนสื่อ จะเพียงแค่ใช้เทคโนโลยีเป็นไม่ได้ จำเป็นต้องรู้ว่า การสื่อสารรูปแบบนี้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพควรทำอย่างไร และนั่นคือเป้าหมายของวิชานี้
หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์

เริ่ม ต้นเรียนกันด้วยเรื่องพื้นฐานให้เข้าใจความแตกต่างของสื่อออนไลน์ ลักษณะพิเศษเฉพาะตัวของการสื่อสารรูปแบบนี้ คือ นอกจาก จะสามารถเป็นเชิงลึกได้เหมือนที่หนังสือพิมพ์ทำ เพราะมีเนื้อที่ไม่จำกัดและมีลักษณะของการเชื่อมต่อข้อมูลไม่มีวันจบ ทำให้สามารถให้ข้อมูลที่ลึก กว้าง และรอบด้านได้ ในขณะเดียวกันก็มีคุณสมบัติที่สามารถสร้างสื่อที่น่าสนใจ น่าติดตามได้ไม่แพ้กับวิทยุและโทรทัศน์ เพราะมีความสามารถในเรื่องของ multimedia และมีคุณสมบัติของการเป็นสื่อที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" style="border: 0pt none; margin: 10px;" src="http://i688.photobucket.com/albums/vv242/ajarnice/books.jpg" alt="" width="249" height="240" /><strong><span style="color: #993300;"><span style="text-decoration: underline;">สกุลศรี  ศรีสารคาม</span></span> : </strong>เปิดเรียนเป็นสัปดาห์ที่สองในวิชา RT359 และ CA351 <a href="http://blogologynet.com/online-journal">การสื่อสารมวลชนออนไลน์ </a>ซึ่งเปิดเป็นพิเศษปีแรกที่คณะ เนื่องจากว่า เราเห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารออนไลน์ และการต่อยอดองค์ความรู้ด้านการผลิตรายการวิทยุและโทรทัศน์มาสู่สื่อออนไลน์</p>
<p>อย่าง ที่อาจทราบกันว่า<a href="http://blogologynet.com/online-media-is-katekeeper-or-gateway"> สื่อออนไลน์นั้นกำลังเติบโต และ มีความสำคัญมาก </a>ใครที่มีความรู้ความสามรถด้านนี้ ก็เหมือนเป็นอาวุธเสริมในการทำงานสื่อสารมวลชน แต่ในเมื่อเราเป็นคนสื่อ จะเพียงแค่ใช้เทคโนโลยีเป็นไม่ได้ จำเป็นต้องรู้ว่า การสื่อสารรูปแบบนี้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพควรทำอย่างไร และนั่นคือเป้าหมายของวิชานี้</p>
<p><span id="more-937"></span></p>
<p>เปิดเรียนเป็นสัปดาห์ที่สองในวิชา RT359 และ CA351 การสื่อสารมวลชนออนไลน์ ซึ่งเปิดเป็นพิเศษปีแรกที่คณะ เนื่องจากว่า เราเห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารออนไลน์ และการต่อยอดองค์ความรู้ด้านการผลิตรายการวิทยุและโทรทัศน์มาสู่สื่อออนไลน์</p>
<p>อย่างที่อาจทราบกันว่า สื่อออนไลน์นั้นกำลังเติบโต และ มีความสำคัญมาก ใครที่มีความรู้ความสามรถด้านนี้ ก็เหมือนเป็นอาวุธเสริมในการทำงานสื่อสารมวลชน แต่ในเมื่อเราเป็นคนสื่อ จะเพียงแค่ใช้เทคโนโลยีเป็นไม่ได้ จำเป็นต้องรู้ว่า การสื่อสารรูปแบบนี้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพควรทำอย่างไร และนั่นคือเป้าหมายของวิชานี้</p>
<h3><strong>หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์</strong></h3>
<p><strong><br />
</strong>เริ่ม ต้นเรียนกันด้วยเรื่องพื้นฐานให้เข้าใจความแตกต่างของสื่อออนไลน์ ลักษณะพิเศษเฉพาะตัวของการสื่อสารรูปแบบนี้ คือ นอกจาก จะสามารถเป็นเชิงลึกได้เหมือนที่หนังสือพิมพ์ทำ เพราะมีเนื้อที่ไม่จำกัดและมีลักษณะของการเชื่อมต่อข้อมูลไม่มีวันจบ ทำให้สามารถให้ข้อมูลที่ลึก กว้าง และรอบด้านได้ ในขณะเดียวกันก็มีคุณสมบัติที่สามารถสร้างสื่อที่น่าสนใจ น่าติดตามได้ไม่แพ้กับวิทยุและโทรทัศน์ เพราะมีความสามารถในเรื่องของ multimedia และมีคุณสมบัติของการเป็นสื่อที่ &#8220;เร็ว&#8221; สามารถอัพเดทข้อมูล ข่าวสารได้ทันที ตลอดเวลา นอกจากคุณสมบัติทั้งสองเรื่องแล้ว สื่อออนไลน์</p>
<p><img src="http://i688.photobucket.com/albums/vv242/ajarnice/onlinecharactor.jpg" alt="" width="395" height="235" /></p>
<p><strong>โมเดลการส่ง-รับสารที่ต่างไป</strong></p>
<p>การสื่อสารยังคงมีช่องทางสำคัญ 4 ส่วนคือ ผู้ส่งสาร, ผู้รับสาร, สาร, และช่องทางการสื่อสาร<br />
การ สื่อสารออนไลน์นั้น ช่องทางก็คือ platform และเครื่องมือต่างๆ ที่สามารถสื่อสารได้บนอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ blog chat room forum หรือแม้แต่ e-mail</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ผู้ส่งสาร</span> : ไม่ใช่ผู้ควบคุมเนื้อหาเพียงฝ่ายเดียวอีก ต่อไป ต้องทำาการบ้านในการหารูปแบบการนำา เสนอ และใช้ช่องทาง/สื่อที่หลาก หลาย พัฒนาประเด็นเรื่องราวให้หลายแง่มุม ทำหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงมาเสนอ และ ให้พื้นที่ในการโต้ตอบแก่ผู้รับสาร</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">สาร</span>: มีความลึก มีเนื้อหารอบด้าน หลากมุม เป็น Multimedia สามารถอัพเดทได้ทันที มีลักษณะเชื่อมโยงไปสู่ขอมูลอืนๆ เว็บอื่นๆ เพื่อให้ได้รู้มากขึน ้ รวมถึงมีการเปิดให้มีปฏิสัมพันธ์ และเพื่อให้ง่ายต่อการอ่าน เรื่องไม่ควรยาวเกินไป แต่ควรย่อยเรื่องเป็นส่วนต่างๆ ให้ผู้รับสาร สามารถเลือกรับได้ตามความพอใจ</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ผู้รับสาร</span> มีลักษณะการรับสาร ดังนี้</p>
<ul>
<li>ผู้รับสารในสื่อออนไลน์เป็นกลุ่มผู้รับที่เอาแต่ใจตัวเองมาก เป็นเพราะ ธรรมชาติในการรับสื่อที่มีความอดทนน้อยต่อการอยู่กับหน้าจอเป็นเวลานานๆ และ สามารถถูกดึงความสนใจไปที่อื่น</li>
<li>ผู้รับสารสื่อออนไลน์ก็ต้องการสารที่น่าสนใจทั้งเรื่องของเนื้อหา การใช้วิดีโอ รูปภาพ เสียง ตลอดจนการออกแบบเว็บไซด์ที่เหมาะสมน่าสนใจ</li>
<li>ส่วนใหญ่ผู้รับสาร จะคาดหวังให้ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในสื่อออนไลน์นั้น &#8220;มีความลึก และ รอบด้าน&#8221; เพราะส่วนมาก จะมีการรับข้อมูลมาจากสื่ออื่นแล้ว และอยากหาข้อมูลเพิ่มเติม อีกทั้งยังเป็นความคาดหวังด้วยว่า ตามธรรมชาติที่มีสื่อไม่จำกัด สามารถสร้างความหลากหลายได้ สื่อออนไลน์ก็ควรมีเนื้อหาที่นำเสนอได้ทั้งเชิงลึกและเชิงกว้างมากกว่าสื่อ อื่นๆ</li>
</ul>
<p>นักวิชาการที่ศึกษาเรื่องการสื่อสารออนไลน์ หรือ Online Journalism ในต่างประเทศ มีความพยายามในการวางแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับสาขาวิชานี้ ซึ่งได้มีการสรุปแนวคิดที่น่าสนใจเรื่อง <strong>“BASIC Principle of Online Journalism”</strong> หรือผู้เขียนขอเรียกชื่อสั้นๆ ว่า แนวคิด <strong>“BASIC”</strong> ติดตามได้ต่อในครั้งหน้าคะ</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">อ้างอิงจาก</span></strong></p>
<p>Craig, R. 2005. <span style="text-decoration: underline;">Online Journalism</span>. Canada : Wadsworth.</p>
<p>Briggs, Mark. 2007. <span style="text-decoration: underline;">Journalism 2.0 How to survive and thrive</span>. USA : The Institute for Interactive Journalism.</p>
<p style="text-align: center;">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p><img class="alignleft size-full wp-image-938" style="border: 0pt none; margin: 10px;" title="Sakulsri Srisaracam" src="http://blogologynet.com/wp-content/uploads/2009/08/Sakulsri-Srisaracam.jpg" alt="Sakulsri Srisaracam" width="77" height="77" /><strong>สกุลศรี  ศรีสารคาม</strong> อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์   ศิษย์เก่าวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เกียรตินิยม (วิทยุและโทรทัศน์) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,M.A. Journalism (International) University of Westminster, UK</p>
<p>ดู  Slides Presentation ของ สกุลศรี ศรีสารคาม เรื่องเกี่ยวกับ สื่อสารมวลชนได้ที่ <a href="http://www.slideshare.net/ajarnice">slideshare.net/ajarnice</a></p>
<p>ดู บล็อกของ สกุลศรี ศรีสารคาม ได้ที่  <a href="http://www.oknation.net/blog/ajarnice">oknation.net/blog/ajarnice</a></p>
<p>บทความที่นำมาเผยแพร่ใน <a href="http://blogologynet.com">Blogologynet.com</a> นี้ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนแล้ว<br />
.</p>
<p><script type="text/javascript">// <![CDATA[
 google_ad_client = "pub-1054503077643492"; /* 728x90, created 1/7/10 */ google_ad_slot = "2630146152"; google_ad_width = 728; google_ad_height = 90;
// ]]&gt;</script><br />
<script src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript">
</script></p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=937&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_937" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/the-principle-of-online-journalism-03" title="หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 3 (26 August 2009)">หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 3</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/the-principle-of-online-journalism-02" title="หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 2 (26 August 2009)">หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 2</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/online-journal" title="Online Journalism : นิเทศศาสตร์ออนไลน์ คืออะไร (16 June 2009)">Online Journalism : นิเทศศาสตร์ออนไลน์ คืออะไร</a> (4)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/launching-media-blog" title="แตกบล็อกออกไปเป็น &#8220;สื่อและสาร&#8221; (21 June 2010)">แตกบล็อกออกไปเป็น &#8220;สื่อและสาร&#8221;</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-rule-and-law" title="นวัตกรรมสื่อ : เทคโนโลยี พฤติกรรม และ จริยธรรมของสื่อมวลชน (1) (20 May 2008)">นวัตกรรมสื่อ : เทคโนโลยี พฤติกรรม และ จริยธรรมของสื่อมวลชน (1)</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/the-principle-of-online-journalism-01/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 2</title>
		<link>http://blogologynet.com/the-principle-of-online-journalism-02</link>
		<comments>http://blogologynet.com/the-principle-of-online-journalism-02#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 Aug 2009 04:04:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[สื่อสารมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[นิเทศศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[นิเทศศาสตร์ออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[สกุลศรี ศรีสารคาม]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสารมวลชนออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[หลักการเบื้องต้นการสื่อสารออนไลน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blogologynet.com/?p=940</guid>
		<description><![CDATA[สกุลศรี  ศรีสารคาม : สื่อออนไลน์ จะทำสื่อให้ดี มีเรื่องต้องคำนึงหลักๆ อยู่ 5 ข้อ ได้แก่ ทำยังไงให้กระชับ รับง่าย เข้าใจดี, ทั้งตัวคนผลิตและสื่อที่ทำต้องสามารถดัดแปลง ปรับเปลี่ยนเพื่อตอบสนองความต้องการของคนใช้อินเตอร์เน็ตได้, จะเขียนอะไรก็ควรให้อ่านได้ง่าย แค่สแกนตาผ่านก็รู้อะไรคืออะไร, อย่าลืมการสื่อสารสองทาง สร้างปฏิสัมพันธ์ และเปิดโอกาสให้ผู้รับสารมีอำนาจควบคุมสิ่งที่ต้องการรับด้วย, และสุดท้าย ให้ความสำคัญกับชุมชนให้มีส่วนร่วมในการสื่อสารร่วมกัน ตลอดจนเป็นช่องทางในการสร้างการสนทนาที่ต่อเนื่องในเรื่องต่างๆ

สั้น กระชับ ได้ใจความ คือสื่อออนไลน์ที่ดี (Brevity)
กล่าว เช่นนี้ก็คงไม่ผิด เพราะลักษณะของผู้รับสารสื่อออนไลน์นั้นมีลักษณะที่ ต้องการหาข้อมูล หรือ หาคำตอบเรื่องใดสักอย่าง และไม่ต้องการเสียเวลาในการอยู่หน้าจอเป็นเวลานานเกินไป ดังนั้น คนทำสื่อก็ต้องคิดว่า จะทำอย่างไรให้สั้น กระชับ ได้ใจความ ไม่ใช่หมายถึงบทความ หรือ ข่าวเท่านั้น แม้แต่ Podcast หรือ Video ก็ควรยึดหลักนี้ไว้เช่นกัน
วิธีการทำให้สื่อออนไลน์สั้น กระชับ ได้ใจความนั้น สามารถทำได้ด้วยวิธี
1. แบ่งเรื่องเป็นก้อนๆ หรือที่เรียกว่า CHUCKS ถ้าเราต้องเขียนเรื่องอะไรสักอย่างที่ยาว ก็ควรซอยออกเป็นเรื่องๆ เป็นประเด็นๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #993300;"><span style="text-decoration: underline;">สกุลศรี  ศรีสารคาม</span></span> : </strong>สื่อออนไลน์ จะทำสื่อให้ดี มีเรื่องต้องคำนึงหลักๆ อยู่ 5 ข้อ ได้แก่ ทำยังไงให้กระชับ รับง่าย เข้าใจดี, ทั้งตัวคนผลิตและสื่อที่ทำต้องสามารถดัดแปลง ปรับเปลี่ยนเพื่อตอบสนองความต้องการของคนใช้อินเตอร์เน็ตได้, จะเขียนอะไรก็ควรให้อ่านได้ง่าย แค่สแกนตาผ่านก็รู้อะไรคืออะไร, อย่าลืมการสื่อสารสองทาง สร้างปฏิสัมพันธ์ และเปิดโอกาสให้ผู้รับสารมีอำนาจควบคุมสิ่งที่ต้องการรับด้วย, และสุดท้าย ให้ความสำคัญกับชุมชนให้มีส่วนร่วมในการสื่อสารร่วมกัน ตลอดจนเป็นช่องทางในการสร้างการสนทนาที่ต่อเนื่องในเรื่องต่างๆ</p>
<p><span id="more-940"></span></p>
<p><img style="border: 0pt none; margin: 10px;" src="http://i25.photobucket.com/albums/c67/imice/mix1-3.jpg" alt="" width="290" height="305" /><strong><span style="color: #800000; font-size: small;">สั้น กระชับ ได้ใจความ คือสื่อออนไลน์ที่ดี (Brevity)</span></strong></p>
<p>กล่าว เช่นนี้ก็คงไม่ผิด เพราะลักษณะของผู้รับสารสื่อออนไลน์นั้นมีลักษณะที่ ต้องการหาข้อมูล หรือ หาคำตอบเรื่องใดสักอย่าง และไม่ต้องการเสียเวลาในการอยู่หน้าจอเป็นเวลานานเกินไป ดังนั้น คนทำสื่อก็ต้องคิดว่า จะทำอย่างไรให้สั้น กระชับ ได้ใจความ ไม่ใช่หมายถึงบทความ หรือ ข่าวเท่านั้น แม้แต่ Podcast หรือ Video ก็ควรยึดหลักนี้ไว้เช่นกัน</p>
<p>วิธีการทำให้สื่อออนไลน์สั้น กระชับ ได้ใจความนั้น สามารถทำได้ด้วยวิธี</p>
<p><strong>1. แบ่งเรื่องเป็นก้อนๆ หรือที่เรียกว่า CHUCKS</strong> ถ้าเราต้องเขียนเรื่องอะไรสักอย่างที่ยาว ก็ควรซอยออกเป็นเรื่องๆ เป็นประเด็นๆ เพื่อที่ว่า แต่ละเรื่องจะไม่บทความ แต่ละตอนจะไม่ยาวเกินไป แล้วใช้ link เป็นตัวเชื่อมเนื้อหาต่างๆ กลับเข้าด้วยกัน เพราะเราต้องคำนึงว่า ถ้าคนอ่านต้องอ่านยาวๆ เยอะๆ ต้องเลื่อน scroll bar ไปยาวๆ ความเบื่อ และไม่อยากติดตามก็จะเกินขึ้น แต่ถ้าแบ่งออกเป็นส่วนๆ เป็นก้อนๆ นอกจากจะอ่านง่ายแล้ว ผู้อ่านยังเลือกอ่านในสิ่งที่ต้องการรู้เฉพาะเป็นเรื่องๆ ไปได้ด้วย</p>
<p>file video หรือ podcast ก็เช่นกัน ไม่ควรมีความยาวเกินไป เพราะนอกจากจะต้องให้สั้น กระชับแล้ว ยังต้องคำนึงถึง ความเร็วของการดาวโหลด และ streaming video ที่ต่างกันของผู้ใช้ ไม่ใช่ทุกคนเข้าอินเตอร์เน็ตด้วยความเร็วสูง การใช้ file ที่หนักหรือยาวเกินไปก็ทำให้ใช้เวลาในการโหลดนานเกินไป</p>
<p>การซอย file เสียง หรือ วิดีโอออกเป็นส่วนๆ อาจเป็นตอนๆ ตามประเด็นของเรื่อง แบ่งส่วนสัมภาษณ์ออกมา เป็นต้น ผู้รับสารสามารถเลือกได้เช่นกันว่าจะดูจะฟังตรงไหน แล้วยังเลือกเอาส่วนที่ต้องการไป embed หรือเผยแพร่ต่อในสื่อของเขาได้ง่ายอีกด้วย การเผยแพร่ต่อ สุดท้ายก็จะนำกลับมาซึ่งคนที่สนใจในเว็บไซต์ของเราในอนาคต</p>
<p><strong>2. ใช้เทคนิคการเขียนที่จะทำให้อ่านได้ง่ายๆ</strong> ให้นึกไว้เสมอว่า “หนึ่งย่อหน้า หนึ่งความคิด” เขียนให้จบเป็นเรื่องๆ แล้วขึ้นย่อหน้าใหม่ เวลามองก็จะสบายตา ไม่รู้สึกว่าเต็มพืดไปด้วยข้อความ คนมองแล้วก็กวาดสายตาดูรู้ด้วยว่าอะไรอยู่ตรงไหน เกี่ยวกับอะไร ภาษาที่ใช้ก็ง่ายๆ อ่านเข้าใจได้ชัดเจน โดยไม่ยืดยาวเกินไป</p>
<p><img style="border: 0pt none; margin: 10px;" src="http://i25.photobucket.com/albums/c67/imice/susan.jpg" alt="" width="396" height="249" /></p>
<p>(capture ภาพจากเว็บ: <a title="http://www.finecooking.com/" href="http://www.bbc.co.uk/">http://www.bbc.co.uk</a>)</p>
<p><strong><span style="color: #800000; font-size: small;">คนผลิตสื่อ และ สื่อออนไลน์ควรสามารถปรับแปลงได้ (Adaptability)</span></strong></p>
<p>เพราะ โลกออนไลน์เป็นสื่อใหม่ เติบโต เปลี่ยนแปลง มีเทคนิควิธีใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย จะเลือกใช้อะไรก็ต้องรู้ว่าสิ่งไหนมีประโยชน์ต่อการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพ ได้มากขึ้น รวมทั้ง สำหรับคนสื่อบางคน อาจกระโดดเข้ามาใช้สื่อนี้จากที่เคยเป็นคนทำหนังสือพิมพ์ คนทีวี คนวิทยุ ก็ทำกับว่า ต้องมีการปรับตัว เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้สื่อใหม่ ในแง่ของสารเองก็นิ่งๆ ไม่ยืดยุ่น และไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้สื่ออนไลน์ไม่ได้เช่น กัน</p>
<p><strong>คนสื่อปรับรับเทคโนโลยี</strong></p>
<p>นักสื่อสาร ต้องใช้สื่อให้ได้หลากหลาย และเหมาะสม รูปแบบการนำเสนอทำได้มากมายหลายอย่าง ตามลักษณะของสื่อออนไลน์ที่เป็น multimedia แต่ไม่ใช่ว่า อะไรๆ ก็จะทำเป็นวิดีโอ อะไรก็ podcast อะไรก็บทความ หรือบางอย่างทำทุกอย่างปนเปกัน เพราะคิดว่า ยิ่งทำมาก ทำหลากก็จะดี แต่ในความเป็นจริง มันต้องมีการเลือกใช้แต่ละสื่อให้เหมาะสมกับเรื่องที่จะเสนอด้วย คนสื่อต้องคิดว่า</p>
<ul>
<li>ใช้สื่ออะไรให้เกิดผลกระทบมากกว่า … เลือกให้ดีว่า สื่อแบบไหนบอกเล่าเรื่องราวได้ดีกว่ากัน</li>
<li>สื่อ อะไรช่วยอธิบายความ … จะมีการใช้อุปกรณ์ สื่อ multimedia แบบไหนมาช่วยอธิบายความให้ชัดขึ้น เช่น จะทำเว็บความรู้เกี่ยวกับการทำอาหาร แทนที่จะเขียนเป็นบทความ บอกสูตรบอกวิธีทำ..ลองคิดซิว่า ถ้าใช้รูปประกอบคนเรียนจะมองภาพเห็นชัดขึ้นไหม หรือ ทำเป็นวิดีโอสอนทำอาหารขึ้นเว็บไปเลยน่าจะอธิบายได้มากกว่าหรือเปล่า</li>
</ul>
<p><img style="border: 0pt none; margin: 10px;" src="http://i25.photobucket.com/albums/c67/imice/cooking.jpg" alt="" width="301" height="215" /></p>
<p>(capture ภาพจากเว็บ: <a title="http://www.finecooking.com/" href="http://www.finecooking.com/">http://www.finecooking.com/</a>)</p>
<ul>
<li>จะ link ไปที่ไหน … สื่อออนไลน์เป็นสื่อที่กว้าง และมีลักษณะพิเศษของการเชื่อมโยง หรือ link ไปที่ต่างๆ ได้ คนผลิตสื่อ ทำเรื่องสักเรื่อง blog สักบทความขึ้นมา ถ้าคนมาอ่านเรื่องของเราเขาควรจะได้รู้อะไรเพิ่ม เขาอยากจะรู้อะไรอีก เราควรเป็นตัวกลาง link ไปที่เหล่านั้นให้เขา</li>
</ul>
<p><img style="border: 0pt none; margin: 10px;" src="http://i25.photobucket.com/albums/c67/imice/diving.jpg" alt="" width="400" height="316" /></p>
<ul>
<li>ให้ คนอ่านมีส่วนร่วมไหม ต้องอย่าปล่อยให้คนเข้ามา แล้วก็จากไป โดยไม่มีส่วนร่วม ไม่มีปฏิสัมพันธ์ และไม่มีช่องทางให้เขาอยากกลับมาอีก การแลกเปลี่ยนความเห็น การพูดคุย สร้างความน่าสนใจให้ blog / website ของเราได้ อาจใช้ระบบของการ comment, share เรื่องราวผ่าน e-mail, RSS feed สมัครเป็นสมาชิก feed ของเราเพื่อเตือนการรับเรื่องราว, มี function ให้เผยแพร่บทความต่อผ่าน <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Social_bookmarking" target="_blank">social bookmarking</a> รวมถึงการสร้าง forum, chatroom และการเขียนเพื่อให้คิด เปิดประเด็นกระตุ้นให้คนตอบโต้คุยกัน และ การส่งเสริมให้มีกิจกรรม มีการส่งเรื่องราว ส่งความคิดของผู้อ่านมาร่วมกับเรา</li>
</ul>
<p><strong>สื่อปรับตัวได้..ตามความต้องการ</strong></p>
<p>นอก จากคนผลิตจะต้องปรับตัวได้แล้ว สื่อก็ควรมีลักษณะของความยืดยุ่น ปรับให้เหมาะสมกับลักษณะการรับสาร หรือ ความต้องการของผู้รับสารได้ด้วย ได้แก่</p>
<ul>
<li>มีการ tag : จะเห็นเวลาเราเขียน blog จะมีตอนท้าย ให้เราเขียน tag…tag คือ ป็นคำที่บ่งบอกเกี่ยวกับเนื้อหา หรืออะไรก็ตามที่จะตามมาที่จะตามมาที่ บทความ เป็นการจัดหมวดหมู่ของเรื่องที่เขียนเหมือนๆ กัน ให้อยู่รวมกัน ทำให้ค้นหาข้อมูลสะดวก เจ้าของบลอค ก็สามารถเผยแพร่เรื่องราวที่เขียน ได้ง่ายขึ้น คนหาก็หาง่ายขึ้น สามารถหาเป็นเรื่องๆ ไปได้ด้วย</li>
<li>Database-driven เว็ยไซต์ควรมี data base ให้สามารถค้นภายในเว็บ ทำให้คนอยากหาอะไรก็ search จากข้อมูลได้ หรือ เลือกที่จะกรองข้อมูลที่จะรับตามที่ต้องการได้ ก็จะง่ายขึ้นสำหรับผู้ที่เข้ามาหาข้อมูลในเว็บ</li>
<li><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/RSS_%28file_format%29" target="_blank">RSS Feed</a> จะเห็นเจ้า icon สีส้มๆ บอกว่า RSS หรือ feed พวกนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้อ่าน สมัครสมาชิกกับเว็บ / blog ที่ตัวเองสนใจ เพื่อติดตาม update จากเว็บนั้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาเช็คที่หน้าเว็บ เพียงสมัครไว้ เปิด feed reader แล้วก็จะมี update บทความ ข่าวสารใหม่ๆ ที่เว็บนั้นทำการอัพเดทขึ้นมาให้</li>
</ul>
<p><img src="http://i25.photobucket.com/albums/c67/imice/_41437241_new_rss_location_416.gif" alt="" width="300" height="107" /> <img src="http://i25.photobucket.com/albums/c67/imice/feed.jpg" alt="" width="298" height="153" /></p>
<p>(capture ภาพจาก <a href="http://www.bbc.co.uk/">http://www.bbc.co.uk</a>)</p>
<ul>
<li>ควรทำเนื้อหาในบางเรื่องให้<strong>สามารถ download ได้ / นำไป embed</strong> ที่อื่นได้ การ download ได้ ทำให้ผู้รับมีโอกาสเลือกเวลาที่จะรับได้ เขาอาจเข้ามาเจอเรื่องของเราแล้วสนใจ แต่ไม่มีเวลาดู หรือ ฟัง ถ้าสามารถ download เก็บไว้อ่านในเวลาใดก็ได้ ก็จะทำให้เรื่องน่าสนใจ และคนอยากติดตามสื่อของเราเพราะง่ายต่อเขา นอกจากนี้ การทำสื่อเช่น podcast / video ให้สามารถ ไป embed ที่อื่นนั้น เป็นอีกหนึ่งทางในการเผยแพร่ แบ่งปัน และดึงคนกลับมาสู่เว็บของเรา</li>
</ul>
<p><img style="border: 0pt none; margin: 10px;" src="http://i25.photobucket.com/albums/c67/imice/download.jpg" alt="" width="312" height="221" /></p>
<p>(capture ภาพจาก <a title="http://www.timesonline.co.uk/tol/tools_and_services/podcasts/" href="http://www.timesonline.co.uk/tol/tools_and_services/podcasts/">http://www.timesonline.co.uk/tol/tools_and_services/podcasts/</a>, และ <a href="http://www.youtube.com/">http://www.youtube.com</a>)</p>
<p><strong>Link เพิ่มเติมที่น่าสนใจ</strong></p>
<p><a title="http://onlinejournalismblog.com/" href="http://onlinejournalismblog.com/">http://onlinejournalismblog.com/</a> : ข่าวสาร ความรู้เกี่ยวกับ Online Journalism</p>
<p><a title="http://www.ojr.org/" href="http://www.ojr.org/">http://www.ojr.org/</a> : Online Journalism Review ข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับการสื่อสารออนไลน์</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;">———————–</p>
<p><img class="alignleft" style="border: 0pt none; margin: 10px;" title="Sakulsri Srisaracam" src="../wp-content/uploads/2009/08/Sakulsri-Srisaracam.jpg" alt="Sakulsri Srisaracam" width="77" height="77" /> <strong>สกุลศรี  ศรีสารคาม</strong> อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์   ศิษย์เก่าวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เกียรตินิยม (วิทยุและโทรทัศน์) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,M.A. Journalism (International) University of Westminster, UK</p>
<p>ดู  Slides Presentation ของ สกุลศรี ศรีสารคาม เรื่องเกี่ยวกับ สื่อสารมวลชนได้ที่ <a href="http://www.slideshare.net/ajarnice">slideshare.net/ajarnice</a></p>
<p>ดู บล็อกของ สกุลศรี ศรีสารคาม ได้ที่  <a href="http://www.oknation.net/blog/ajarnice">oknation.net/blog/ajarnice</a></p>
<p>บทความที่นำมาเผยแพร่ใน <a href="../">Blogologynet.com</a> นี้ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนแล้ว</p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=940&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_940" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/the-principle-of-online-journalism-03" title="หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 3 (26 August 2009)">หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 3</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/the-principle-of-online-journalism-01" title="หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 1 (26 August 2009)">หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 1</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/online-journal" title="Online Journalism : นิเทศศาสตร์ออนไลน์ คืออะไร (16 June 2009)">Online Journalism : นิเทศศาสตร์ออนไลน์ คืออะไร</a> (4)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/launching-media-blog" title="แตกบล็อกออกไปเป็น &#8220;สื่อและสาร&#8221; (21 June 2010)">แตกบล็อกออกไปเป็น &#8220;สื่อและสาร&#8221;</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-rule-and-law" title="นวัตกรรมสื่อ : เทคโนโลยี พฤติกรรม และ จริยธรรมของสื่อมวลชน (1) (20 May 2008)">นวัตกรรมสื่อ : เทคโนโลยี พฤติกรรม และ จริยธรรมของสื่อมวลชน (1)</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/the-principle-of-online-journalism-02/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 3</title>
		<link>http://blogologynet.com/the-principle-of-online-journalism-03</link>
		<comments>http://blogologynet.com/the-principle-of-online-journalism-03#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 Aug 2009 03:54:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[สื่อสารมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[นิเทศศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[นิเทศศาสตร์ออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[สกุลศรี ศรีสารคาม]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสารมวลชนออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[หลักการเบื้องต้นการสื่อสารออนไลน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blogologynet.com/?p=949</guid>
		<description><![CDATA[
สกุลศรี ศรีสารคาม : สองตอนที่แล้ว พูดถึงหลักของการสื่อสารออนไลน์ ทั้งลักษณะของผู้รับสาร  ผู้ส่งสาร สาร รวมถึงธรรมชาติของสื่อออนไลน์ในลักษณะ “Brevity” และ “Adapability”  กันไปแล้ว คราวนี้มาดูหลักการของการสื่อสารมวลชนออนไลน์กันต่อในเรื่อง  “Scannability”หรือ “การกวาดสายตาอ่านได้”
เนื่องจากสื่อออนไลน์มีธรรมชาติที่คนอ่านไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ  หรือต้องใช้เวลากับสิ่งหนึ่งนานๆ ดังนั้น  เมื่อเข้ามาเพื่ออ่านข้อความสักหนึ่งข้อความ ผู้อ่านต้องการทราบโดยรวดเร็วว่า  บทความหรือเนื้อหาที่นำเสนอเกี่ยวกับอะไร มีเรื่องอะไรที่เขาจะอ่านในบทความได้บ้าง  โดยลักษณะการอ่านก็คือ “การกวาดสายตา”

กวาดตา..ฉันก็เจอว่าจะอ่านอะไร
วิธีการทำให้อ่านง่านหรือ Scannability นั้น ก็สามารถทำได้ด้วย  วิธีการเขียน (รออ่านต่อได้ในเรื่อง  “หลักการเขียนเพื่อสื่อออนไลน์ ซึ่งจะเขียนอธิบายต่อโดยละเอียดใน Blog ต่อไป)
เช่น การเขียนหนึ่งความคิดต่อหนึ่งย่อหน้า การมีหัวข้อย่อยเพื่อแบ่งความคิด  แบ่งเนื้อหาเป็นส่วนๆ มีรูปภาพประกอบ การใช้ keyword และการเน้นข้อความ  ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้อ่านได้ง่าย …. ต้องคิดเสมอว่า 10 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" style="border: 0pt none; margin: 10px;" src="http://i688.photobucket.com/albums/vv242/ajarnice/text2.jpg" alt="" width="270" height="240" /></p>
<p><span style="color: #993300;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>สกุลศรี ศรีสารคาม</strong></span> </span>: สองตอนที่แล้ว พูดถึงหลักของการสื่อสารออนไลน์ ทั้งลักษณะของผู้รับสาร  ผู้ส่งสาร สาร รวมถึงธรรมชาติของสื่อออนไลน์ในลักษณะ “Brevity” และ “Adapability”  กันไปแล้ว คราวนี้มาดูหลักการของการสื่อสารมวลชนออนไลน์กันต่อในเรื่อง  “Scannability”หรือ “การกวาดสายตาอ่านได้”</p>
<p>เนื่องจากสื่อออนไลน์มีธรรมชาติที่คนอ่านไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ  หรือต้องใช้เวลากับสิ่งหนึ่งนานๆ ดังนั้น  เมื่อเข้ามาเพื่ออ่านข้อความสักหนึ่งข้อความ ผู้อ่านต้องการทราบโดยรวดเร็วว่า  บทความหรือเนื้อหาที่นำเสนอเกี่ยวกับอะไร มีเรื่องอะไรที่เขาจะอ่านในบทความได้บ้าง  โดยลักษณะการอ่านก็คือ “การกวาดสายตา”</p>
<p><span id="more-949"></span></p>
<h3>กวาดตา..ฉันก็เจอว่าจะอ่านอะไร</h3>
<p>วิธีการทำให้อ่านง่านหรือ Scannability นั้น ก็สามารถทำได้ด้วย  <strong>วิธีการเขียน</strong> (รออ่านต่อได้ในเรื่อง  “หลักการเขียนเพื่อสื่อออนไลน์ ซึ่งจะเขียนอธิบายต่อโดยละเอียดใน Blog ต่อไป)</p>
<p>เช่น การเขียนหนึ่งความคิดต่อหนึ่งย่อหน้า การมีหัวข้อย่อยเพื่อแบ่งความคิด  แบ่งเนื้อหาเป็นส่วนๆ มีรูปภาพประกอบ การใช้ keyword และการเน้นข้อความ  ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้อ่านได้ง่าย …. ต้องคิดเสมอว่า <span style="text-decoration: underline;">10 วินาทีแรก  คุณต้องดึงดูดคนเข้ามาอ่านไว้ให้ได้</span> ซึ่งรูปลักษณ์ของการเขียนช่วยได้</p>
<p>จำไว้ว่า….วางรูปแบบการเขียนให้เขารู้ว่า “มีอะไร” “จะไปตรงไหนต่อ”  “จะอ่านอะไรดี” ให้รู้ตั้งแต่แรกที่เข้ามากวาดสายตา….จะทำให้เขาอยากอ่านต่อ</p>
<p>อย่าวางเนื้อหาจนแน่นเกินไป…ไม่มีใครอยากอ่านสิ่งที่หนัก และ  รกสายตา…มันเหนื่อยง่ายไป</p>
<p>มีรูปประกอบบ้าง เพื่อดึงดูดความสนใจ และ ช่วยอธิบายเรื่องให้ชัดเจนขึ้น</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: small;"><strong>เขียนแล้ว … ต้องหาเจอ</strong></span></p>
<p>หาเจอในที่นี้หมายถึง….</p>
<p>คนเข้ามาแล้ว <strong>หาเจอว่าจะอ่านอะไร</strong>..สามารถทำได้ด้วยการมี</p>
<ul>
<li>keyword คำสำคัญๆ เป็นระยะ กวาดสายตาไปก็จะเห็นว่า  โดยรวมแล้วเรื่องของเราเกี่ยวกับอะไร</li>
<li>มีการเน้นคำ หรือ ใช้สีที่แตกต่าง ในสิ่งที่ต้องการเน้น..หรือ  คำเด่น..คำสำคัญต่างๆ เพื่อจะได้มองแล้วก็เจอโดยคร่าวๆ ก็จะรู้ว่า  เรื่องเกี่ยวกับอะไร หรือถ้ากำลังหาหัวข้ออะไร  ก็จะได้หาเจอว่าอยู่ตรงไหนง่ายๆ</li>
</ul>
<p>ต่อจากนั้นก็คิดด้วยว่า…เขียนอย่างไรให้<strong> คนอื่นหาเราเจอ</strong></p>
<ul>
<li>ตั้งชื่อเรื่องให้น่าสนใจ สะดุดตา และบอกเรื่องราวได้โดยสรุป</li>
<li>นำไปฝาก link ใน social bookmarking บ้าง จะได้มีคนเจอเรา</li>
<li>การมี keyword ในเรื่อง และ มี link ที่มีคุณภาพ ก็ช่วยให้ search engine  หาเราเจอได้</li>
<li>ฝาก link ใน web directory ต่างๆ</li>
</ul>
<p>(รออ่านเพิ่มเติมเรื่องเทคนิคการเขียนเพื่อสื่อออนไลน์ อย่างละเอียดได้ใน  “การเขียนเพื่อสื่อออนไลน์”…เร็วๆ นี้)</p>
<p>หลักของการสื่อสารออนไลน์ที่ผู้สร้างสื่อเป็นโลกอินเตอร์เน็ตต้องคำนึงถึงอีกเรื่องคือ  “Interactivity”</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong><span style="font-size: medium;">สื่อสารออนไลน์ คือ การมีปฏิสัมพันธ์  (Interactivity)</span></strong></span></p>
<p>การมีปฏิสัมพันธ์ในที่นี้ หมายความถึง 2 ประการคือ  <strong>“ให้อำนาจแก่ผู้รับสาร”</strong> และ <strong>“ทำให้เกิดการโต้ตอบ  แลกเปลี่ยนความคิดความเห็น”</strong></p>
<p>1. <strong><span style="color: #ff8040; font-size: small;">คนอ่านต้องมีอำนาจควบคุม</span></strong> ไม่ใช่เป็นเพียงผู้รับอย่างเดียว ใครป้อนอะไร ยังไง ก็รอรับอย่างนั้น  แต่ผู้รับสื่อออนไลน์สามารถเป็นผู้ “เลือก” ว่าจะรับอะไร อย่างไร และ เมื่อไรได้  ดังนั้น ผู้สื่อสารออนไลน์ ก็ต้องคำนึงถึงการสร้างสื่อ หรือ  ชิ้นงานที่ต้องการนำเสนอ ให้ตอบสนองลักษณะการเลือกได้นี้ เช่น</p>
<ul>
<li>Link ทำให้คนสามารถเลือกได้ว่า จะรับสารอะไร เพียงแค่ click  ไปสู่สิ่งที่เขาอยากอ่าน</li>
<li>การทำ Podcast เปิดโอกาสให้คนสามารถเลือกได้ว่า  จะฟังเรื่องอะไรที่ต้องกับความสนใจ และ ไม่จำเป็นต้องฟังออนไลน์เท่านั้น แต่สามารถ  download เก็บไว้ และ ฟังได้เมื่อเวลาที่ต้องการ</li>
<li>การนำเสนอ Video สามารถที่จะซอย Video ทั้งเรื่องออกเป็นประเด็นย่อยๆ  เพื่อให้ผู้รับสารเลือกที่จะดูในสิ่งที่ต้องการดูได้เป็นส่วนๆ  โดยอาจไม่ต้องดูทั้งเรื่อง หรือ แม้แต่จะทำให้ Download เพื่อเก็บไว้ดูภายหลังก็ได้  หรือ แม้แต่การชมออนไลน์ก็มี function ให้สามารถเลือก foward หรือ reply / play  back ได้</li>
<li>ความสามารถในการจัดเก็บสารหรือสิ่งที่ต้องการรับตามความสนใจ เช่น การมี RSS  Feed ที่เมื่อสมัครสมาชิก Feed ที่ต้องการรับข่าวสาร เนื้อหา หรือ สื่อนั้น  ก็จะมีการอัพเดทให้ทราบ และ สามารถติดตามรับสารนั้นได้อย่างสม่ำเสมอ  โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปที่หน้าเว็บไซด์ต้นทางทุกครั้งก็ได้ สร้างความสะดวก และ  ให้อำนาจในการควบคุมการรับมากขึ้น</li>
</ul>
<p><img src="http://i25.photobucket.com/albums/c67/imice/downloadable.jpg" alt="" width="411" height="343" /></p>
<p><img style="margin: 0px 0px 0px 8px; display: inline; width: 259px; height: 188px;" src="http://i25.photobucket.com/albums/c67/imice/share.jpg" alt="" align="right" />2. <span style="color: #ff8000; font-size: small;"><strong>สร้างการโต้ตอบ แลกเปลี่ยน และ  สร้างเนื้อหาของตัวเอง</strong></span> จากเดิมที่การสื่อสารออนไลน์มีลักษณะของการที่ผู้ใช้รับสาร หรือ  รับข้อมูลจากสิ่งที่เจ้าของเว็บไซด์จัดไว้ให้เท่านั้น ปัจจุบันในยุคของ Web 2.0  การสื่อสารออนไลน์เปลี่ยนไปในลักษณะการสื่อสารสองทางมากขึ้น  คนสามารถเข้ามาแสดงความเห็น ตอบโต้ แลกเปลี่ยนเรื่องราวระหว่างกันได้ ผ่านระบบ การ  Comment, Webboard, Chatroom สิ่งนี้ทำให้เกิดการพูดคุย การตอบโต้ และ การรวมกลุ่ม</p>
<p>นอกจากนั้น ผู้ใช้ ยังสามารถสร้างเนื้อหาของตัวเองตามที่ต้องการ หรือ ที่สนใจ  เข้าไปในอินเตอร์เน็ตได้ด้วย เพราะฉะนั้น ผู้รับสาร ไม่ใช่ Passive User  แต่กลายเป็น Active User ไป ผ่านเครื่องมืออย่าง Blog, Podcast, Youtube,  Wikipedia, Social Networking เป็นต้น</p>
<p>ต้องนั้น จำไว้ว่า ในการจะทำให้คนสามารถ “ควบคุมการรับและสร้างสื่อ” รวมทั้ง  “สร้างการโต้ตอบ” ในการสื่อสารออนไลน์นั้น การสร้างสื่อ  จำเป็นต้องคำนึงว่าจะต้องสามารถ</p>
<p><strong><span style="color: #ff0080;">download ได้ / email ได้ / blog ได้ / comment ได้  /</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #ff0080;">คนทำสื่อต้องคิดว่า เราจะตอบสนองสิ่งนี้ได้อย่างไร  เช่น</span></strong></p>
<ul>
<li><span style="color: #ff0080;"><span style="color: #000040;">เอาสื่อของเราไปไว้ในที่ที่คนจะดู  จะหาเจอ เช่น วิดีโอ ก็ไว้ใน youtube เป็นต้น</span></span></li>
<li><span style="color: #000040;">สื่อมวลชนอาจให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึง วัตถุดิบ (raw  material) ของงานสื่อตัวเองได้ เพื่อก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิด อภิปราย  นำเสนอเรื่องที่เกี่ยวข้อง รวมถึงร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง  ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาเรื่องที่สมบูรณ์มากขึ้นได้ด้วย</span></li>
<li><span style="color: #000040;">การผลิตสื่อของสื่อมวลชนไม่ใช่เพียงการสร้างสื่อเดียวอีกต่อไป  แต่เพื่อตอบสนองความต้องการของ user ในรูปแบบที่ต่างไป  สื่อมวลชนควรสร้างสื่อในลักษณะ multimedia ในเรื่องๆ หนึ่งที่ทำ อาจทำเป็นทั้ง  บทความ video, podcast, รูปภาพ  และเปิดโอกาสให้คนรับสารเลือกรับในรูปแบบที่เขาต้องการได้</span></li>
<li><span style="color: #000040;">รวมถึง คนผลิตสื่อออนไลน์ต้องคิดค้นวิธีที่จะ “ดึงดูด”  ผู้ใช้ให้เกาะติดสิ่งที่ต้องการนำเสนอ และ ติดตามเรื่องอื่นๆ ของเราให้ได้ เช่น  การสร้างการมีส่วนร่วม ให้ส่งเรื่องราวของเขา ให้ร่วมตั้งคำถาม ให้ร่วมหาคำตอบ  เป็นต้น</span></li>
</ul>
<p>เมื่อคนควบคุมการสื่อสารได้ โดยสามารถแสดงความเห็น แลกเปลี่ยนความคิด พูดคุย และ  สร้างเนื้อหาของตัวเองให้คนอื่นอ่านได้ ก็นำไปสู่  หลักสุดท้ายของการสื่อสารออนไลน์นั่นคือ “Community &amp; Converstation”</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong><span style="font-size: medium;">สื่อสารออนไลน์ ชวนสนทนา (Conversation)  สู่การสร้างชุมชน (Community)</span></strong></span></p>
<p>ในเมื่อลักษณะของการสื่อสารออนไลน์ สามารถสร้างบนสนทนา เช่น ให้ comment  ให้แลกเปลี่ยนความเห็น หรือ เสนอเรื่องของตัวเองให้คนอื่นได้  ก็ทำให้มีการสื่อสารกันอย่างกว้างขวาง บางครั้ง บางเรื่อง  ยังนำไปสู่การสนทนาได้ทั้งในระดับตัวต่อตน เป็นกลุ่มเล็ก หรือ  ขยายวงไปสู่การสร้างชุมชนออนไลน์ของคนที่ชอบอะไรๆ เหมือนกันได้ด้วย</p>
<p>ดังนั้น  ในการสร้างสื่ออะไรก็ตามบนอินเตอร์เน็ตก็ต้องคำนึงถึงการเปิดโอกาสให้มีการสนทนาด้วย  เพราะนั่นเป็นลักษณะพิเศษของการสื่อสารออนไลน์ รวมถึงสามารถขยายวงความรู้  ความสนใจให้กว้างขวางได้</p>
<p><strong>คนบนเน็ตไม่ใช่แค่ผู้รับ แต่คือผู้ส่ง และ แหล่งข้อมูล</strong></p>
<p>การสื่อสารบนอินเตอร์เน็ตทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ  ได้ใกล้เคียงกับสื่อมวลชน เขาสามารถสร้างสื่อได้ด้วยตัวเอง ดังนั้น  การเข้าถึงข้อมูล อำนาจในการผลิตสื่อ ของสื่อมวลชนเป็นข้อได้เปรียบที่น้อยลง  คนทั่วไปมีบทบาทมากขึ้น และ  อาจมีข้อมูลหรือสร้างสื่อที่ดีได้มากกว่าสื่อมวลชนด้วยซ้ำในบางเรื่อง</p>
<p>ดังนั้น การปรับตัวของคนสื่อก็คือ ต้องเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่าง “สื่อมวลชน”  กับ “ชุมชนออนไลน์” ให้ได้  ทำได้ทั้งตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนาร่วมกับชุมชนออนไลน์ เช่น การเขียน blog  ร่วมใน forum, webboard อัพเดทข้อมูลผ่าน twitter สร้างเครือข่ายผ่าน Social  Network ต่างๆ …….</p>
<p>การขยายเครือข่ายเช่นนี้ จะมีประโยชน์ทำให้ มิติ ในการเข้าถึงข้อมูล และ  การมองหาประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่องานสื่อสารมวลชนทำได้กว้าง และ  หลากหลายมากขึ้นด้วย</p>
<p>อย่าลืมว่า การสื่อสารที่ดีควรทำสองทาง ถ้าสร้างสื่อให้มีคนมาตอบโต้เรา  เราเองก็ต้องร่วมในการสนทนานั้น ถ้าให้คนมาแลกเปลี่ยนข้อมูล  เราก็ต้องมีการตอบโต้กับเขา เพื่อให้การสนทนานั้นดำเนินต่อไป  เป็นเครือข่ายที่ไม่จบสิ้น</p>
<p>ลักษณะนี้ สื่อมวลชนต้อง comment, respond, link, open up (อ้างจาก <a title="http://onlinejournalismblog.com/2008/09/18/basic-principles-of-online-journalism-c-is-for-community-conversation-pt2-conversation/" href="http://onlinejournalismblog.com/2008/09/18/basic-principles-of-online-journalism-c-is-for-community-conversation-pt2-conversation/">http://onlinejournalismblog.com/2008/09/18/basic-principles-of-online-journalism-c-is-for-community-conversation-pt2-conversation/</a>)  หากทำเช่นนี้ จะทำให้</p>
<ul>
<li>เรื่องที่จะทำได้มาซึ่งข้อมูลที่หลากหลาย รวมถึง  อาจได้ข้อมูลเชิงลึกจากคนในพื้นที่อย่างที่คุณอาจคิดไม่ถึง</li>
<li>การมีส่วนร่วม และ อัพเดทข้อมูล สื่อสารกันตลอดเวลา  จะทำให้เราได้รับการแจ้งเรื่อง ณ  เวลาที่เกิดบางสิ่งบางอย่างขึ้นจากแหล่งข่าวของเราในชุมชนออนไลน์อย่างรวดเร็วด้วย  รวมถึงสามารถเข้าใจเรื่องราวของมันได้ชัดเจน เพราะว่ามีคนที่เกี่ยวข้องโดยตรง หรือ  คนในพื้นที่ ถ่ายทอดสิ่งนั้นให้เรารู้ด้วยตัวเขาเอง</li>
<li>ในการอภิปรายเกี่ยวกับงานของขึ้น ก็เป็นการ ทำให้คนได้อ่าน ได้รู้สิ่งที่คุณทำ  คุณเขียนไปพร้อมๆ กันด้วย</li>
</ul>
<p>ทั้งหมดนี้คือหลักเบื้องต้นของสื่อออนไลน์ที่ “สื่อมวลชน” น่าจะรู้ไว้  เพื่อปรับตัวเองให้ตอบรับสื่อนี้ได้ และ ใช้เพื่อการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ  และเกิดประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด</p>
<p><strong>Link เพิ่มเติมที่น่าสนใจ</strong></p>
<p><a href="http://onlinejournalismblog.com/">http://onlinejournalismblog.com/</a> :  ข่าวสาร ความรู้เกี่ยวกับ Online Journalism</p>
<p><a href="http://www.ojr.org/">http://www.ojr.org/</a> : Online Journalism  Review ข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับการสื่อสารออนไลน์</p>
<p style="text-align: center;">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p><img class="alignleft" style="border: 0pt none; margin: 10px;" title="Sakulsri Srisaracam" src="http://blogologynet.com/wp-content/uploads/2009/08/Sakulsri-Srisaracam.jpg" alt="Sakulsri Srisaracam" width="77" height="77" /><strong>สกุลศรี  ศรีสารคาม</strong> อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์   ศิษย์เก่าวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เกียรตินิยม (วิทยุและโทรทัศน์) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,M.A. Journalism (International) University of Westminster, UK</p>
<p><strong>ดู  Slides Presentation</strong> ของ สกุลศรี ศรีสารคาม เรื่องเกี่ยวกับ สื่อสารมวลชนได้ที่ <a href="http://www.slideshare.net/ajarnice">slideshare.net/ajarnice</a></p>
<p><strong>ดู บล็อก</strong> ของ สกุลศรี ศรีสารคาม ได้ที่  <a href="http://www.oknation.net/blog/ajarnice">oknation.net/blog/ajarnice</a></p>
<p>บทความ ที่นำมาเผยแพร่ใน <a href="http://blogologynet.com">Blogologynet.com</a> นี้ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนแล้ว</p>
<p><script type="text/javascript">
<!--
ad_partner="200808194329222";
ad_website="200808198734149";
ad_zone="200808191268251";
ad_format="200804224875250250";
ad_type="tm";
ad_color_border="FFFFFF";
ad_color_bg="FFFFFF";
ad_background="";
ad_color_title="0000CC";
ad_color_text="000000";
ad_color_url="22608F";
//-->
</script><br />
<script type="text/javascript" src="http://ads.bumq.com/ad_show2.js"></script></p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=949&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_949" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://blogologynet.com/the-principle-of-online-journalism-02" title="หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 2 (26 August 2009)">หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 2</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/the-principle-of-online-journalism-01" title="หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 1 (26 August 2009)">หลักการเบื้องต้นการสื่อสารมวลชนออนไลน์ ตอนที่ 1</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/online-journal" title="Online Journalism : นิเทศศาสตร์ออนไลน์ คืออะไร (16 June 2009)">Online Journalism : นิเทศศาสตร์ออนไลน์ คืออะไร</a> (4)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/launching-media-blog" title="แตกบล็อกออกไปเป็น &#8220;สื่อและสาร&#8221; (21 June 2010)">แตกบล็อกออกไปเป็น &#8220;สื่อและสาร&#8221;</a> (0)</li>
	<li><a href="http://blogologynet.com/media-rule-and-law" title="นวัตกรรมสื่อ : เทคโนโลยี พฤติกรรม และ จริยธรรมของสื่อมวลชน (1) (20 May 2008)">นวัตกรรมสื่อ : เทคโนโลยี พฤติกรรม และ จริยธรรมของสื่อมวลชน (1)</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/the-principle-of-online-journalism-03/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รู้จักบล็อกที่สอนหาเงินผ่านบล็อก</title>
		<link>http://blogologynet.com/to-know-blog-to-make-money</link>
		<comments>http://blogologynet.com/to-know-blog-to-make-money#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 10 Jul 2009 20:03:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[บล็อกสร้างเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[บล็อกหาเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้เสริม]]></category>
		<category><![CDATA[หาเงินผ่านบล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[Make Money Blog]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blogologynet.com/?p=926</guid>
		<description><![CDATA[การหาเงินผ่านบล็อกนับเป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนจำนวนหนึ่งไปแล้วในบัดนี้  ซึ่งรายได้ก็มีตั้งแต่พอเลี้ยงตัวได้ไปจนถึงรวยหลักแสนหลักล้าน ก็มี กลายเป้นอาชีพอย่างหนึ่งที่คนผู้ไม่ชอบระบบแบบแผนขององคืกร ได้ยึดถือเอาเป็นแหล่งทำมาหากินอย่างเป็นล่ำเป็นสัน โดยเฉพาะฝรั่งตั้งโตทั้งหลาย
ในทีนี้จะขอแนะนำสัก 2 บล็อก ซึ่งเป็นบล็อกที่ให้ความรู้ เทคนิค ต่างๆในการทำมาหากินผ่านบล็อกหรือผ่านอินเตอร์เน็ต โดยเจ้าของบล็อกเป็นผู้เชี่ยวชาญในการหาเงินผ่านบล็อกโดยตรง เขียนหนังสือเผยแพร่มาแล้ว ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีในหมู่ผู้หากินทางอินเตอร์เน็ต

บล็อกแรกคือ  digitalmoneylife.com เจ้าของคือ อนุชา ลีวรกุล ชื่อนี้คงไม่ต้องแนะนำในหมุ่ผุ้หาเงินทางอินเตอร์เน็ต เพราะอนุชานับได้ว่าเป็นตัวจริงเสียงจริงคนหนึ่ง เขียนหนังสืออกมาหลายเล่ม ทั้งเรื่องเกี่ยวกับการทำ seo การหาเงินจากบล็อก การขายสินค้ากับเว็บไซต์อเมซอน หนังสือทำบล็อกด้วย Wordpress ก็มี ล่าสุดมีการขายข้อมูลแนะนการหาเงินวันละ 100 เหรียญให้ผู้สนใจทางหน้าบล็อกด้วย
บล็อก  digitalmoneylife.com ให้ข้อมูลการหาเงินผ่านอินเตอร์เน็ตมากมายหลายสถาน ทั้ง google adsense ทั้งขายของกับ amazon ทั้งทำการค้าในระบบ affiliate ที่มีอยู่มากมาย เช่น hotel affiliate และ AutoBlog ที่เขาบล็อกว่าเป็นแหล่งทำเงินที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง สิ่งที่อนุชาให้ไว้ในบล็อกนั้น อันประกอบด้วยเทคนิค วิธีการ ต่างๆในการทำให้เกิดรายได้ขึ้นมาโดยอาศััยบล็อก
สำหรับมือใหม่ที่บังเอิญผ่านมาที่นี่ ก็ลองแวะเข้าไปดู เผื่อจะเกิดความคิด ได้แนวทงใหม่ๆไปทำมาหากินทางเน็ตได้ ซึ่งอนุชาได้ทำมาเป็นตัวอย่างแล้ว
แต่เขามีข้อแม้ข้อหนึ่ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การหาเงินผ่านบล็อกนับเป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนจำนวนหนึ่งไปแล้วในบัดนี้  ซึ่งรายได้ก็มีตั้งแต่พอเลี้ยงตัวได้ไปจนถึงรวยหลักแสนหลักล้าน ก็มี กลายเป้นอาชีพอย่างหนึ่งที่คนผู้ไม่ชอบระบบแบบแผนขององคืกร ได้ยึดถือเอาเป็นแหล่งทำมาหากินอย่างเป็นล่ำเป็นสัน โดยเฉพาะฝรั่งตั้งโตทั้งหลาย</p>
<p>ในทีนี้จะขอแนะนำสัก 2 บล็อก ซึ่งเป็นบล็อกที่ให้ความรู้ เทคนิค ต่างๆในการทำมาหากินผ่านบล็อกหรือผ่านอินเตอร์เน็ต โดยเจ้าของบล็อกเป็นผู้เชี่ยวชาญในการหาเงินผ่านบล็อกโดยตรง เขียนหนังสือเผยแพร่มาแล้ว ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีในหมู่ผู้หากินทางอินเตอร์เน็ต<br />
<span id="more-926"></span></p>
<p>บล็อกแรกคือ <a href="http://www.digitalmoneylife.com/ "> digitalmoneylife.com </a>เจ้าของคือ <strong>อนุชา ลีวรกุล</strong> ชื่อนี้คงไม่ต้องแนะนำในหมุ่ผุ้หาเงินทางอินเตอร์เน็ต เพราะอนุชานับได้ว่าเป็นตัวจริงเสียงจริงคนหนึ่ง เขียนหนังสืออกมาหลายเล่ม ทั้งเรื่องเกี่ยวกับการทำ seo การหาเงินจากบล็อก การขายสินค้ากับเว็บไซต์อเมซอน หนังสือทำบล็อกด้วย <a href="http:/wordpress-book"><span style="color: #0000ff;">Wordpress </span></a>ก็มี ล่าสุดมีการขายข้อมูลแนะน<a href="http://www.digitalmoneylife.com/news-annoucements/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%97-package-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99-100-%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99/"><span style="color: #0000ff;">การหาเงินวันละ 100 เหรียญ</span></a>ให้ผู้สนใจทางหน้าบล็อกด้วย</p>
<p>บล็อก  digitalmoneylife.com ให้ข้อมูลการหาเงินผ่านอินเตอร์เน็ตมากมายหลายสถาน ทั้ง <a href="http:/success-adsense-affiliate"><span style="color: #0000ff;">google adsense</span></a> ทั้งขายของกับ <a href="http://kosoltalk.com/amazing-amazon-selling"><span style="color: #0000ff;">amazon</span></a> ทั้งทำการค้าในระบบ affiliate ที่มีอยู่มากมาย เช่น <a href="http:/travel-affiliate-programs-make-money"><span style="color: #0000ff;">hotel affiliate</span></a> และ AutoBlog ที่เขาบล็อกว่าเป็นแหล่งทำเงินที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง สิ่งที่อนุชาให้ไว้ในบล็อกนั้น อันประกอบด้วยเทคนิค วิธีการ ต่างๆในการทำให้เกิดรายได้ขึ้นมาโดยอาศััยบล็อก</p>
<p>สำหรับมือใหม่ที่บังเอิญผ่านมาที่นี่ ก็ลองแวะเข้าไปดู เผื่อจะเกิดความคิด ได้แนวทงใหม่ๆไปทำมาหากินทางเน็ตได้ ซึ่งอนุชาได้ทำมาเป็นตัวอย่างแล้ว</p>
<p>แต่เขามีข้อแม้ข้อหนึ่ง นั่นคือ เขาบอกว่าเขาเป็นเพียงผู้ชี้ทางเดินไปที่ประตูเท่านั้น ถ้าอยากไปถึงประตูก็ต้องเดินไปเอง เขาไม่อุ้มไปแน่ หรือประตูไม่เคลื่อนที่มาหาแน่ เขามีเงื่อนไขเท่านี้แหละครับ</p>
<p>บล็อกที่สอง <a href="http://www.thilanddb.com">Thilanddb.com</a> เจ้าของคือ <strong><span style="color: #0000ff;">พิลาศลักษณ์ สุวีรยนนท์ </span></strong>ผู้เขียนหนังสือ <a href="http:/amazing-amazon-make-money"><span style="color: #0000ff;">amazing amazon มหัศจรรย์เงินล้านผ่านเน็ต</span></a> (อีกผู้หนึ่งที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับอเมซอนคือ <a href="http:/make-money-online-blog-style-advance"><span style="color: #0000ff;">สิทธิิศักดิ์ บุญมาก</span></a>) ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยว่า บล็อกนี้ย่อมเป็นเรื่องเกี่ยวกับอเมซอนเป็นหลัก</p>
<p>พิลาศลักษณ์ สุวีรยนนท์ ได้เสนอความรู้และเทคนิคในการทำงานกับระบบของเว็บไซต์อเมซอนอย่างละเอียด เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเป็นอย่างยิ่ง นอกจากเรื่องอเมวอนแล้วยังมีเรื่องอื่นๆอีกมาก ครอบคลุมการหาเงินผ่านอินเตอร์เน็ตหลายประเภท เช่นเดียวกับอนุชา ลีวรกุล โดยเฉพาะเรื่องชุด Basic Make Money ซึ่งมีถึง<a href="http://www.thailanddb.com/2009/02/basic-make-money-%E0%B8%B812/"><span style="color: #0000ff;">ตอนที่ 12</span></a>แล้วนั้นเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเป็นอย่างยิ่ง</p>
<p>ทั้งสองบล็อกคงให้ประโยชน์เป็นเบื้องต้นได้อย่างดี รวมทั้งผู้ที่เริ่มมาแล้วและต้องการหาขุมความรู้ใหม่ๆเพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพของการทำงาน เชื่อแน่ว่าทั้งสองบล็อกนี้จะช่วยได้ เพราะบล็อกเกอร์ทั้งสองก็คือมืออาชีพที่ประสบความสำเร็จในระดับที่เป็นแบบอย่างแก่คนอื่นได้.</p>
<p><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-1054503077643492";
/* 468x60, created 1/8/10 */
google_ad_slot = "3009004769";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//-->
</script><br />
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=926&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_926" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li>ไม่มีเรื่องในหมวดเดียวกัน เชิญอ่านเรื่องอื่นๆครับ</li>
	</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/to-know-blog-to-make-money/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ย้ายโฮสต์ใหม่ ช่วยแจ้งผลการเข้าใช้ด้วยครับ</title>
		<link>http://blogologynet.com/new-host</link>
		<comments>http://blogologynet.com/new-host#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Jul 2009 06:37:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[สารพันข่าวบล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[ย้ายโฮสต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blogologynet.com/?p=916</guid>
		<description><![CDATA[เพิ่งย้ายเข้าใช้โฮสต์ใหม่ ย้ายจากโฮสต์ไทยไปนอก  เนื่องจากโฮสต์เดิมที่ใช้อยู่เข้าจากเมืองนอกได้ช้ามาก  ช้ามากจนถึงช้าที่สุดและโหลดหน้าไม่ได้เลยก็มี ตอนไปต่างประเทศจะเข้าดูก็ไม่ได้ ลองให้เพื่อนๆที่อยู่ทางยุโรปทดสอบดูก็เป็นเหมือนกัน
ขอรบกวนท่านที่เข้ามาในช่วงนี้ช่วยแจ้งด้วยนะครับว่า มีปัญหาเรื่องโหลดช้า หรือไม่ อย่างไร หรือปัญหาอื่นๆอีกหรือไม่ จะได้แก้ไขปรับปรุงให้ใช้งานได้ดีขึ้นครับ
ขอความกรุณาแจ้งผลการใช้งานไว้ที่กล่องแสดงความคิดเห็นข้างล่างนี้ด้วยครับ
ขอบคุณครับ
โกศล อนุสิม
Thai Share This

	เรื่องในหมวดเดียวกัน
	
	ไม่มีเรื่องในหมวดเดียวกัน เชิญอ่านเรื่องอื่นๆครับ
	

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เพิ่งย้ายเข้าใช้โฮสต์ใหม่ ย้ายจากโฮสต์ไทยไปนอก  เนื่องจากโฮสต์เดิมที่ใช้อยู่เข้าจากเมืองนอกได้ช้ามาก  ช้ามากจนถึงช้าที่สุดและโหลดหน้าไม่ได้เลยก็มี ตอนไปต่างประเทศจะเข้าดูก็ไม่ได้ ลองให้เพื่อนๆที่อยู่ทางยุโรปทดสอบดูก็เป็นเหมือนกัน</p>
<p>ขอรบกวนท่านที่เข้ามาในช่วงนี้ช่วยแจ้งด้วยนะครับว่า มีปัญหาเรื่องโหลดช้า หรือไม่ อย่างไร หรือปัญหาอื่นๆอีกหรือไม่ จะได้แก้ไขปรับปรุงให้ใช้งานได้ดีขึ้นครับ</p>
<p>ขอความกรุณาแจ้งผลการใช้งานไว้ที่กล่องแสดงความคิดเห็นข้างล่างนี้ด้วยครับ</p>
<p>ขอบคุณครับ</p>
<p>โกศล อนุสิม</p>
<p class="akst_link"><a href="http://blogologynet.com/?p=916&amp;akst_action=share-this"  title="แบ่งปัน เรื่องนี้ ไปยัง Thai social bookmark เช่น Zickr,Duocore,Techkr ฯลฯ" id="akst_link_916" class="akst_share_link" rel="nofollow"><b>Thai Share This</b></a>
</p>
	<h4>เรื่องในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li>ไม่มีเรื่องในหมวดเดียวกัน เชิญอ่านเรื่องอื่นๆครับ</li>
	</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blogologynet.com/new-host/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
