วันนี้ “บล็อกสารพัน” แนะนำธีมพิเศษให้ท่านทั้งหลายได้ลองทัศนา เป็นผลงานของคนไทย คือคุณเม่นแห่ง iMenn.com หลายๆคนคงคุ้นเคยชื่อนี้ดี
ผมได้แนะนำ Theme นี้ไว้ที่บล็อกภาษาอังกฤษคือ Kosolanusim.com แล้ว ถ้ามีฝรั่งหลงเข้ามาก็คงได้อ่านและรู้ว่าคนไทยทำ Theme แจกเหมือนกัน ความสวยงามน่าใช้ก็ไม่แพ้ฝรั่งจีนแขก ผมเชื่อว่าคนเป็นจำนวนไม่น้อยเห็น Blog Happens Theme ของคุณเม่นแล้วต้องโดนใจแน่ๆ
ใครที่เข้าบล็อกของคุณเม่นแล้วชอบธีมที่เขาใช้ บอกก็ได้ว่านั่นแหละเป็นธีมเดียวกับที่เขาทำแจก หรือจะดูที่บล็อก Diary.kosoltalk.com ของผมก็ได้ สวยงามจริงๆ
Thai Share This
Written on October 29, 2008 | Posted in
สารพันข่าวบล็อก |
10 Comments
มีคนกล่าวไว้ว่า “การอ่านคือพื้นฐานของชีวิต” ซึ่งเป็นความจริงอย่างมิต้องสงสัย เพราะการอ่านทำให้เกิดการรับรู้ความรู้ใหม่ๆ ข้อมูลใหม่ๆ ที่นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด การอ่านจึงเป็นการเรียนรู้ที่เป็นทางลัดที่สุด
ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างฝรั่งดั้งขอทั้งหลาย สร้างวัฒนธรรมการอ่านที่เข้มแข็งเป็นอย่างยิ่ง ดังเห็นได้จากมีฝรั่งที่ไหนมีการอ่านหนังสือที่นั่น บนรถยนต์ บนเครื่องบิน บนชายหาด ถ้าพอมีเวลาหน่อยพวกฝรั่งก็จะอ่านหนังสือ การอ่านเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลยก็ว่าได้
ส่วนคนไทยเรานั้น ดังที่ทราบ เคยมีการวิจัยสรุปได้ว่า เราอ่านหนังสือกันเฉลี่ยคนละ 6 บรรทัดต่อปี นี่เป็นผลวิจัยหลายปีมาแล้ว ถึงบัดนี้ไม่ทราบว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงเป็นประการใด แต่ข้อมูลดังกล่าวชี้ชัดว่า เราอ่านหนังสือน้อยมาก
Thai Share This
Written on October 27, 2008 | Posted in
หนังสือบล็อก |
3 Comments
เพิ่งกลับมาจากไปตะลอนดอยตะลุยดงที่เชียงใหม่มาครับ ยังไม่ได้เขียนเรื่องใหม่ๆเลย ได้แต่อ่านเรื่องของเพื่อนบ้านก่อน มีบทความดีๆเป็นจำนวนมากที่ล้วนแต่มีประโยชน์ในการสร้างบล็อกให้งอกงาม จึงขอนำมาแจ้งไว้ในที่นี้ให้คุณๆทั้งหลายไปอ่านกันนะครับ ใครไม่ได้ไปที่บล็อกต้นเรื่อง ก็ไม่รู้ ดังนั้น ผมจึงนำลิงค์มาแปะไว้ที่นี้ ถ้าสนใจก็ตามไปอ่านได้
เรื่องที่ 1 ที่จะขอแนะนำคือ เรื่องจากนายต๊ะ-ทรงชัย ณะอำภัย จอมยุทธ์ Hotel Affiliate หรือ Travel Affiliate เจ้าสำนัก Songchaiblog.com เสนอบทความเรื่อง “4 วิธีเด็ดๆ ที่จะเพิ่มเนื้อหาให้กับเว็บไซต์และบล็อกของคุณ ฉบับ นาย ทรงชัย” แนะนำวิธีเพิ่มเนื้อหาในบล็อกเพื่อสร้าง Traffic ให้แน่นหนาราวกับการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนของกรุงเทพฯ เป็นวีที่ไม่ยากเย็นอะไร ดูจากการจราจรในบล็อกของเจ้าสำนักได้ พอกดเข้าไปอ่านก็ได้ยินเสียงทรงชัยรวยแล้วๆ เชิญตามลิงค์ไปอ่านได้เลยครับ
Thai Share This
Written on October 27, 2008 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์ |
8 Comments
เบื่อเขียนบล็อกบ้างไหมครับ?
อันที่จริงแล้ว เมื่อเราทำอะไรก็ตาม หากทำบ่อยๆก็จะเกิดความเคยชิน เมื่อเกิดความเคยชินนานๆเข้าก็กลายเป็นซ้ำซาก เมื่อซ้ำซากอยู่ไม่หายก็จะกลายเป็นความเบื่อหน่าย เมื่อเกิดความเบื่อหน่ายขึ้นแล้วหากกำจัดความเบื่อหน่ายไปไม่ได้ก็อาจเตรียมตัวสวัสดีลาก่อนกับเรื่องนั้นๆ
เหมือนยามรักน้ำต้มผักที่ขมๆก็ว่าหวาน แต่ยามหมดรักน้ำตาลหวานๆก็กลายเป็นน้ำต้มผักได้ การเขียนบล็อกก็เหมือนกัน!
คงมีบ้างแหละที่พวกเราชาวบล็อกมีบางช่วงที่เบื่อๆกับเรื่องเขียนบล็อกและอ่านบล็อก จากพฤติกรรมที่ว่างเมื่อไรก็เข้าบล็อก กลายมาเป็นว่าแม้ถึงเวลาอัพเดตก็ไม่อยากทำ เพราะเบื่อขึ้นมาเฉยๆ ไม่รู้ว่าจะทำไปหาพระแสงอันใด ชีวิตนี้ทำไมต้องบล็อก จะบล็อกอะไรกันนักหนา แค่งานที่ทำในหน้าที่ก็ปวดกะบาลแทบจะตายอยู่แล้ว
การเขียนบล็อกของแต่ละคนก็มีเหตุผลแตกต่างกันไป จุดประสงค์ในการคิด เค้น กลั่นกรองถ้อยคำเป็นเรื่องราวแล้วนำมาลงบล็อก ทั้งจุดประสงค์หลัก จุดประสงค์รอง ทั้งเปิดเผยทั้งซ่อนเร้นก็คงมีกันคนละหลายๆข้อ แต่ที่เหมือนกันก็คือ ต้องการให้คนอื่นๆรู้ว่าเราคิดอะไร ต้องการให้ใครๆรู้ว่าเรามีตัวตนอยู่ในโลกนี้ และที่สำคัญอยากทำประโยชน์ให้คนอื่นๆบ้าง ผ่านข้อเขียนของเรา
แต่อย่างที่บอก ทำไปๆบางทีก็คิดอะไรไม่ออก ทำให้เบื่อหน่ายเอาได้ จนพาลโมโหให้บล็อก อะไรๆกันนักหนา จะเขียนไปทำไมกันล่ะเว้ย มีคนอ่านสักคนไหมล่ะเนี่ย ฯลฯ
แต่แน่นอนว่า ร้อยทั้งร้อยแม้จะเบื่อแต่ก็ไม่มีใครอยากเลิกเขียนบล็อก เพียงแต่หงุดหงิดรำคาญ ดังนั้น จึงต้องหาวิธีแก้อาการเบื่อให้หมดไป ในที่นี้ ผมอยากจะแบ่งปันหนทางกำจัดความเบื่อซึ่งพิสูจน์มาแล้วว่าได้ผล อาทิ
Thai Share This
Written on October 19, 2008 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์ |
5 Comments
บล็อกเกอร์ทั้งหลายอยากเปิดเรื่องให้โดนใจคนอ่านไหมครับ?
คำตอบก็คงไม่พ้นคำว่าอยาก ตัวผมเองที่คุยโม้อยู่นี่ก็อยากเปิดเรื่องให้โดนใจท่านทั้งหลาย ทำให้ท่านอ่านเรื่องไปจนจบแล้วได้สาระอย่างสาสมใจ และนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย คุ้มค่าแก่เวลาที่เสียไปในการอ่าน
ล้อมวงเข้ามาเลยครับ มาลองดูวิธีเปิดเรื่องให้โดนใจที่ผมกำลังจะเล่าให้ฟัง อ้อ…อย่าเข้าใจว่าผมเป็นกูรูหรือพวก “กูรู้” นะครับ ผมเป็นพวก “กูไม่รู้” แต่ที่โม้อยู่ได้ทุกวันนี้ก็ด้วยการจำขี้ปากเขามาเล่าต่อทั้งนั้น
วิธีเปิดเรื่องให้โดนใจเขาเปิดกันอย่างไร นายเบร็น คลาร์ค (Brain Clark) มีคำตอบไว้ให้แบบสั้นๆง่ายๆ 5 ข้อ ในชื่อเรื่อง “5 Simple Ways to Open Your Blog Post With a Bang” เผยแพร่ใน Copybloger.com มาดูซิว่านายสมองครากเขาแนะนำว่าอย่างไร
วิธีที่ 1 เปิดเรื่องด้วยคำถาม วิธีนี้จะทำให้ผู้อ่านต้องครุ่นคิดใคร่ครวญ อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเรื่องราวที่เราเขียน ซึ่งเป็นการดีทีเดียวที่จะดึงดูดใจให้อ่านเรื่องทั้งหมด (ดูการเปิดเรื่องข้างต้นเป็นตัวอย่าง เหอๆ)
Thai Share This
Written on October 19, 2008 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์ |
4 Comments
ศาสตร์ของการเขียนนั้นลุ่มลึกและกว้างขวางจนเรียนรู้ไม่มีวันหมด ลำพังการเขียนเรื่องเพื่อพิมพ์เป็นหนังสือก็มีมากมายหลายวิธีอยู่แล้ว เมื่อเกิดบล็อกขึ้นก็เกิดวิชาเขียนบล็อกตามมา นักเขียนคือบล็อกเกอร์ก็ต่างเสาะหาวิธีการเขียนเพื่อให้เกิดผลคือมีคนอ่านแล้วติดใจจนกลับมาอ่านอีก ซึ่งวิธีการที่แต่ละคนคิดค้นขึ้นมานั้นก็ไม่ได้รับประกันว่าจะได้ผลเสมอไป คนหนึ่งใช้ได้ผลแต่กับอีกคนอาจไม่เกิดอะไรขึ้น เหมือนกับเขียนแล้วพิมพ์เป็นเล่มนั่นแหละ
คราวนี้ขอเก็บข้อแนะนำจากบล็อกเกอร์หญิงมาให้อ่านกันดูบ้าง หลังจากอ่านเรื่องของบล็อกเกอร์ชายมาหลายเรื่องแล้ว นั่นคือ ข้อเขียนเรื่อง “8 กฎการเล่าเรื่องลงบล็อก” หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า “8 Rules for Telling Stories on Your Blog” เป็นผลงานของ เจนิเฟอร์ ฟุลไวเลอร์ (Jennifer Fulwiler- ไม่รู้ออกเสียงถูกต้องหรือไม่ ตกลงว่าให้เข้าใจตามที่ออกเสียงมาก็แล้วกัน) ซึ่งเผยแพร่ใน dailyblogtips.com
แม่หญิงเจนิเฟอร์ ฟุลไวเลอร์ เป็นใครมาจากไหน? ตามประวัติที่แนะนำไว้จับใจความได้ว่า เธอคือนักเขียนและนักพัฒนาเว็บไซต์ซึ่งเป็นที่รู้จักและถูกอ้างอิงอยู่เสมอๆ บล็อกของเธอคือ ConversionDiary.com
แม่หญิงเจนิเฟอร์กล่าวว่า การเขียนเรื่องลงบล็อกประเภทที่เรียกว่าบันทึกความทรงจำ (diary-style) นั้นส่วนมากมักจะเป็นเรื่องยาวๆ เมื่อคนเห็นแวบแรกก็มักจะถามตัวเองว่ามันคุ้มค่าไหมที่จะอ่านเรื่องยาวเฟื้อยแบบนี้ ดังนั้นจะต้องหาวิธีการเขียนที่ทำให้ผู้อ่านมองผ่านแวบแรกแล้วบอกตัวเองว่ามันน่าอ่านดีแท้ ดังนั้นเธอจึงเขียน “8 กฎการเล่าเรื่องลงบล็อก” ซึ่งจะขอยกมาเล่าต่อบางประการ ได้แก่
Thai Share This
Written on October 18, 2008 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์ |
5 Comments
การเขียนเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่มนุษย์ทั่วไปก็มีโอกาสทำได้ ขอให้มีความสามารถอ่านออกเขียนได้เป็นพื้นฐานสำคัญ ความมหัศจรรย์ของการเขียนก็คือ การนำเอาอักษรเพียง 44 ตัว สระอีก 21 รูป (32 เสียง) และวรรณยุกต์อีก 4 รูป (5 เสียง)ในภาษาไทย หรือใช้อักษรโรมันเพียงแค่ 26 ตัวในการเขียนภาษาอังกฤษ มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวอันไม่มีที่สิ้นสุด ตามแต่ความรู้สึกนึกคิดและจินตนาการของผู้เขียนจะมีได้ จึงปรากฏว่า เรื่องราวที่สื่อสารผ่านตัวหนังสือ เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์แม้แต่มนุษย์เองก็อาจนึกไม่ถึง ทั้งๆที่เกิดจากการเสกสรรปั้นแต่งของมนุษย์เองแท้ๆ
……………………………………………………….
<< อาจินต์ ปัญจพรรค์ นักเขียนและบรรณาธิการ
ผู้ยึดถือหลักการ “ตะกร้าสร้างนักเขียน”
ภาพจาก : thaiwriterassociation.org
……………………………………………………….
การเขียนเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ที่ประกอบด้วยหลักการ ชั้นเชิง กลวิธี อันแยบยล หลากหลาย นักเขียนผู้ประสบความสำเร็จในโลกนี้จึงล้วนแต่มีศิลปะในการเขียนที่แตกต่างกันไป ไม่มีสูตรที่แน่นอนตายตัว แม้ว่าจะมีหลักการที่เรียนรู้กันโดยทั่วไป แต่ความสามารถในการนำหลักการไปใช้นั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่ใช่ว่าทุกคนที่รู้หลักการแล้วจะประสบความสำเร็จเหมือนกันหมด
ในที่นี้จะขอสรุปหลักการ หรือจะเรียกว่าข้อคิดเรื่องการเขียนที่นักเขียนทั้งหลายได้แนะนำไว้ในที่ต่างๆ มาให้พิจารณาเพื่อว่าจะมีประโยชน์ต่อบล็อกเกอร์อย่างเราๆท่านๆบ้าง แม้ว่าคำแนะนำทั้งหลายที่จะได้อ่านต่อไปนี้ เป็นคำแนะนำของนักเขียนหนังสือ แต่นำมาปรับใช้กับการเขียนบล็อกได้ เพราะไม่ว่าจะเผยแพร่ผ่านหนังสือหรือผ่านบล็อก ก็เป็นการเขียนเช่นเดียวกัน ต่างแต่เพียงช่องทางเผยแพร่เท่านั้น
ข้อคิดเรื่องการเขียนที่อยากนำมาบอกเล่ามีดังนี้
Thai Share This
Written on October 15, 2008 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์ |
4 Comments
ในบรรดาสาวกลัทธิ MMO (Make Money Online) ทั่วโลกคงมีน้อยคนที่ไม่รู้จัก จอห์น เชา (John Chow) เช่นเดียวกับที่บรรดานัก MMO เมืองไทยคงมีน้อยคนที่ไม่รู้จัก John Redtor เพราะ John Chow และ John Redtor นับว่าเป็นเซียนตัวจริงทั้งสองคน (ขออภัย John Redtor ที่เอ่ยนามอ้างอิงโดยไม่ได้ขออนุญาตไว้ ณ ที่นี้)
………………………………………………..
<< โฉมหน้าเฮียเชา บล็อกเกอร์สะท้านโลก
Credit Image :John Chow dot Com
……………………………………………….
จอห์น เชา เป็นคนหนึ่งที่สร้างกระแส MMO ให้พุ่งขึ้นสู่ความนิยม เพราะความสำเร็จของเขาในธุรกิจหาเงินผ่านบล็อกจนเป็นเศรษฐีเงินหลายล้าน เป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้แก่คนเป็นจำนวนมากเข้าสู่ธุรกิจนี้ ชื่อของเขาถูกเอ่ยถึงอยู่เสมอเมื่อมีการพูดถึง MMO
บล็อกของจอนห์น เชา คือ John Chow dot Com คือหนึ่งในบล็อกยอดนิยมที่มี Traffic ล้นหลาม มีบล็อกเกอร์และผู้สนใจจากทุกมุมโลก ต่างคลิกเข้าสู่บล็อกเพื่อเรียนรู้ข้อแนะนำจากบล็อกเกอร์เศรษฐีที่ไม่ขี้เหนียวความรู้คนนี้ คำแนะนำเป็นจำนวนมากได้ถูกนำไปปรับใช้ในการทำงานหาเงินผ่านอินเตอร์เน็ตโดยบรรดาผู้แสวงหาความสำเร็จ
สิ่งสำคัญที่ทำให้บล็อกอันเป็นเครื่องมือในการหาเงิน [...]
Written on October 10, 2008 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์ |
10 Comments
ก่อนอื่นต้องของออกตัวว่า ผมไม่ใช่เซียนบล็อก หรือผู้เชี่ยวชาญ หรือกูรูผู้ประสบความสำเร็จในการทำบล็อก เพราะลำพัง Traffic แต่ละวันก็หรอมแหรมอยู่แล้ว ยิ่งถ้าจะนับรายได้จากการทำบล็อกก็ยิ่งอยู่ในก้นบ่อน้ำมันที่แห้งแล้ว แต่ที่เขียนอยู่ทุกวันนี้ ผมเขียนในฐานะคนที่ศึกษาเรื่องบล็อกในแง่ที่เป็นสื่ออย่างหนึ่ง เพื่อความรู้และการเรียนรู้โดยแท้ ส่วนผู้ที่อ่านแล้วจะนำไปใช้กันได้แค่ไหนเพียงใดก็สุดแท้แต่ความสนใจของใครของมันครับ
ดังนั้น การมองของผมจึงมองในฐานะที่บล็อกเป็นสื่อ ในมุมมองของคนที่ศึกษาเรื่องสื่อ มิใช่การแนะนำเรื่องหารายได้จากบล็อกแต่อย่างใด อาจจะมีเกี่ยวข้องบ้างก็โดยอ้อมครับ
5 บล็อกไทยที่แนะนำให้อ่านต่อไปนี้ จึงเป็นการมองในฐานะที่บล็อกนั้นเป็นเครื่องมือการสื่อสารของบล็อกเกอร์ ทั้งเรื่องรูปแบบและเนื้อหา ซึ่งอาจเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ได้อ่านบ้าง โดยเรียงตามลำดับอักษร ดังนี้
1.Makemany.com บล็อกนี้เป็นตัวอย่างของการทำบล็อก Marketing Online ที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง มีพัฒนาการที่เป็นรูปธรรมในเรื่องการสร้างยี่ห้อให้บล็อก (Blog Branding) อย่างเป็นขั้นตอนและประสบความสำเร็จ โดยในเรื่องรูปแบบนั้น ได้เน้นการพัฒนาตราสัญลักษณ์หรือโลโก้อันเป็นเอกลักษณ์ของบล็อก นั่นคือ ตัวอักษร M ในกรอบสี่เหลี่ยมที่เปลี่ยนแปลงรายละเอียดไปจากเดิมไปที่ละน้อย แต่ยังคงรูปแบบโครงร่างเดิม ใครพบเห็นที่ใดก็จำได้ ส่วนเรื่องเนื้อหาก็มีการพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเริ่มจากการเน้นเรื่องการหารายได้จาก Amazon.com ซึ่งเป็นการเริ่มต้นจากสิ่งที่บล็อกเกอร์รู้ดีที่สุด จากนั้นก็ค่อยๆเพิ่มเติมเนื้อหาในส่วนอื่นๆที่อยู่ภายใต้แนวคิด Blog Marketing จนในปัจจุบัน Makemany.com ได้กลายเป็นแหล่งรวบรวมความรู้เกี่ยวกับ Amazon.com และ Marketing Online ที่มีผู้เข้าไปหาข้อมูลมากแห่งหนึ่ง
Thai Share This
Written on October 7, 2008 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์ |
6 Comments
โพสต์ที่ผ่านมา แนะนำเคล็ดในการเขียนบล็อกของนายไมเคิล มาร์ติน ในเรื่องรูปหัวข้อการจัดรูปแบบการเขียน ทีนี้ยังติดพันเรื่องของนายคนนี้อยู่ จึงขอแนะนำเพิ่มเติมอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์แก่แฟนานุแฟนของโกศลทอล์ค โดยนำเรื่องที่นายไมเคิล มาร์ติน เขียนไว้เป็นภาษาอังกฤษว่า Let Readers Read In Peace ซึ่งมีอยู่ 3 ข้อขอแปลเป็นไทยว่า “3 ยุทธวิธีทำความสงบใจให้ผู้อ่าน” ดังที่จั่วหัวเรื่องไว้
การทำความสงบใจให้ผู้อ่าน ไม่ใช่สอนให้ผู้อ่านนั่งสมาธิถือศีลกินเจนะครับ แต่เป็นการจัดการบล้อกของเราให้ผู้อ่านได้อ่านบล็อกอย่างสะดวกสบาย ไม่มีสิ่งใดรบกวน เหมือนนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดที่เงียบสงบนั่นแหละ ซึ่งนายไมเคิล มาร์ติน บอกไว้ในเรื่องนี้ว่า การทำให้ผู้อ่านสงบใจขณะอ่านบล็อกของเรานั้น เป็นบันไดขั้นแรก ที่ดึงความสนใจให้เข้าสู่เนื้อหา นำไปสู่ขั้นที่สองก็คือการอ่านเนื้อหาของเราอย่างใจจดจ่อจนจบบทความ
แนวคิดเรื่องการอ่านนั้นมีอยู่ว่า เมื่อคนเราอ่านอะไรแล้วก็จะอ่านไปเรื่อยๆจนจบ หากไม่มีอะไรมาดึงความสนใจให้วอกแวกเสียก่อน ด้วยอาศัยแนวคิดนี้นี่เองที่ทำให้บล็อกเกอร์ทั้งหลายที่ต้องการให้ผู้อ่านอ่านบทความของตนตั้งแต่ต้นจนจบ จึงหาหนทางที่จะสร้างความสุขสงบใจแก่ผู้อ่าน โดยไม่มีอะไรมาขัดจังหวะ เมื่อทำให้ผู้อ่านซึมซับรับเนื้อหาที่นำเสนอได้อย่างราบรื่นจนพอใจ สิ่งที่จะได้ก็คือ คอมเมนต์ หรือไม่ก็ ซับสคริปต์ใหม่ๆเพิ่มขึ้น
นายไมเคิล มาร์ติน ยอกขุนพลคนมือโปรในแวดวงบล็อกเกอร์ จึงนำเสนอความคิดผ่านบล็อกของเขาว่า มี 3 ยุทธวิธีจัดการกับเรื่องนี้ นั่นคือ
Thai Share This
Written on October 6, 2008 | Posted in
ศิลปะและกลยุทธ์ |
4 Comments