พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้สื่ออย่างหาตัวจับยาก เริ่มตั้งแต่การใช้ประโยชน์ทางธุรกิจจากสื่อ ด้วยการก่อตั้งบริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์ ขยายกิจการเข้าสู่สื่อสมัยใหม่คือธุรกิจโทรศัพท์มือถือ จนกระทั่งเปิดศักราชใหม่ให้แก่ประเทศไทยด้วยการเป็นเจ้าของดาวเทียมดวงแรกของไทย คือ ไทยคม 1 กิจกรรมทางธุรกิจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรจึงเกี่ยวข้องกับสื่อ กลายเป็นมหาเศรษฐีเพราะธุรกิจการสื่อสารโทรคมนาคม
การที่ได้รับฉายาอัศวินคลื่นลูกที่สาม จึงไม่ใช่ฉายาที่เกินเลยความจริงเลย
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าในงานธุรกิจหรืองานการเมือง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ใช้สื่อให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองอย่างได้ผล โดยเฉพาะสื่อสาธารณะ อันได้แก่ โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นั้น กลายเป็นเครื่องมือในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้แก่อัศวินคลื่นลูกที่สามได้อย่างเต็มที่
กล่าวเฉพาะในงานการเมือง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ใช้ประโยชน์จากสื่ออย่างที่ไม่มีนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดทำได้ขนาดนี้มาก่อน มีกรณีที่ควรค่าแก่การศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก หลายกรณีถือได้ว่าเป็นต้นแบบของการใช้ประโยชน์จากสื่อสาธารณะ ซึ่งในที่นี้จะขอยกมาพิจารณาสัก 4 กรณี คือ
Thai Share This
Written on February 29, 2008 | Posted in
สื่อสารมวลชน |
Leave a comment
มิเชล ฟูโกต์ (Michel Foucault) นักคิดทฤษฎีผู้มีชื่อเสียงชาวเมืองไวน์ฝรั่งเศส กล่าวว่า สื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างอำนาจอันได้ผลชะงัด ผู้ใดครอบครองสื่อ ผู้นั้นก็เป็นเจ้าของอำนาจ หากพูดถึงอำนาจแล้ว ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คืออำนาจทางการเมือง ดังนั้น จึงปรากฏอยู่เสมอว่า ใครๆที่เป็นนักการเมืองจึงชอบสื่อ
โลกของสื่อกับโลกของนักการเมือง จึงต้องผู้ติดอยู่ด้วยกันอย่างแยกไม่ออก ไม่ว่าจะในสังคมไทยหรือต่างประเทศ ไม่ว่าในประเทศร่ำรวยหรือยากจน ในหลายประเทศเจ้าของสื่อเข้าไปเป็นผู้มีอำนาจทางการเมือง หรือผู้มีอำนาจทางการเมืองหาทางเข้าครอบครองสื่อ เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเมือง หรือไม่ก็ใช้อำนาจควบคุมสื่อไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพื่อไม่ให้สื่อบ่อนเซาะอำนาจของตน
นักการเมืองทั้งหลายชอบสื่อ เพราะสื่อเป็นเวทีสำคัญที่ทำให้สามารถแสดงตนต่อสาธารณชนได้อย่างกว้างขวาง รวดเร็ว เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ที่มีอิทธิพลเป็นอย่างสูงในปัจจุบัน จนอาจกล่าวได้ว่า โทรทัศน์คือผู้มีอิทธิพลตัวจริงต่อผู้คน เป็นผู้กำหนดเวลาทำกิจกรรมต่างๆในชีวิต ทั้งเวลาตื่น เวลานอน เวลาออกจากบ้าน เวลากลับบ้าน เรื่องราวทั้งหลายที่เสนอผ่านจอโทรทัศน์ล้วนส่งผลต่อผู้คนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ตัวอย่างง่ายๆก็คือแม้แต่นักแสดงเป็นตัวร้ายในละครน้ำเน่ายังถูกมองด้วยความเกลียดชังจากคนดูผู้สงสารนางเอก เมื่อนักแสดงคนนั้นไปเดินซื้อของในตลาด
จึงไม่ต้องสงสัยว่า เหตุใดเมื่อมีกิจกรรมทางการเมือง อย่างเช่น การประชุมสภาก็ดี หรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลก็ดี เมื่อมีการถ่ายทอดผ่านสื่อ บรรดานักการเมืองทั้งหลายไม่ว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลต่างก็พยายามเสนอหน้าผ่านอภปรายเพื่อให้ได้ปรากฎในสื่อ ส่งสารไปถึงประชาชนในเขตเลือกตั้งของตนว่ากำลังทำหน้าที่ผู้แทนอย่างขันแข็ง
แต่ถ้าหากในอีกกรณีตรงกันข้าม นั่นคือ การที่สื่อขุดคุ้ยเรื่องไม่ดีไม่งามที่ตนมีส่วนหรือจะเกิดความเสียหายแก่ตน นักการเมืองทั้งหลายมักจะโยนความผิดไปให้สื่อ ซึ่งหนีไม่พ้นข้อหาบิดเบือน ลงข่าวไม่หมด หรือสื่อพูดไปเอง เขียนไปเอง เป็นต้น เมื่อเกิดกรณีนี้ขึ้น ใครๆที่เกี่ยวข้องก็ไม่ชอบสื่อ ดังนั้นจึงปรากฏเสมอมาว่า นักการเมืองผู้ที่อยู่กับอำนาจจึงทั้งรกและทั้งเกลียดสื่อ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั้นๆ [...]
Written on February 29, 2008 | Posted in
สื่อสารมวลชน |
2 Comments
เกริ่น
บทความนี้เขียนขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2547 ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไฮไลท์การเมือง อันเป็นช่วงรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สมัยที่ 2 ซึ่งมีความขัดแย้งทางความคิดระหว่างรัฐบาลอันหมายถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับภาคประชาชนและนักวิชาการ รวมถึงเกิดรอยร้าวในพรรคไทยรักไทย โดยการนำของนายเสนาะ เทียนทอง ที่วิพากษ์วิจารณ์หัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี จนนำมาสู่การขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้วิวาทะกับนักวิชาการที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ตนอย่างดุเดือด โดยเรียกว่า “นักวิชาการขาประจำ” คือคอยแต่จะวิพากษ์วิจารณ์เพียงอย่างเดียวในสายตาของนายกรัฐมนตรี และนักวิชาการ”ขาประจำ” ดังกล่าว ก็มี นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เป็นต้น การนำบทความเชิงวิเคราะห์ข่าวมาเผยแพร่อีกครั้ง ก็เพื่อเป็นการบันทึกไว้ให้เป็นหลักฐาน ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์แก่การศึกษาถึงเรื่องดังกล่าวในกาลข้างหน้า ซึ่งถือได้ว่า บทความนี้ก็เป็นบันทึกส่วนหนึ่งของสังคมด้วยเช่นกัน
โกศล อนุสิม
29 กุมภาพันธ์ 2551
ขอเชิญอ่านบทความแบบเต็มๆครับ…
Thai Share This
Written on February 29, 2008 | Posted in
สื่อสารมวลชน |
1 Comment