สื่อยุคดิจิตอล: หรือถึงคราวหมาเฝ้าบ้านเจอศัตรูที่ลื่นไหลจริงๆ

การเรียกขานสื่อว่าแมลงวันก็ดี หรือหมาเฝ้าบ้านก็ดี ล้วนแต่มีความหมายในทางที่ดี สะท้อนการทำหน้าที่ของสื่อ นั่นคือ ในฐานะแมลงวัน เมื่อมีของเน่าเหม็นที่ไหน แมลงวันจะไปตอมที่นั่น อันแสดงนัยให้เห็นว่า เมื่อมีเรื่องไม่ชอบมาพากล มีเรื่องไม่ดีไม่งามเกิดขึ้น สื่อจะต้องทำหน้าที่เสาะหาข้อเท็จจริงออกมาตีแผ่ให้สังคมรับรู้ เหมือนแมลงวันไปตอมของเน่าเหม็นให้คนรู้ว่ามีของเน่าเหม็นอยู่ที่นั่น ในฐานะหมาเฝ้าบ้าน สื่อทำหน้าที่ส่งเสียงเตือนผู้คนอันเปรียบเสมือนเจ้าของบ้าน ให้รู้ว่ามีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นในสังคม เหมือนหมาเฝ้าบ้านที่ส่งเสียงเห่าเตือนเจ้าของ เมื่อมีคนแปลกหน้ามาบ้าน ซึ่งอาจจะเป็นโจรผู้ร้ายหรือผู้ไม่หวังดี หากมีการบุกรุกเข้ามาโดยพละการ หมาเฝ้าบ้านก็ไล่กัดไล่งับเอาได้ เพื่อรักษาประโยชน์เจ้าของบ้าน

ดังนั้นศัตรูของหมาเฝ้าบ้าน หรือเจ้าของบ้านก็คือคนแปลกหน้า โจรผู้ร้าย คนไม่ดี ที่มุ่งหวังจะมาขโมยทรัพย์สินของเจ้าของบ้านนั่นเอง

บทบาทของสื่อจึงเป็นบทบาทที่สะท้อนข้อเท็จจริงของสังคม ปกปักรักษาผลประโยชน์สาธารณะ ทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสาร ให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างถูกต้องตรงกับความเป็นจริง สื่อจึงเป็นเครื่องมืออันสำคัญยิ่งของสังคม คอยตรวจตราหาความไม่ชอบมาพากล เมื่อเจอแล้วก็ส่งเสียงเตือนให้ผู้คนรู้ตัว เพื่อแก้ไขหรือป้องกันไม่ให้ความไม่ชอบมาพากลนั้นสร้างปัญหา และในหลายกรณี สื่อเป็นหัวหอกในการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมอย่างขันแข็ง

ที่กล่าวมานั้น หากเปรียบเทียบกับสภาพการณ์ของสื่อในปัจจุบัน ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องเพ้อฝัน เป็นคำบอกเล่าในตำนาน นิทาน หรือเรื่องแต่ง เพราะบทบาทของสื่อในปัจจุบันไม่ว่า วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ อันเป็นสื่อกระแสหลัก ส่วนมากแล้วจะมีบทบาทในการให้ความบันเทิงและการโฆษณาประชาสัมพันธ์กิจกรรมของหมู่มนุษย์ มากกว่าที่จะทำหน้าที่แมลงวันหรือหมาเฝ้าบ้าน ฟาดฟันกับความไม่ชอบมาพากล ความไม่เป็นธรรมในสังคม ผิดกับสื่อสมัยก่อนเป็นอย่างยิ่ง

มีคนเคยวิเคราะห์ไว้ว่า ที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจาก ศัตรูของหมาเฝ้าบ้าน หรือศัตรูของสังคมในปัจจุบันนั้น มีความแตกต่างจากสมัยก่อนเป็นอย่างมาก ซึ่งในสมัยก่อนมีตัวตนชัดเจน ขาวเป็นขาว ดำเป็นดำ จึงทำให้สื่อมีเป้าหมายในการต่อสู้ฟาดฟันได้เต็มที่ ศัตรูที่ว่าก็ได้แก่ รัฐบาลเผด็จการที่ใช้อำนาจไม่เป็นธรรม เอารัดเอาเปรียบประชาชน สร้างความเหลื่อมล้ำในสังคม การฉ้อราษฎร์บังหลวง รวมไปถึงผู้มีอิทธิพล การเอารัดเอาเปรียบของบรรดาพ่อค้านายทุนทั้งหลายต่อแรงงานและเกษตรกร เป็นต้น ซึ่งสื่อสามารถที่จะขุดคุ้ย ตีแผ่ ฟาดฟันความไม่ดีไม่งามดังกล่าวได้ตรงเป้า การใช้อำนาจคุกคามบีบคั้นสื่อก็กระทำอย่างตรงไปตรงมา เช่น การสั่งปิดหนังสือพิมพ์ ปิดแท่นพิมพ์ สั่งจับกุมคุมขังคนทำสื่อ ดังนั้น ในแง่ของการรับมือกับการคุกคาม สื่อก็สามารถเตรียมตัวรับมือได้ สรุปแล้ว ทั้งหมาเฝ้าบ้านและโจรเข้าบ้าน ต่างก็เห็นตัวกัน แยกแยะกันได้อย่างชัดเจน

แต่ในปัจจุบัน สิ่งเหล่านั้นได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว โจรเข้าบ้านไม่ได้ปรากฏตัวอย่างชัดเจน บางครั้งก็แปลงกายปะปนเข้ามากับคนในบ้าน บางครั้งก็ปลอมตัวเป็นเจ้าบ้าน หรือบางคราวคนที่เข้ามาอาศัยในบ้านกลายเป็นโจรเสียเอง ทำให้หมาเฝ้าบ้านไม่สามารถแยกแยะโจรกับเจ้าของบ้านและคนในบ้านได้อย่างชัดเจนอีกต่อไป

การใช้อำนาจรัฐในการข่มขู่คุกคามสื่อก็ไม่ได้ใช้รูปแบบเดิมๆอีกแล้ว ปัจจุบันไม่มีการสั่งปิดสื่อ แท่นพิมพ์ หรือจับกุมคุมขังคนทำสื่ออีกแล้ว หากแต่ใช้วิธีใหม่ในการข่มขู่คุกคาม เช่น อาจใช้อำนาจผ่านหน่วยงานของรัฐที่มีงบประมาณในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ ให้งดการสนับสนุนสื่อที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล หรือ วิธีการอื่นใดที่จะทำให้สื่อไม่สามารถต่อกรได้อย่างตรงๆ

การทุจริตคอรัปชั่นแม้จะเกิดขึ้นอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้ให้สื่อสามารถขุดคุ้ยออกมาตีแผ่ได้ และถึงแม้สื่อจะทำหน้าที่ตีแผ่เรื่องราวออกมาให้สังคมได้รับรู้ ผู้ที่กระทำการทุจริตก็มีวิธีการรับมือกับปัญหาได้อย่างดี มีกระบวนการโต้แย้งเพื่อล้างมลทินให้ตัวเองได้อย่างแนบเนียน กระบวนดังกล่าวนั้นก็รวมไปถึงการใช้สื่อตอบโต้สื่อ สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ตัวเอง

นี่อาจเรียกได้ว่า ศัตรูของหมาเฝ้าบ้านมีความลื่นไหล เปลี่ยนสี แปลงกาย ปรับพฤติกรรมให้เหมือนคนปกติหรือเจ้าของบ้านได้ใกล้เคียงขึ้นมาก จนกระทั่งหมาเฝ้าบ้านไม่สามารถแยกแยะได้ หรือแยกแยะได้ก็ต่อเมื่อสายเกินไป เพราะโจรได้ยกเค้าทรัพย์สินในบ้านไปหมดแล้ว แต่ก่อนโจรผู้ร้ายแสดงความเป็นศัตรูกับหมาเฝ้าบ้านโดยชัดเจน หาทางที่จะทำร้ายให้ตาย บาดเจ็บ หรือเข็ดหลาบ แต่โจรในปัจจุบันอาจแสดงความเป็นมิตรกับหมาเฝ้าบ้าน ทำให้การระแวดระวังลดน้อยลง

สื่อก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับหมาเฝ้าบ้าน คือเจอกับสัตรูที่ลื่นไหล บางครั้ง สื่อเองก็กลายเป็นเครื่องมือหรือกระบอกเสียงของบรรดาศัตรูที่ลื่นไหลไปโดยไม่รู้ตัว เพราะนอกจากจะลื่นไหลแล้ว ศัตรูยังฉลาดหลักแหลม รู้ทันสื่อ จนสามารถใช้วิธีการ “ลับ ลวง พราง” ให้สื่อตกเป็นเครื่องมือได้โดยไม่ทันระวังตัวก็มี

ข้อนี้มองไปก็เห็นได้ไม่ยากนัก นั่นคือ สื่อทั้งหลายในปัจจุบัน ได้ตกเป็นเครื่องมือของนักการเมืองไปแล้ว โดยนักการเมืองอาศัยการทำหน้าที่ของสื่อ ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลงานของตัวเอง ทั้งๆที่หลายกรณีเห็นว่าสิ่งที่นักการเมืองพูดนั้นไม่เกิดประโยชน์อะไร ในหลายครั้งหลายคราว แม้นักการเมืองจะด่าสื่ออย่างรุนแรงแบบไม่เกรงใจ แต่สื่อก็ยังทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงอยู่เสมอๆ โดยถ่ายทอดคำพูดเหล่านั้นแทบจะทุกคำ

หรือว่า ในยุคดิจิตอลนี้ ทั้งหมาเฝ้าบ้านและสื่อไทยจะเจอศัตรูที่ลื่นไหลเข้าจริงๆแล้ว?

เรื่องในหมวดเดียวกัน

This entry was posted on Wednesday, May 14th, 2008 and is filed under สื่อสารมวลชน. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply

ยินดีต้อนรับทุกท่าน

.

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.blogologynet.com หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

.

บล็อกรายเดือน

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

คนร่วมคุย

eXTReMe Tracker
Free counter and web stats