บล็อก เรือรบ เมืองมั่น สื่อภาคพลเมืองกับความเป็นกลางในสถานการณ์เลือกข้างทางการเมือง
การเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองในห้วงปี 2551 นับเป็นช่วงเวลาแห่งความยุ่งยากทางการเมืองของไทยอีกครั้งหนึ่ง เป็นวิกฤติการทางการเมืองที่แบ่งแยกคนไทยออกเป็นอย่างน้อย 3 กลุ่ม คือ (1) กลุ่มต่อต้านรัฐบาลซึ่งก็คือต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่มีอิทธิพลทางการเมืองผ่านรัฐบาลที่นำโดยพรรคพลังประชาชนเป็นแกนหลัก (2) กลุ่มสนับสนุนรัฐบาลซึ่งก็คือสนับสนุน พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี (3) กลุ่มที่ไม่เลือกข้างฝ่ายใด ที่ประกาศตนเป็นกลางอย่างชัดเจนและกลุ่มที่ไม่ได้ประกาศตน แต่ไม่แสดงท่าทีว่าเลือกข้างฝ่ายใด ทั้งสามกลุ่มต่างดำเนินกิจกรรมไปตามความคิด ความเชื่อของตน โดยเฉพาะกลุ่มที่ (1) และ (2) นั้นนับเป็นคู่ขัดแย้งที่สร้างวิกฤติการณ์ให้เกิดขึ้นอย่างรุนแรงนำไปสู่ความแตกแยกทางความคิดความเชื่อที่รุนแรง จนหลายฝ่ายเกรงกันว่าจะกลายเป็นสงครามกลางเมือง
ในท่ามกลางความขัดแย้งดังกล่าว ทั้งฝ่ายต่อต้านรัฐบาลและฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลต่างเรียกร้องให้คนที่แสดงความเป็นกลางต้องเลือกข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แม้แต่สื่อมวลชนที่มีหลักการในการทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ก็ยังถูกเรียกร้องให้เลือกข้าง และสื่อต่างๆทั้งวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ก็มีทั้งที่แสดงการเลือกข้าง ทั้งที่แสดงความโน้มเอียงว่าจะเลือกข้าง และทั้งที่แสดงจุดยืนในความเป็นกลาง แต่ความเป็นกลางนั้นไม่ใช่การเพิกเฉยไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้น กล่าวคือ ทำหน้าที่นำเสนอข่างสาร ข้อมูลตามความเป็นจริง และวิพากษ์วิจารณ์ทุกฝ่ายหากเห็นว่าทำไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม รวมไปถึงนำเสนอทางออกโดยยึดประโยชน์แห่งสาธารณะเป็นแก่นแกน ซึ่งสื่อประเภทนี้ยังมีอยู่ในท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา
บล็อก(Blog) ทั้งหลายซึ่งนักสื่อสารมวลชนจัดให้เป็น “สื่อภาคพลเมือง” (Citizen Journal) และผู้เขียนบล็อกหรือบล็อกเกอร์ (Blogger) ก็คือ ผู้สื่อข่าวภาคพลเมือง (Citizen Reporter) ต่างได้ทำหน้าที่ของตนอย่างแข็งขัน โดยนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ความคิด ความเห็น ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านบล็อกของตน เผยแพร่สู่สาธารณะอย่างกว้างขวาง โดยมีทั้งที่เลือกข้างฝ่ายรัฐบาล ทั้งเลือกข้างฝ่ายต่อต้านรัฐบาล และทั้งที่แสดงจุดยืนในความเป็นกลาง
ธรรมชาติของมนุษย์นั้นย่อมมีความโน้มเอียงไปในทางหนึ่งทางใดอย่างแน่นอน ดังนั้น เมื่อมีความโน้มเอียงแล้วการแสดงอกย่อมจะสะท้อนไปในทิศทางที่ตนมีความโน้มเอียงนั้นด้วย การนำเสนอข้อมูลของบล็อกเกอร์ทั้งหลายในเหตุการณ์วิกฤตการทางการเมืองที่ผ่านมาก็เช่นกัน ต่างเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการเลือกข้างของตนอย่างชัดแจ้ง โดยไม่ได้สนใจหรือทำข้อมูลที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตนตกหล่นไป ทำให้การรับรู้ข่าวสารของคนที่เข้ามาแสวงหาข้อมูลข่าวสารต้องโน้มเอียงไปด้วย แต่ยังดีที่มีข้อมูลข่าวสารจากฝ่ายที่เป็นกลางทำหน้าที่ถ่วงดุล ปิดช่องว่าง เอาไว้ได้พอสมควร
บล็อกเกอร์เรือรบ เมืองมั่น แห่งเนชั่นบล็อก เป็นบล็อกเกอร์คนหนึ่งที่แสดงจุดยืนอยู่ในกลุ่มผู้ไม่เลือกข้างฝ่ายใด และพยายามทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง เสนอข้อมูลข่าวสารทั้งด้านดีและไม่ดีของคู่ขัดแย้งทางการเมืองทั้งสองฝ่าย แม้บางขณะ บางความคิดเห็นจะมีความโน้มเอียงไปตามฉันทาคติของตน แต่ก็ยังอยู่ในกรอบของความเป็นกลางที่ซื่อสัตย์ต่อข้อเท็จจริงอย่างเห็นได้ชัด
ดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้วว่า การแสดงตนอย่างเป็นกลางนั้นไม่ได้หมายความว่าเพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น หากแต่พิจารณาถึงเหตุ ปัจจัย ผลกระทบ แล้วสังเคราะห์เป็นข้อมูลเพื่อนำเสนอสู่สาธารณชน ในข้อมูลที่นำเสนอนั้นย่อมยึดถือข้อเท็จจริงเป็นแกนหลัก เมื่อชั่งน้ำหนักด้วยเหตุด้วยผลแล้วจึงแสดงความคิดต่อข้อมูลนั้นด้วยความซื่อสัตย์และเคารพต่อความจริงที่เกิดขึ้น วัตถุประสงค์ในการแสดงความคิดเห็นก็เพื่อประโยชน์แห่งสาธารณะเป็นที่ตั้ง อันเป็นหลักการทำงานของสื่อมวลชนสาธารณะที่ยึดถือกันเป็นหลักสากล และในฐานะที่เป็น “สื่อภาคพลเมือง” นั้น บล็อกเกอร์เรือรบ เมืองมั่น นับว่าได้พยายามทำหน้าที่โดยยึดหลักการดังกล่าวอย่างจริงจัง
ด้วยเหตุนี้จึงปรากฏว่า เนื้อหาที่บล็อกเกอร์เรือรบ เมืองมั่น นำเสนอในช่วงเวลาวิกฤตการณ์การเมืองดำเนินไปอย่างเข้มข้นนั้น ประกอบไปด้วยความเห็นที่มีทั้งการสนับสนุนและชื่นชมทั้งสองฝ่ายในสิ่งที่เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่สาธารณะ และมีการคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์ข้อบกพร่องของทั้งสองฝ่ายหากเห็นว่าสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายกระทำนั้นไม่เกิดประโยชน์แก่สาธารณชน เช่น ในกรณีการเคลื่อนไหวของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล บล็อกเกอร์เรือรบ เมืองมั่น ไม่เห็นด้วย กับการนำเสนอแนวคิดการเมืองใหม่ระบบ 30/70 ในหัวข้อ “ไม่เห็นด้วยกับระบบ 30/70 ของพันธมิตร” เพราะเห็นว่ามีความเป็นประชาธิปไตยน้อยลง และไม่มีอะไรจะรับประกันได้ว่าจะเกิดผลดีกว่าระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ทั้งยังเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า ประชาธิปไตยนั้นจะต้องค่อยๆพัฒนาไปตามขั้นตอนของมันได้เอง ในขณะที่เดียวกันก็ไม่เห็นด้วยกับการกระทำหลายๆอย่างของรัฐบาลเช่นกัน
สิ่งที่บล็อกเกอร์เรือรบ เมืองมั่น ได้นำเสนอควบคู่ไปกับการวิพากษ์วิจารณ์และคัดค้านก็คือ การเสนอทางออกในการแก้ไขปัญหา หรือกระตุ้นเตือนให้ผู้เกี่ยวข้องคิดพิจารณาให้ดีและรอบคอบ โดยปรากฏอยู่ในเกือบทุกเรื่องที่เผยแพร่ในบล็อก ซึ่งแตกต่างจากบล็อกเกอร์เป็นจำนวนมากที่มักวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายที่ตนไม่เห็นด้วยโดยใช้ท่าทีที่เกรี้ยวกราด และไม่มีการเสนอทางออก ข้อคิดเห็น หรือแง่มุมที่เป็นประโยชน์ใดๆ
บล็อกคือสื่อประเภทหนึ่ง ดังนั้นบล็อกเกอร์ก็เป็นคนทำสื่อประเภทหนึ่ง การนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ความคิดใดๆ จึงจะละเว้นความรับผิดชอบในฐานะสื่อไม่ได้ เพราะข้อมูล ข่าวสาร ความคิดเห็นดังกล่าวถูกส่งออกไปสู่สาธารณชน ซึ่งจะเกิดผลกระทบต่อการรับรู้ ความคิด ความเชื่อ ทัศนคติของประชาชนผู้รับข้อมูลข่าวสารไม่มากก็น้อย ดังนั้น บล็อกเกอร์จึงสมควรที่จะระมัดระวังในการนำเสนอข้อมูลของตน
บล็อกเกอร์เรือรบ เมืองมั่น เป็นตัวอย่างหนึ่งของการแสดงความรับผิดชอบการนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ความคิด ของตนโดยเคารพข้อเท็จจริง วางตัวเป็นกลาง มีเหตุผลในการคัดค้าน และนำเสนอทางออกที่แตกต่างให้ฝ่ายที่ตนขัดแย้งได้พิจารณา การกระทำเช่นนี้ย่อมนับได้ว่าเป็นการแสดงจุดยืนของผู้ที่ยึดถือความเป็นกลางอย่างมีสติและมีปัญญา ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวดในภาวะวิกฤติ เพราะสติและปัญญาจะนำพาไปสู่ทางออกที่ดีเสมอ.
….
[หากท่านทั้งหลายเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ เชิญนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆได้ โดยขอให้ทำลิงค์กลับมายังบทความนี้ด้วย แต่ขอความกรุณาอย่านำไปผลิตหรือจำหน่ายไม่ว่ารูปแบบใดๆเลยนะครับ]






[...] ในเรื่อง “บล็อก เรือรบ เมืองมั่น สื่อภาคพลเม
ตลกแล้วคุณ
เรือรบนี่น่ะหรือเป็นกลาง
ขำ
แดงชัดเจนเลยครับ อยากรู้ตามไปดู blog พี่เค้าเองเลย
–คุณพรานทะเล
**ผมวิเคราะห์ตามข้อมูลที่ชั่งน้ำหนักแล้วครับ แน่นอนว่ามีเอนเอียงไปทางหนึ่งทางใดบ้าง ในบางครั้ง แต่ชั่งแล้วในความคิดของผม เรือรบ ยังเป็นกลางครับ
–คุณแดงชัดเจน
**ครับ มุมมองของแต่ละคนคงต่างกันบ้าง ส่วนตัวผมยังยอมรับได้ว่าเรือรบยังอยู่ตรงกลางครับ
ขอบคุณทั้งสองท่านที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นครับ
ความเป็นกลางคือ ไม่เห็นด้วยก็วิพากษ์ด้วยเหตุผล เห็นด้วยก็ยกเหตุผลมาแสดง ไม่ใช่ด่ากราด ประนาม หรือ ยกย่องเลิศเลอเกินจริงครับ