Blog,Blogs และบล็อกคือไฟไหม้ลามทุ่งไซเบอร์

ชื่อเรื่องข้างบนอาจดูแล้วน่าหวาดเสียว แต่มันคือความจริง หากใครนึกถึงความหวาดเสียวเมื่อไฟไหม้ลามทุ่งไม่ออก เพราะเป็นคนในเมือง หรือเกิดไม่ทันยุคไฟไหม้ลามทุ่ง ก็ลองจินตนาการดูว่า ทุ่งนายามหน้าแล้ง เต็มไปด้วยฟางแห้ง เมื่ออากาศร้อน แดดเปรี้ยง แล้วเกิดประกายไฟขึ้นตามธรรมชาติ หรือมีคนมือบอนทิ้งก้นบุหรี่ลง ไฟก็จะไหม้ฟาง เมื่อไฟไหม้ อากาศก็จะแปรปรวน เมื่ออากาศแปรปรวนลมก็จะเกิด เมื่อลมเกิดก็จะช่วยโหมกระพือ ไฟให้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว รุนแรง เปลวแดงฉาน ควันคลุ้ง ทุ่งก็จะถูกปกคลุมด้วยควันและเปลวไฟ สัตว์น้อยใหญ่ที่อาศัยอยู่ในทุ่งก็หนีตายกันโกลาหล ถ้าเกิดไฟแรงจนเอาไม่อยู่ หมู่บ้านก็อาจมอดไหม้ในกองไฟไปด้วยก็ได้ ดังนั้น ไฟไหม้ลามทุ่งจึงน่าหวาดเสียวด้วยประการฉะนี้
แต่…ทุ่งไซเบอร์ มีไฟจากที่ใดมาไหม้ลามหรือ?
ไฟที่ไหม้ลามทุ่งไซเบอร์ที่รุนแรงในปัจจุบันก็คือ ไฟที่เรียกกว่าบล็อก (Blog) ที่ไหม้อยู่ทุกหัวระแหงของทุ่งไซเบอร์ (Cyber World) ถ้าหากเป็นทุ่งนาจริงๆ ก็คงเห็นภาพไฟไหม้ควันโขมง ปลกคลุ่มทั่วทุ่ง มองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากควันกับเปลวไฟ
ผมคิดว่า ทุ่งไซเบอร์ที่พวกเราอาศัยอยู่นั้น เต็มไปด้วยควันและไฟที่เกิดจากบล็อก ร้อนแรงเหมือนเปลวไฟ แผ่ขยายรวดเร็วเหมือนควันไฟ จนยากที่จะนับเป็นจำนวนเต็มได้ เพราะทุกๆนาทีมีบล็อกเกิดใหม่เสมอๆ วันหนึ่งคงมีนับแสนบล็อกได้ ดูตัวอย่างสถิติจากบล็อกของ wordpress.com ผู้ให้บริการบล็อกฟรีขวัญใจ Blogger จำนวนมากนั้น ขณะที่ผมดูสถิตินี้คือเวลา 23.35 น.ของคืนวันที่ 23 กรกฎาคม 2550 ปรากฏว่ามีบล็อกฟรีใน wordpress.com ทั้งสิ้น 3,630,362 บล็อก จำนวนเรื่องใหม่ (New posts)เฉพาะในวันนี้ 266,733 เรื่อง นี่เฉพาะ Wordpress เจ้าเดียว ถ้านับรวมกับ Blogger.com ในสังกัดของขาใหญ่กูเกิลเข้าไป จำนวนคงพุ่งพรวดพราดเป็นแน่แท้
แล้วทำไมจึงบอกว่าไฟบล็อกไหม้ลามทุ่งไซเบอร์ เพราะความหมายส่อไปในทางไม่ดี ดูผลจากไฟไหม้ลามทุ่งจริงๆ ก็เห็นมีแต่อันตรายโดยตรงแก่สัตว์ทั้งหลายรวมถึงคนด้วย ที่ถูกไฟไหม้ไฟคลอกตาย และทางอ้อมก็คือ อันตรายจากมลพิษอันเกิดจากควันไฟ
ความหมายของไฟไหม้ลามทุ่งที่ใช้กับไฟบล็อกไหม้ทุ่งไซเบอร์นี้ มีความหมายอยู่สองนัยคือ
นัยที่ 1 ชี้ให้เห็นถึงปริมาณของบล็อกที่เกิดขึ้นในทุ่งไซเบอร์ (ในที่อื่นเรียกโลกไซเบอร์ แต่ในที่นี้เรียกทุ่งไซเบอร์ เพื่อให้สอดคล้องกับเรื่องไฟไหม้ลามทุ่ง ทั้งสองคำคือทุ่งไซเบอร์กับโลกไซเบอร์มีความหมายเดียวกัน) มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เหมือนไฟไหม้ลามทุ่งที่กระพือโหมตามกำลังลม ขยายขอบเขตออกไปอย่างรวดเร็ว การเกิดขึ้นของบล็อกก็มีลักษณะเดียวกันกับไฟไหม้ลามทุ่ง
นัยที่ 2 บอกให้รู้ความเสียหายหรือผลกระทบในทางลบที่เกิดจากบล็อก ในทำนองเดียวกันกับไฟไหม้ลามทุ่งที่ก่อให้ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตของสัตว์น้อยใหญ่ สร้างมลพิษหมอกควันตกค้างเป็นอันตรายเช่นกัน นั่นคือ บล็อกต่างๆที่เกิดขึ้นมามากมายนั้น มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม หรือเป็นช่องทางในการใช้ทำร้ายคนอื่นของบล็อกเกอร์พันธุ์นรก ทั้งการล่อลวงให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินโดยตรง และการสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้คนในทางอ้อม เช่น ปล่อยข่าวลือ ปล่อยข้อมูลลวง ปล่อยไวรัสคอมพิวเตอร์ใส่เครื่องของชาวบ้าน ใช้เป็นที่ล่อลวงเอาข้อมูลสำคัญของผู้อื่นไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ ซึ่งการกระทำดังกล่าวนับวันแต่จะเพิ่มมากขึ้น เหมือนไฟไหม้ลามทุ่งนั่นเอง
สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดเจนของผลกระทบที่เกิดจากไฟบล็อกเกอร์ไหม้ลามทุ่งไซเบอร์ก็คือ การเกิดขึ้นของ Business Online หรือ Marketing Online อันเป็นการค้าขายและหาเงินทางอินเตอร์เน็ตรูปแบบต่างๆ ทำให้เกิดการแข่งขันกันใส่ “คำค้นหา” (Key Words) เข้าไปในระบบการสืบค้นทางอินเตอร์เน็ต (Search Engine) กันอย่างถล่มทลายมากมายมหาศาล คำค้นหาที่มีซ้ำกันเป็นจำนวนมากต่างแย่งกันดาหน้าออกมาให้คนเห็นผ่านจอคอมพิวเตอร์เมื่อมีการค้นหาด้วยคำๆนั้น แต่เมื่อกดเข้าไปดูปรากฏว่ามีเนื้อหาสาระที่ต้องการน้อยมาก เพราะคำค้นหาเหล่านั้นถูกใส่เข้าไปเพียงเพื่อต้องการให้มีคนค้นเจอในหน้าแรกของการแสดงผล โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของบล็อกเลย ทำใหเสียเวลาและความหงุดหงิดรำคาญ
นี่คงจะเรียกเป็นไฟอีกชนิดหนึ่งได้ นั่นคือ ไฟคำค้นหา หรือไฟคีย์เวิร์ด ซึ่งเป็นสะเก็ดของไฟบล็อกที่กระเด็นลอยตามลมไปตกอยู่ทั่วทุ่งไซเบอร์ แล้วช่วยกันโหมไหม้ทุ่งไซเบอร์จนเต็มไปด้วยเปลวไฟและควันพิษ เป็นอันตรายต่อผู้คนที่ไม่รู้จักระวังป้องกัน เหมือนไฟไหม้ลามทุ่งเข้าไปถึงหมู่บ้าน เผลอๆอาจจะวอดไปทั้งหมู่บ้านเอาได้
ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นส่วนตัวผมนะครับ ไม่เกี่ยวกับพรรค เอ๊ย! แหะๆ… ออกจะดูไปในทางร้ายๆ แต่ก็เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ และทำท่าว่าจะอยู่นอกเหนือการควบคุมของมนุษย์ ทั้งๆที่มนุษย์นี่แหละเป็นผู้กระทำการทั้งหมด ในฐานะปัจเจกชนคนที่ต้องเกี่ยวข้องกับโลกไซเบอร์ สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ก็คือ ในฐานะบล็อกเกอร์ผู้สร้างเนื้อหา ก็จะลดๆการสร้างมลพิษให้ทุ่งไซเบอร์ลงบ้าง เท่าที่มีอยู่ก็มากเกินไปแล้ว ในฐานะผู้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลในโลกไซเบอร์ ก็ใช้อย่างระมัดระวัง อย่างรู้เท่าทัน ไม่ให้ใครใช้เป็นเครื่องมือมาหลอกลวงเราได้ และก็ไม่ใช้เป็นเครื่องมือในการต้มตุ๋นใครเช่นกัน
ขอตั้งข้อสังเกตไว้เพียงเท่านี้ครับ เชิญพี่น้องผองเพื่อนว่าต่อกันตามสะดวก มีความเห็นแย้ง ความคิดแตกต่างได้ เอาสติปัญญามาแลกเปลี่ยนกัน.






เด๋วนี้ผมเห็นมีคนทำบล๊อกแบบใต้ดิน แจกหนัง โปรแกรม เพลง แม้แต่หนัง xxx ยังมีเลยคับ
ใช่ครับ มีทุกอย่าง เรียกว่าเป็นดินแดนเสรีโดยแท้ ซึ่งไร้ขอบเขตในการควบคุมด้วย อันตรายเหมือนกัน
[...] *ข่าวเขาว่า web2.0 มีกฎ 1% *คนรวยด้วยบล็อก แนะนำเรื่องเขียนบล็อก *Blog,Blogs และบล็อกคือไฟไหม้ลามทุ่งไซเบอ