ในบรรดาผู้ทำมาหาเงินกับบล็อกหรือ Make Money Online คงมีเป็นจำนวนมากที่รู้จักจอห์น เชา (John Chow) เจ้าของบล็อก John chow dot com เขาคนนี้คือนักทำเงินรายใหญ่ในโลกอินเตอร์เน็ตคนหนึ่ง เป็นบล็อกเกอร์ที่มีสาวกติดตามเป็นจำนวนมาก เขาติดหนึ่งในสิบอันดับบล็อกเกอร์จากการโหวตในรายการต่างๆเสมอๆ
คำแนะนำที่ปรากฏในชื่อของจอห์น เชา นั้นรับประกันได้ในระดับยอดตาลว่าเป็นประโยชน์ต่อการนำไปปรับใช้ เพราะเป็นการเขียนจากประสบการณ์จริงของเขาเอง ในข้อเขียนของเขานั้น จะยกตัวอย่างจากความสำเร็จของเขามาประกอบให้เห็นภาพที่ชัดเจน
ในเรื่องลิงค์ (Link) ก็เช่นกัน เป็นที่ทราบกันดีว่า ลิงค์เข้าและลิงค์ออกจากเว็บไซต์หรือบล็อกนั้นมีผลต่อการจัดอันดับหน้าเว็บของกูเกิล (Google PageRank หรือเรียกสั้นๆว่า PR) ซึ่งอันดับดังกล่าวจะมีผลต่อสถานะของเว็บไซต์ในหน้าค้นหาในเว็บไซต์กูเกิล หลักการพื้นฐานของการจัดอันดับก็คือ การวัดปริมาณลิงค์และเข้าลิงค์ออกจากบล็อกหรือเว็บไซต์ นั่นคือ หากลิงค์ออกจากเว็บไซต์น้อยกว่าลิงค์
เข้า โอกาสที่จะได้อันดับ PR สูงย่อมมีมากกว่า ในทางตรงกันข้าม หากลิงค์ออกมากกว่าลิงค์
Thai Share This
Written on January 14, 2009 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์ |
7 Comments
เพิ่งกลับมาจากไปตะลอนดอยตะลุยดงที่เชียงใหม่มาครับ ยังไม่ได้เขียนเรื่องใหม่ๆเลย ได้แต่อ่านเรื่องของเพื่อนบ้านก่อน มีบทความดีๆเป็นจำนวนมากที่ล้วนแต่มีประโยชน์ในการสร้างบล็อกให้งอกงาม จึงขอนำมาแจ้งไว้ในที่นี้ให้คุณๆทั้งหลายไปอ่านกันนะครับ ใครไม่ได้ไปที่บล็อกต้นเรื่อง ก็ไม่รู้ ดังนั้น ผมจึงนำลิงค์มาแปะไว้ที่นี้ ถ้าสนใจก็ตามไปอ่านได้
เรื่องที่ 1 ที่จะขอแนะนำคือ เรื่องจากนายต๊ะ-ทรงชัย ณะอำภัย จอมยุทธ์ Hotel Affiliate หรือ Travel Affiliate เจ้าสำนัก Songchaiblog.com เสนอบทความเรื่อง “4 วิธีเด็ดๆ ที่จะเพิ่มเนื้อหาให้กับเว็บไซต์และบล็อกของคุณ ฉบับ นาย ทรงชัย” แนะนำวิธีเพิ่มเนื้อหาในบล็อกเพื่อสร้าง Traffic ให้แน่นหนาราวกับการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนของกรุงเทพฯ เป็นวีที่ไม่ยากเย็นอะไร ดูจากการจราจรในบล็อกของเจ้าสำนักได้ พอกดเข้าไปอ่านก็ได้ยินเสียงทรงชัยรวยแล้วๆ เชิญตามลิงค์ไปอ่านได้เลยครับ
Thai Share This
Written on October 27, 2008 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์ |
8 Comments
เบื่อเขียนบล็อกบ้างไหมครับ?
อันที่จริงแล้ว เมื่อเราทำอะไรก็ตาม หากทำบ่อยๆก็จะเกิดความเคยชิน เมื่อเกิดความเคยชินนานๆเข้าก็กลายเป็นซ้ำซาก เมื่อซ้ำซากอยู่ไม่หายก็จะกลายเป็นความเบื่อหน่าย เมื่อเกิดความเบื่อหน่ายขึ้นแล้วหากกำจัดความเบื่อหน่ายไปไม่ได้ก็อาจเตรียมตัวสวัสดีลาก่อนกับเรื่องนั้นๆ
เหมือนยามรักน้ำต้มผักที่ขมๆก็ว่าหวาน แต่ยามหมดรักน้ำตาลหวานๆก็กลายเป็นน้ำต้มผักได้ การเขียนบล็อกก็เหมือนกัน!
คงมีบ้างแหละที่พวกเราชาวบล็อกมีบางช่วงที่เบื่อๆกับเรื่องเขียนบล็อกและอ่านบล็อก จากพฤติกรรมที่ว่างเมื่อไรก็เข้าบล็อก กลายมาเป็นว่าแม้ถึงเวลาอัพเดตก็ไม่อยากทำ เพราะเบื่อขึ้นมาเฉยๆ ไม่รู้ว่าจะทำไปหาพระแสงอันใด ชีวิตนี้ทำไมต้องบล็อก จะบล็อกอะไรกันนักหนา แค่งานที่ทำในหน้าที่ก็ปวดกะบาลแทบจะตายอยู่แล้ว
การเขียนบล็อกของแต่ละคนก็มีเหตุผลแตกต่างกันไป จุดประสงค์ในการคิด เค้น กลั่นกรองถ้อยคำเป็นเรื่องราวแล้วนำมาลงบล็อก ทั้งจุดประสงค์หลัก จุดประสงค์รอง ทั้งเปิดเผยทั้งซ่อนเร้นก็คงมีกันคนละหลายๆข้อ แต่ที่เหมือนกันก็คือ ต้องการให้คนอื่นๆรู้ว่าเราคิดอะไร ต้องการให้ใครๆรู้ว่าเรามีตัวตนอยู่ในโลกนี้ และที่สำคัญอยากทำประโยชน์ให้คนอื่นๆบ้าง ผ่านข้อเขียนของเรา
แต่อย่างที่บอก ทำไปๆบางทีก็คิดอะไรไม่ออก ทำให้เบื่อหน่ายเอาได้ จนพาลโมโหให้บล็อก อะไรๆกันนักหนา จะเขียนไปทำไมกันล่ะเว้ย มีคนอ่านสักคนไหมล่ะเนี่ย ฯลฯ
แต่แน่นอนว่า ร้อยทั้งร้อยแม้จะเบื่อแต่ก็ไม่มีใครอยากเลิกเขียนบล็อก เพียงแต่หงุดหงิดรำคาญ ดังนั้น จึงต้องหาวิธีแก้อาการเบื่อให้หมดไป ในที่นี้ ผมอยากจะแบ่งปันหนทางกำจัดความเบื่อซึ่งพิสูจน์มาแล้วว่าได้ผล อาทิ
Thai Share This
Written on October 19, 2008 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์ |
5 Comments
บล็อกเกอร์ทั้งหลายอยากเปิดเรื่องให้โดนใจคนอ่านไหมครับ?
คำตอบก็คงไม่พ้นคำว่าอยาก ตัวผมเองที่คุยโม้อยู่นี่ก็อยากเปิดเรื่องให้โดนใจท่านทั้งหลาย ทำให้ท่านอ่านเรื่องไปจนจบแล้วได้สาระอย่างสาสมใจ และนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย คุ้มค่าแก่เวลาที่เสียไปในการอ่าน
ล้อมวงเข้ามาเลยครับ มาลองดูวิธีเปิดเรื่องให้โดนใจที่ผมกำลังจะเล่าให้ฟัง อ้อ…อย่าเข้าใจว่าผมเป็นกูรูหรือพวก “กูรู้” นะครับ ผมเป็นพวก “กูไม่รู้” แต่ที่โม้อยู่ได้ทุกวันนี้ก็ด้วยการจำขี้ปากเขามาเล่าต่อทั้งนั้น
วิธีเปิดเรื่องให้โดนใจเขาเปิดกันอย่างไร นายเบร็น คลาร์ค (Brain Clark) มีคำตอบไว้ให้แบบสั้นๆง่ายๆ 5 ข้อ ในชื่อเรื่อง “5 Simple Ways to Open Your Blog Post With a Bang” เผยแพร่ใน Copybloger.com มาดูซิว่านายสมองครากเขาแนะนำว่าอย่างไร
วิธีที่ 1 เปิดเรื่องด้วยคำถาม วิธีนี้จะทำให้ผู้อ่านต้องครุ่นคิดใคร่ครวญ อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเรื่องราวที่เราเขียน ซึ่งเป็นการดีทีเดียวที่จะดึงดูดใจให้อ่านเรื่องทั้งหมด (ดูการเปิดเรื่องข้างต้นเป็นตัวอย่าง เหอๆ)
Thai Share This
Written on October 19, 2008 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์ |
4 Comments
ศาสตร์ของการเขียนนั้นลุ่มลึกและกว้างขวางจนเรียนรู้ไม่มีวันหมด ลำพังการเขียนเรื่องเพื่อพิมพ์เป็นหนังสือก็มีมากมายหลายวิธีอยู่แล้ว เมื่อเกิดบล็อกขึ้นก็เกิดวิชาเขียนบล็อกตามมา นักเขียนคือบล็อกเกอร์ก็ต่างเสาะหาวิธีการเขียนเพื่อให้เกิดผลคือมีคนอ่านแล้วติดใจจนกลับมาอ่านอีก ซึ่งวิธีการที่แต่ละคนคิดค้นขึ้นมานั้นก็ไม่ได้รับประกันว่าจะได้ผลเสมอไป คนหนึ่งใช้ได้ผลแต่กับอีกคนอาจไม่เกิดอะไรขึ้น เหมือนกับเขียนแล้วพิมพ์เป็นเล่มนั่นแหละ
คราวนี้ขอเก็บข้อแนะนำจากบล็อกเกอร์หญิงมาให้อ่านกันดูบ้าง หลังจากอ่านเรื่องของบล็อกเกอร์ชายมาหลายเรื่องแล้ว นั่นคือ ข้อเขียนเรื่อง “8 กฎการเล่าเรื่องลงบล็อก” หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า “8 Rules for Telling Stories on Your Blog” เป็นผลงานของ เจนิเฟอร์ ฟุลไวเลอร์ (Jennifer Fulwiler- ไม่รู้ออกเสียงถูกต้องหรือไม่ ตกลงว่าให้เข้าใจตามที่ออกเสียงมาก็แล้วกัน) ซึ่งเผยแพร่ใน dailyblogtips.com
แม่หญิงเจนิเฟอร์ ฟุลไวเลอร์ เป็นใครมาจากไหน? ตามประวัติที่แนะนำไว้จับใจความได้ว่า เธอคือนักเขียนและนักพัฒนาเว็บไซต์ซึ่งเป็นที่รู้จักและถูกอ้างอิงอยู่เสมอๆ บล็อกของเธอคือ ConversionDiary.com
แม่หญิงเจนิเฟอร์กล่าวว่า การเขียนเรื่องลงบล็อกประเภทที่เรียกว่าบันทึกความทรงจำ (diary-style) นั้นส่วนมากมักจะเป็นเรื่องยาวๆ เมื่อคนเห็นแวบแรกก็มักจะถามตัวเองว่ามันคุ้มค่าไหมที่จะอ่านเรื่องยาวเฟื้อยแบบนี้ ดังนั้นจะต้องหาวิธีการเขียนที่ทำให้ผู้อ่านมองผ่านแวบแรกแล้วบอกตัวเองว่ามันน่าอ่านดีแท้ ดังนั้นเธอจึงเขียน “8 กฎการเล่าเรื่องลงบล็อก” ซึ่งจะขอยกมาเล่าต่อบางประการ ได้แก่
Thai Share This
Written on October 18, 2008 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์ |
4 Comments
การเขียนเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่มนุษย์ทั่วไปก็มีโอกาสทำได้ ขอให้มีความสามารถอ่านออกเขียนได้เป็นพื้นฐานสำคัญ ความมหัศจรรย์ของการเขียนก็คือ การนำเอาอักษรเพียง 44 ตัว สระอีก 21 รูป (32 เสียง) และวรรณยุกต์อีก 4 รูป (5 เสียง)ในภาษาไทย หรือใช้อักษรโรมันเพียงแค่ 26 ตัวในการเขียนภาษาอังกฤษ มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวอันไม่มีที่สิ้นสุด ตามแต่ความรู้สึกนึกคิดและจินตนาการของผู้เขียนจะมีได้ จึงปรากฏว่า เรื่องราวที่สื่อสารผ่านตัวหนังสือ เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์แม้แต่มนุษย์เองก็อาจนึกไม่ถึง ทั้งๆที่เกิดจากการเสกสรรปั้นแต่งของมนุษย์เองแท้ๆ
……………………………………………………….
<< อาจินต์ ปัญจพรรค์ นักเขียนและบรรณาธิการ
ผู้ยึดถือหลักการ “ตะกร้าสร้างนักเขียน”
ภาพจาก : thaiwriterassociation.org
……………………………………………………….
การเขียนเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ที่ประกอบด้วยหลักการ ชั้นเชิง กลวิธี อันแยบยล หลากหลาย นักเขียนผู้ประสบความสำเร็จในโลกนี้จึงล้วนแต่มีศิลปะในการเขียนที่แตกต่างกันไป ไม่มีสูตรที่แน่นอนตายตัว แม้ว่าจะมีหลักการที่เรียนรู้กันโดยทั่วไป แต่ความสามารถในการนำหลักการไปใช้นั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่ใช่ว่าทุกคนที่รู้หลักการแล้วจะประสบความสำเร็จเหมือนกันหมด
ในที่นี้จะขอสรุปหลักการ หรือจะเรียกว่าข้อคิดเรื่องการเขียนที่นักเขียนทั้งหลายได้แนะนำไว้ในที่ต่างๆ มาให้พิจารณาเพื่อว่าจะมีประโยชน์ต่อบล็อกเกอร์อย่างเราๆท่านๆบ้าง แม้ว่าคำแนะนำทั้งหลายที่จะได้อ่านต่อไปนี้ เป็นคำแนะนำของนักเขียนหนังสือ แต่นำมาปรับใช้กับการเขียนบล็อกได้ เพราะไม่ว่าจะเผยแพร่ผ่านหนังสือหรือผ่านบล็อก ก็เป็นการเขียนเช่นเดียวกัน ต่างแต่เพียงช่องทางเผยแพร่เท่านั้น
ข้อคิดเรื่องการเขียนที่อยากนำมาบอกเล่ามีดังนี้
Thai Share This
Written on October 15, 2008 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์ |
4 Comments
ในบรรดาสาวกลัทธิ MMO (Make Money Online) ทั่วโลกคงมีน้อยคนที่ไม่รู้จัก จอห์น เชา (John Chow) เช่นเดียวกับที่บรรดานัก MMO เมืองไทยคงมีน้อยคนที่ไม่รู้จัก John Redtor เพราะ John Chow และ John Redtor นับว่าเป็นเซียนตัวจริงทั้งสองคน (ขออภัย John Redtor ที่เอ่ยนามอ้างอิงโดยไม่ได้ขออนุญาตไว้ ณ ที่นี้)
………………………………………………..
<< โฉมหน้าเฮียเชา บล็อกเกอร์สะท้านโลก
Credit Image :John Chow dot Com
……………………………………………….
จอห์น เชา เป็นคนหนึ่งที่สร้างกระแส MMO ให้พุ่งขึ้นสู่ความนิยม เพราะความสำเร็จของเขาในธุรกิจหาเงินผ่านบล็อกจนเป็นเศรษฐีเงินหลายล้าน เป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้แก่คนเป็นจำนวนมากเข้าสู่ธุรกิจนี้ ชื่อของเขาถูกเอ่ยถึงอยู่เสมอเมื่อมีการพูดถึง MMO
บล็อกของจอนห์น เชา คือ John Chow dot Com คือหนึ่งในบล็อกยอดนิยมที่มี Traffic ล้นหลาม มีบล็อกเกอร์และผู้สนใจจากทุกมุมโลก ต่างคลิกเข้าสู่บล็อกเพื่อเรียนรู้ข้อแนะนำจากบล็อกเกอร์เศรษฐีที่ไม่ขี้เหนียวความรู้คนนี้ คำแนะนำเป็นจำนวนมากได้ถูกนำไปปรับใช้ในการทำงานหาเงินผ่านอินเตอร์เน็ตโดยบรรดาผู้แสวงหาความสำเร็จ
สิ่งสำคัญที่ทำให้บล็อกอันเป็นเครื่องมือในการหาเงิน [...]
Written on October 10, 2008 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์ |
8 Comments
ก่อนอื่นต้องของออกตัวว่า ผมไม่ใช่เซียนบล็อก หรือผู้เชี่ยวชาญ หรือกูรูผู้ประสบความสำเร็จในการทำบล็อก เพราะลำพัง Traffic แต่ละวันก็หรอมแหรมอยู่แล้ว ยิ่งถ้าจะนับรายได้จากการทำบล็อกก็ยิ่งอยู่ในก้นบ่อน้ำมันที่แห้งแล้ว แต่ที่เขียนอยู่ทุกวันนี้ ผมเขียนในฐานะคนที่ศึกษาเรื่องบล็อกในแง่ที่เป็นสื่ออย่างหนึ่ง เพื่อความรู้และการเรียนรู้โดยแท้ ส่วนผู้ที่อ่านแล้วจะนำไปใช้กันได้แค่ไหนเพียงใดก็สุดแท้แต่ความสนใจของใครของมันครับ
ดังนั้น การมองของผมจึงมองในฐานะที่บล็อกเป็นสื่อ ในมุมมองของคนที่ศึกษาเรื่องสื่อ มิใช่การแนะนำเรื่องหารายได้จากบล็อกแต่อย่างใด อาจจะมีเกี่ยวข้องบ้างก็โดยอ้อมครับ
5 บล็อกไทยที่แนะนำให้อ่านต่อไปนี้ จึงเป็นการมองในฐานะที่บล็อกนั้นเป็นเครื่องมือการสื่อสารของบล็อกเกอร์ ทั้งเรื่องรูปแบบและเนื้อหา ซึ่งอาจเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ได้อ่านบ้าง โดยเรียงตามลำดับอักษร ดังนี้
1.Makemany.com บล็อกนี้เป็นตัวอย่างของการทำบล็อก Marketing Online ที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง มีพัฒนาการที่เป็นรูปธรรมในเรื่องการสร้างยี่ห้อให้บล็อก (Blog Branding) อย่างเป็นขั้นตอนและประสบความสำเร็จ โดยในเรื่องรูปแบบนั้น ได้เน้นการพัฒนาตราสัญลักษณ์หรือโลโก้อันเป็นเอกลักษณ์ของบล็อก นั่นคือ ตัวอักษร M ในกรอบสี่เหลี่ยมที่เปลี่ยนแปลงรายละเอียดไปจากเดิมไปที่ละน้อย แต่ยังคงรูปแบบโครงร่างเดิม ใครพบเห็นที่ใดก็จำได้ ส่วนเรื่องเนื้อหาก็มีการพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเริ่มจากการเน้นเรื่องการหารายได้จาก Amazon.com ซึ่งเป็นการเริ่มต้นจากสิ่งที่บล็อกเกอร์รู้ดีที่สุด จากนั้นก็ค่อยๆเพิ่มเติมเนื้อหาในส่วนอื่นๆที่อยู่ภายใต้แนวคิด Blog Marketing จนในปัจจุบัน Makemany.com ได้กลายเป็นแหล่งรวบรวมความรู้เกี่ยวกับ Amazon.com และ Marketing Online ที่มีผู้เข้าไปหาข้อมูลมากแห่งหนึ่ง
Thai Share This
Written on October 7, 2008 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์ |
6 Comments
โพสต์ที่ผ่านมา แนะนำเคล็ดในการเขียนบล็อกของนายไมเคิล มาร์ติน ในเรื่องรูปหัวข้อการจัดรูปแบบการเขียน ทีนี้ยังติดพันเรื่องของนายคนนี้อยู่ จึงขอแนะนำเพิ่มเติมอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์แก่แฟนานุแฟนของโกศลทอล์ค โดยนำเรื่องที่นายไมเคิล มาร์ติน เขียนไว้เป็นภาษาอังกฤษว่า Let Readers Read In Peace ซึ่งมีอยู่ 3 ข้อขอแปลเป็นไทยว่า “3 ยุทธวิธีทำความสงบใจให้ผู้อ่าน” ดังที่จั่วหัวเรื่องไว้
การทำความสงบใจให้ผู้อ่าน ไม่ใช่สอนให้ผู้อ่านนั่งสมาธิถือศีลกินเจนะครับ แต่เป็นการจัดการบล้อกของเราให้ผู้อ่านได้อ่านบล็อกอย่างสะดวกสบาย ไม่มีสิ่งใดรบกวน เหมือนนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดที่เงียบสงบนั่นแหละ ซึ่งนายไมเคิล มาร์ติน บอกไว้ในเรื่องนี้ว่า การทำให้ผู้อ่านสงบใจขณะอ่านบล็อกของเรานั้น เป็นบันไดขั้นแรก ที่ดึงความสนใจให้เข้าสู่เนื้อหา นำไปสู่ขั้นที่สองก็คือการอ่านเนื้อหาของเราอย่างใจจดจ่อจนจบบทความ
แนวคิดเรื่องการอ่านนั้นมีอยู่ว่า เมื่อคนเราอ่านอะไรแล้วก็จะอ่านไปเรื่อยๆจนจบ หากไม่มีอะไรมาดึงความสนใจให้วอกแวกเสียก่อน ด้วยอาศัยแนวคิดนี้นี่เองที่ทำให้บล็อกเกอร์ทั้งหลายที่ต้องการให้ผู้อ่านอ่านบทความของตนตั้งแต่ต้นจนจบ จึงหาหนทางที่จะสร้างความสุขสงบใจแก่ผู้อ่าน โดยไม่มีอะไรมาขัดจังหวะ เมื่อทำให้ผู้อ่านซึมซับรับเนื้อหาที่นำเสนอได้อย่างราบรื่นจนพอใจ สิ่งที่จะได้ก็คือ คอมเมนต์ หรือไม่ก็ ซับสคริปต์ใหม่ๆเพิ่มขึ้น
นายไมเคิล มาร์ติน ยอกขุนพลคนมือโปรในแวดวงบล็อกเกอร์ จึงนำเสนอความคิดผ่านบล็อกของเขาว่า มี 3 ยุทธวิธีจัดการกับเรื่องนี้ นั่นคือ
Thai Share This
Written on October 6, 2008 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์ |
4 Comments
ยอดปรารถนาของบล็อกเกอร์ที่ลงทุน ลงแรง ลงสติปัญญาทำบล็อกขึ้นมาด้วยความเหนื่อยยากก็คือผู้อ่าน หากไม่มีผู้อ่านแล้วเนื้อหาจะดีแสนดีเพียงใดก็ไม่มีประโยชน์ ไม่ต่างจากเพชรอยู่ในขี้ตม แม้เพชรจะยังเป็นเพชรแต่ก็อยู่ในสถานะที่ไม่ต่างจากขี้ตม เป็นอาหารเต่าอาหารปลาก็ไม่ได้
บล็อกเกอร์จึงแสวงหาหนทางอันมากมายเพื่อให้มีผู้อ่านมาอ่านเนื้อหาในบล็อกที่ตนสร้างขึ้น ยิ่งจำนวนผู้มาอ่านมากเท่าใด ผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมย่อมตามมามากเท่านั้น บล็อกเกอร์มืออาชีพทั่วโลกต่างมีวิธีการหาคนอ่านมาเข้าบล็อกสารพันวิธี โดยมีเป้าหมายสองอย่างคือ ทำอย่างไรจึงจะมีคนมาเข้าบล็อก และทำอย่างไรจึงจะทำให้คนเคยมาแล้วกลับมาอีก
บล็อกเกอร์มืออาชีพชาวฝรั่งดั้งขอดูจะเป็นเจ้ายุทธวิธีในการหาคนมาอ่านบล็อก ดังจะเห็นได้จากมีบล็อกว่าด้วยเรื่องการทำบล็อกเป็นจำนวนมาก เสนอแนะวิธีการต่างๆในการทำบล็อกให้เป็นที่นิยม หนึ่งในบล็อกเกอร์มืออาชีพดังกล่าวก็คือ นายไมเคิล มาร์ติน (Michael Martin) เจ้าของบล็อก problogdesign.com เขียนบทความเผยแพร่ในบล็อก มีผู้อ่านเป็นจำนวนมาก
ในบรรดาบทความว่าด้วยเรื่องเคล็ดในการทำบล็อก (Blog Tip) ของนายไมเคิลคนนี้ มีอยู่หลายบทความที่อ่านแล้วรู้สึกตรงใจ จึงขอสรุปเนื้อหาบางส่วนที่พิเคราะห์แล้วว่าน่าจะเข้ากับบล็อกไทยและผู้อ่านไทยๆได้ โดยนำมาจากบทความเรื่อง “30 วิธีในการช่วยเพิ่มความสะดวกในการอ่าน” (30 Ways to Improve Readability)
กระทาชายนายไมเคิล มาร์ติน แนะนำเคล็ดดีๆไว้ 30 ข้อ มูลเหตุที่เขียนเรื่องนี้เขาบอกว่า เกิดจากการสอบถามผู้อ่านบล็อกว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการวางรูปแบบบล็อกคืออะไร คำตอบที่ได้รับกลับมามากที่สุดก็คือ ความสะดวกในการอ่าน ดังนั้น เขาจึงสรุปว่า ผู้คนเข้าบล็อกมาเพื่ออ่านเนื้อหา ดังนั้นก็ต้องทำให้เขาอ่านได้โดยสะดวกง่ายดายเข้าไว้ บล็อกที่ตกแต่งแบบวิลิศมาหราจนแทบจะดูไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไรนั้น มีแต่จะไล่ให้คนหนีหาย เขาว่างั้น ดังนั้นเขาจึงแนะนำวิธีการทำให้บล็อกอ่านง่ายๆ อาทิ…
จงขีดเส้นใต้เมื่อใส่ลิงค์ [...]
Written on October 6, 2008 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์ |
7 Comments