บล็อกเกอร์ ( Blogger) กับการสื่อสารสาธารณะ (Public Communication)
การสื่อสารสาธารณะ คือการส่งสื่อสารไปสู่คนเป็นจำนวนมาก ซึ่งสารที่ถูกส่งออกไปนั้นก่อให้เกิดผลต่อความคิด ความเชื่อ ทัศนคติของผู้รับสาร เช่น การพูด การปราศรัยของผู้นำทางการเมือง ผู้นำทางสังคม หรือบุคคลสาธารณะอื่นๆ ที่มีอิทธิพลต่อผู้คนในสังคม เป็นต้น เมื่อการสื่อสารสาธารณะมีผลต่อผู้รับสาร ดังนั้น ผู้ที่สื่อสารหรือเรียกว่านักสื่อสารสาธารณะต้องมีกฎในการควบคุมการสื่อสารของตนเอง กฎดังกล่าวนี้เรียกอาจว่า “จริยธรรม” ก็ได้ “คุณธรรม” หรือ “จรรยาบรรณ” ก็ได้
ดร.บุญรักษ์ บุญญะเขตมาลา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนคนสำคัญคนหนึ่งของไทย ได้เสนอแนวคิด “ไวยากรณ์ทางจริยธรรม” สำหรับ “การสื่อสารสาธารณะ (Public Communication)” ไว้ในหนังสือ “ระหว่างกระจกกับตะเกียง” (หน้า 218-220) ไว้ 4 ประการ คือ
1. นักสื่อสารสาธารณะ จะต้องตระหนักว่า ณ นาทีที่เขาส่งสารสาธารณะออกไปนั้น เขาคือผู้ผูกขาดการนำเสนอข้อมูลและข้อคิดเห็นนั้นๆโดยไร้การแข่งขันใดๆ ดังนั้น สารของเขาควรจะเป็นอะไรที่บ่งบอกได้ว่า เขา (1) มีความรู้ในเรื่องนั้นๆดีเพียงพอ (2) เข้าใจประเด็นและนัยต่างๆของเนื้อสารที่เขานำเสนออย่างเหมาะสมกับกาลเทศะนั้นๆ (3) ตระหนักถึงระดับแห่งความน่าเชื่อถือของแหล่งอันเป็นที่มาของข้อมูลและบทสรุปในข้อคิดเห็นที่เขานำเสนอ และ (4) ยอมรับว่าเรื่องราวที่เขานำเสนออาจจะมีมุมมองอื่นๆได้อีกหลายด้านตามหลักของความหลากหลายทางความคิด ไม่ใช่อะไรที่มีด้านเดียว แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกมุมมองมีความถูกต้องเท่าๆกัน
2. นักสื่อสารสาธารณะ ควรจะคัดเลือกและนำเสนอสารของตนอย่างเป็นธรรม และอย่างเคารพความเที่ยงตรง โดยจะต้องซึมซับการใฝ่หาความยุติธรรมจนกลายเป็นนิสัย (habit of justice) ฉะนั้นเขาจะไม่เจาะจงตกแต่งหรือบิดเบือนความคิดตามลีลาของนักโฆษณาชวนเชื่อ ด้วยการตั้งใจหรือปกปิดหรือซ่อนเร้นจุดสำคัญๆ ซึ่งผู้รับสารจำเป็นต้องทราบในอันที่จะใช้เป็นหลักในการประเมินข้อมูลและข้อคิดเห็นของเขาได้อย่างถูกต้อง ภารกิจตลอดกาลของเขาคือการสร้างความเสมอภาคแห่งโอกาสของความคิดต่างๆ (equality of opportunity among ideas)
3. นักสื่อสารสาธารณะ ควรจะมีนิสัยที่ชอบตริตรองเรื่องราวเกี่ยวกับสาธารณะประโยชน์ ให้มากๆ จนกระทั่งเห็นว่าเรื่องส่วนรวมเป็นเรื่องใหญ่โตกว่าเรื่องส่วนตัว ในกรณีที่การนำเสนอของเขาจำเป็นต้องมีมุมมองเฉพาะของตนเอง เขาควรอยู่ในฐานะที่พร้อมจะเปิดเผยที่มาของข้อมูล และการก่อรูปของความคิดเห็นของตนอย่างตรงไปตรงมา รวมทั้งความพร้อมที่จะเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบเจตนารมณ์ที่แท้จริงของตนได้ตามหลักของความโปร่งใสด้วย
4. เต็มใจที่จะรับฟังข้อมูลและข้อคิดเห็นอื่นๆ ที่ไม่เหมือนกับของตน ทว่าในท้ายที่สุด การสื่อสารของเขาเองจะต้องไม่ยินยอมสูญเสียหลักการที่เขาเชื่อมั่นว่าได้ผ่านการตริตรองมาเป็นอย่างดีแล้ว โดยไม่ประนีประนอมง่ายๆ นอกจากนี้ นักสื่อสารสาธารณะที่ทำงานของตนมาอย่างเต็มที่แล้ว จะต้องยินดีที่จะประจันหน้ากับการท้าทายใดๆมากกว่าการสมยอมอย่างผิดๆ
“นักสื่อสารสาธารณะ” ในความหมายของ ดร.บุญรักษ์ บุญญะเขตมาลา ในที่นี้ ไม่ใช่เพียงแค่สื่อสารมวลชน แต่รวมถึงบุคคลสาธารณะทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ผู้บริหารของรัฐและเอกชน ข้าราชการ นักวิชาชีพต่างๆ ที่จำเป็นต้องสื่อสารข้อความทางสังคมกับสาธารณชน ยกเว้นกิจกรรมที่เป็นความบันเทิงโดยตรงล้วนๆ ดังนั้น “บล็อกเกอร์” ที่จัดเป็น “ผู้สื่อข่าวภาคพลเมือง” ที่ใช้บล็อกซึ่งเป็น “สื่อภาคพลเมือง” เป็นช่องทางในการสื่อสาร ย่อมสังเคราะห์เข้าเป็นหนึ่งในบรรดานักสื่อสารสาธารณะด้วยเช่นกัน
เมื่อบล็อกเกอร์เป็นหนึ่งในนักสื่อสารสาธารณะ ย่อมมีความรับผิดชอบในการสื่อสารของตน เพราะสารที่บล็อกเกอร์ส่งออกไปสู่สาธารณะนั้น มีผลต่อการรับรู้ของผู้คน ส่งผลต่อความคิด ความเชื่อ ทัศนคติของผู้รับสารไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน ดังนั้น จริยธรรมของนักสื่อสารสาธารณะ ย่อมต้องเกี่ยวพันกับบล็อกเกอร์ด้วย
เมื่อพิจารณาตามแนวคิดของ ดร.บุญรักษ์ บุญญะเขตมาลา ทั้ง 4 ข้อก็จะเห็นได้ว่า บล็อกเกอร์ที่สื่อสารกับสาธารณะผ่านบล็อกของตนนั้น สมควรที่จะต้องมีจริยธรรมและความรับผิดชอบเป็นอย่างยิ่ง เพราะบล็อกเกอร์มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการตัดสินใจว่าจะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใดออกไปสู่สาธารณะ แม้บล็อกจะเป็นสื่อส่วนบุคคล แต่ขอบเขตของการเผยแพร่นั้นกว้างขวาง เป้าหมายคือผู้อ่านที่เป็นสาธารณชนทั่วไป โดยการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารนั้นบล็อกเกอร์คือผู้ตัดสินใจทั้งรูปแบบและเนื้อหาของการสื่อสารทั้งสิ้น ตรงกับที่ ดร.บุญรักษ์ บุญญะเขตมาลากล่าวไว้ว่านักสื่อสารสาธารณะเป็น “ผู้ผูกขาดการนำเสนอข้อมูลและข้อคิดเห็นนั้นๆโดยไร้การแข่งขันใดๆ” บล็อกเกอร์ก็เช่นเดียวกัน เพราะเป็นผู้ผูกขาดการนำเสนอข้อมูลและข้อคิดเห็นผ่านบล็อกของตน
บล็อกเกอร์จึงต้องมีจริยธรรมและความรับผิดชอบในการนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร และความคิดเห็น ผ่านบล็อกของตน โดยสำนึกอยู่เสมอว่า สิ่งที่ตนนำเสนอนั้นจะเกิดผลกระทบต่อความคิด ความเชื่อ และทัศนคติของผู้คนอย่างแน่นอนไม่มากก็น้อย หากนำเสนอข้อมูลผิดๆ ย่อมเกิดความเข้าใจผิด นำไปสู่ความคิด ความเชื่อ และการกระทำที่ผิดๆด้วย เช่นเดียวกับสื่อประเภทอื่นๆ
ในการนำเสนอข้อมูลและความคิดแต่ละครั้ง อย่างน้อยบล็อกเกอร์ควรจะพิจารณาให้ถ่องแท้ ตามแนวคิดที่ ดร.บุญรักษ์ บุญญะเขตมาลา ได้ให้ไว้ คือ
1.คัดเลือกและนำเสนอสารอย่างเป็นธรรมและเคารพความเที่ยงตรง นั่นคือ เสนอข้อมูลและความคิดตามข้อเท็จจริง ไม่บิดเบือนตกแต่งข้อมูลให้คนอ่านเข้าใจผิดไปจากข้อเท็จจริง เพื่อประโยชน์ที่ซ่อนเร้นเอาไว้
2.คิดถึงเรื่องประโยชน์ของสาธารณะให้มาก ก่อนที่จะเผยแพร่ข้อมูลและความคิดของตน นั่นคือ ประโยชน์ของผู้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร คือผู้อ่านบล็อกนั่นเอง
3.พร้อมที่จะรับฟังข้อโต้แย้งของผู้อ่าน และพร้อมที่จะอธิบายข้อสงสัยต่างๆอย่างเที่ยงตรง แม้ในที่สุดจะยืนยันสิ่งที่ตนนำเสนอต่อผู้อ่าน ก็กระทำด้วยเหตุผลที่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้
หากบล็อกเกอร์เชื่อว่าตนคือนักสื่อสารสาธารณะ ตามความหมายที่เสนอไว้ข้างต้นแล้ว การพิจารณาถึงจริยธรรม คุณธรรม จรรยาบรรณของนักสื่อสารธารณะเอาไว้ก็จะเป็นประโยชน์แก่ทั้งสาธารณะชนและตนเองเป็นอย่างยิ่ง แม้ในหมู่ผู้ที่ใช้บล็อกเป็นเครื่องมือในการแสวงหารายได้ ที่เรียกว่า Make Money Online ก็ดี Blog Marketing ก็ดี ย่อมต้องมีจริยธรรมของนักสื่อสารกำกับการทำงาน โดยซื่อตรงข้อมูล ข่าวสาร ของสินค้าและบริการที่นำเสนอแก่ผู้ใช้บริการของตน.
[หากท่านใดเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ สามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆได้ โดยขอให้ทำลิงค์กลับมายังบทความนี้ แต่ขอความกรุณาอย่านำไปผลิตหรือจำหน่ายไม่ว่ารูปแบบใดๆเลยนะครับ]
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องกันเพิ่มเติม : บล็อกกับทฤษฎีการสื่อสาร






test